
กราดยิงกรุงปรากช็อกโลก ดับ 15 ราย เจ็บ 24 มือปืนถูกวิสามัญหลังก่อเหตุ
นักศึกษาชาวเช็กวัย 24 ปีก่อเหตุกราดยิงที่มหาวิทยาลัยชาร์ลส์ในกรุงปราก เมื่อวันพฤหัสฯ (21 ธ.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย และบาดเจ็บ 24 ราย โดยสถานที่เกิดเหตุคือมหาวิทยาลัยของผู้ก่อเหตุ และนี่คือเหตุกราดยิงครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปีของสาธารณรัฐเช็ก
เหตุกราดยิง ที่ มหาวิทยาลัยชาร์ลส์ ใน กรุงปราก วานนี้ (21 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น) นับเป็นโศกนาฏกรรมในรูปแบบการยิงกราดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ สาธารณรัฐเช็ก และรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างอิงผู้บัญชาการตำรวจ มาร์ติน วอนดราเซค เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทราบเบาะเเสว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวก่อนเกิดเหตุ โดยรับทราบข้อมูลเพียงว่า มีชายคนหนึ่งจะมุ่งหน้าไปยังกรุงปรากจากเขตคลาดโน และเขาต้องการปลิดชีพตนเอง หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็พบศพของพ่อผู้ก่อเหตุเป็นรายแรก
ผู้บัญชาการตำรวจกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ข้อมูลเหล่านี้ได้มาจากบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย และตัวมือปืนก็มีอาวุธในครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เหตุกราดยิงลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยในสาธารณรัฐเช็ก ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2015 ชายผู้หนึ่งใช้อาวุธปืนยิงสังหารเหยื่อ 8 รายและปลิดชีพตนเองที่ร้านอาหารที่เมืองยูเฮิร์สกี บรอด และหลังจากนั้นถัดมา 4 ปี ก็มีมือปืนวัย 42 ปี ก่อเหตุที่โรงพยาบาลในเมืองออสตราวา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน ก่อนที่เขาจะยิงตัวตายเช่นกัน
สำหรับครั้งล่าสุดนี้ นับเป็นเหตุกราดยิงที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากที่สุดนับตั้งแต่ที่สาธารณรัฐเช็กแยกตัวเป็นเอกราชเมื่อ 30 ปีก่อน
ประธานาธิบดีพีท พาเวล ผู้นำสาธารณรัฐเช็ก กล่าวว่า เขารู้สึก "ช็อก" จากเหตุกราดยิงครั้งนี้ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ "ผมรู้สึกช็อกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงปราก และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและญาติของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต" ปธน.พาเวลระบุในบัญชี X นอกจากนี้ เขายังขอบคุณประชาชนในกรุงปรากที่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถวิสามัญฆาตกรรมมือปืนรายนี้ ซึ่งเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยดังกล่าว และตำรวจยืนยันว่าเหตุการณ์กราดยิงครั้งนี้ไม่ใช่เหตุก่อการร้าย






