เปิดประเทศ-ภัยสงคราม ดันชาวรัสเซียทะลักเข้าไทยกว่า 3 แสนคน

27 กุมภาพันธ์ 2566

สื่อใหญ่สหรัฐเผย ชาวรัสเซียกว่า 3 แสนคนทะลักเข้าไทยในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 65 หลังไทยเปิดประเทศเต็มรูปแบบและภัยสงครามกับยูเครนทำให้มองหาที่พำนักระยะยาว

 

สำนักข่าววีโอเอ สื่อใหญ่ของสหรัฐอเมริกาเผย ชาวรัสเซีย จำนวนมากเดินทางเข้า ประเทศไทย ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาหลังรัสเซียส่งกำลังทหารรุกรานยูเครน ทั้ง หนีสงคราม และหาทาง ย้ายถิ่นฐาน ไปยังประเทศที่มีนโยบายต้อนรับชาวต่างชาติ โดยมีไทยเป็นหนึ่งในปลายทางสำคัญ

โดยเฉพาะ ช่วง 3 เดือนสุดท้าย (ต.ค.ถึง ธ.ค.) ของปี 2565 ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทย ระบุว่า มีชาวรัสเซียเดินทางมาไทยมากกว่า 331,000 คน โดยชาวรัสเซียจำนวนมากลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือเช่าที่อยู่อาศัยระยะยาว

ทั้งนี้ ประเทศไทยกลับมาเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบและยกเลิกมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 เมื่อเดือนตุลาคม 2565 หลังจากนั้นมีชาวรัสเซียจำนวนมากเดินทางเข้าประเทศไทยมากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจากชาวมาเลเซียและอินเดีย (อ้างอิงจากข้อมูลสถิติของรัฐบาลไทย)

หลายสิบปีที่ผ่านมา ไทยคือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของชาวรัสเซีย โดยข้อมูลเมื่อปีพ.ศ. 2562 ชี้ว่า รัสเซียเป็นตลาดท่องเที่ยวขนาดใหญ่อันดับ 7 ของไทย และเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญ

หลังเกิดสงครามยูเครนเมื่อปีที่ผ่านมา ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ยังคงต้อนรับนักเดินทางจากรัสเซียทำให้มีชาวรัสเซียจำนวนมากที่ต้องการหนีสงครามตัดสินใจเดินทางมาอาศัยชั่วคราวหรือถาวร ขณะที่ชาวรัสเซียหลายพันคนในไทยกำลังมองหาที่อยู่อาศัยในระยะยาว เนื่องจากหวาดกลัวว่าสงครามยูเครนจะทำให้เศรษฐกิจรัสเซียเสียหายหนักและผู้ชายอาจถูกเกณฑ์ทหารเข้าสู่สนามรบ

ช่วง 3 เดือนสุดท้าย (ต.ค.ถึง ธ.ค.) ของปี 2565 มีชาวรัสเซียเดินทางมาไทยมากกว่า 331,000 คน

นายอามิน เอททาเยบ ผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัท InDreamsPhuket ซึ่งเป็นนายหน้าจัดหาที่อยู่อาศัยบนเกาะภูเก็ต เปิดเผยกับวีโอเอว่า "เวลานี้ ลูกค้าของบริษัทมากกว่า 90% เป็นชาวรัสเซีย โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาในช่วงที่มีชาวรัสเซียเข้าประเทศมากที่สุดนั้น พวกเขาแห่ซื้อทุกอย่าง"

เอททาเยบ เปิดเผยว่า InDreamsPhuket มียอดขายเพิ่มขึ้น 10% ตั้งแต่เดือนพ.ย.2565 โดยเฉพาะตลาดบ้านเช่าในภูเก็ตที่ราคาพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างบ้านแบบวิลล่าจากระดับ 300,000 บาทต่อเดือน ตอนนี้ขยับราคาเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือน แต่ก็ยังคงมีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

ผู้จัดการฝ่ายขายจากกรุงมอสโกผู้นี้บอกว่า ลูกค้ารัสเซียมีทั้งแบบที่ต้องการอาศัยแบบถาวร และแบบที่อาศัยชั่วคราวเพื่อรอสงครามสงบ

ข้อมูลจากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตระบุว่า ในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนปี 2565 ถึงวันที่ 21 มกราคมปีนี้ มีชาวรัสเซียเดินทางมายังภูเก็ตมากกว่า 233,000 คน ขณะที่สื่ออัลจาซีรารายงานว่า ตัวเลขของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของไทยชี้ให้เห็นว่า เมื่อปีที่ผ่านมา (2565) เกือบ 40% ของคอนโดมีเนียมทั้งหมดบนเกาะภูเก็ตที่ขายให้กับชาวต่างชาติ มีผู้ซื้อเป็นชาวรัสเซีย

มีชาวรัสเซียจำนวนมากนำเงินออกจากรัสเซียเพื่อมาลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ ในไทย

เอมิล ซาลิอานี ชาวยูเครนผู้อาศัยในประเทศไทยนานหลายปีซึ่งทำงานเป็นนายหน้าอสังริมทรัพย์และผู้ร่วมลงทุนกับโรงแรมวินด์แฮมแกรนด์ที่ภูเก็ต เปิดเผยว่า เวลานี้มีชาวรัสเซียมากกว่า 50% ที่เช่าโรงแรมอยู่นานกว่า 10-14 วัน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ภูเก็ตตอนนี้ร้อนแรงมากโดยเฉพาะช่วงเดือนพ.ย. - ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวของภูเก็ต โดยราคาค่าเช่าขึ้นไป 3-4 เท่า ราคาขายเพิ่มขึ้น 15-20%

ในช่วงเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียหลายพันคนตกค้างอยู่ในประเทศไทยหลังจากที่สหรัฐอเมริกา และชาติตะวันตกประกาศใช้มาตรการลงโทษต่อรัสเซีย ซึ่งรวมถึงการระงับการใช้บัตรเครดิตวีซ่า และมาสเตอร์การ์ด และถอนรัสเซียออกจากเครือข่ายการเงินระหว่างประเทศ(SWIFT) ทำให้ชาวรัสเซียในต่างประเทศจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงบัญชีธนาคารของพวกเขาได้

เอมิล ซาลิอานี กล่าวว่า มีชาวรัสเซียจำนวนมากนำเงินออกจากรัสเซียเพื่อมาลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ ในไทย ทำให้มีเงินรูเบิลไหลเข้าตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก ผลที่ตามมาคือปัญหาในการควบคุมตลาดอสังริมทรัพย์ในภูเก็ต เกิดนายหน้าค้าบ้านผุดขึ้นทั่วไปแม้แต่คนที่ไม่มีใบอนุญาต

นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นรายงานว่ามีชาวรัสเซียจำนวนมากที่ทำงานเป็นไกด์เถื่อนในภูเก็ต หรือขับรถแท็กซี่แบบไม่มีใบอนุญาต

นอกจากภูเก็ตแล้ว เกาะพงันยังเป็นอีกจุดหมายหนึ่งของชาวรัสเซียที่ลี้ภัยสงคราม โดยมีรายงานว่าราคาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ยกตัวอย่างบ้านเช่าที่เคยปล่อยให้เช่าในราคาเดือนละ 12,000 บาท มีชาวรัสเซียมาเช่าเป็นเวลา 1 ปี แล้วนำไปปล่อยเช่าต่อในราคา 1,300 บาทต่อวัน กลายเป็นราว ๆ 40,000 บาทต่อเดือน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ที่เคยอาศัยอยู่ที่เกาะแห่งนี้ หรือที่เคยเช่าบ้านพำนักอยู่ที่นี่ ต้องตัดสินใจย้ายออกไปเป็นจำนวนไม่น้อยแล้วเช่นกัน

 

ที่มา: วีโอเอ