svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
thansettakij

โลกใน 20 ปีข้างหน้าผ่านมุมมองของ “บิล เกตส์” จะเป็นแบบไหน

26 มกราคม 2566

โลกในอีก 20 ปีข้างหน้าผ่านมุมมองของ “บิล เกตส์” มหาเศรษฐี ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft จะเป็นแบบไหน หลังจากที่ผ่านมาเขาออกมาเตือนโลกให้เร่งแก้ปัญหาต่างๆ

ผู้ชายที่ชื่อ บิล เกตส์  มหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft  ออกมาส่งสัญญาณเตือนผู้คนในเรื่องต่างๆ แต่ที่เราเห็นกันเมื่อไม่นานมานี้ก็คือ เรื่องโลกร้อน และโรคระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ท้ายที่สุดแล้ว โดยเฉพาะเรื่องโลกร้อน ก็มีหนังสือเล่มใหม่ชื่อว่า How to Avoid a Climate Disaster พูดถึงปัญหา การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ที่รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วน  

และเมื่อไม่นานมานี้ เขาก็ออกมาบอกว่า โลกจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกินเป้าหมายที่กำหนดใน Paris Climate Accord ปี 2015 ที่ 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมได้ และยังสนับสนุนใช้พลังงานนิวเคลียร์ กินเนื้อเทียม

ล่าสุด cnbc รายงานว่า บิล เกตส์  Bill Gates มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับอนาคตของมนุษยชาติบนโลก แม้จะมีความท้าทายที่คนรุ่นปัจจุบันและอนาคตต้องเผชิญ เขาบอกว่าอนาคตในอีก 20-60 ปีข้างหน้า จะเป็นโลกที่ดีกว่า

"ผมยังคงมองโลกในแง่ดีว่าคนที่เกิดในอีก 20 ปี  40 ปี และ 60 ปีข้างหน้าจะดีกว่ามาก” บิล เกตส์กล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ กับ Lowy Institute 

เขาตั้งข้อสังเกตว่าโลกเต็มไปด้วยแนวโน้มที่น่าสลดใจ ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองทั่วโลกที่ไม่เพียงพอต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ความล้มเหลวของรัฐบาลในการบรรลุเป้าหมายที่ระบุไว้ในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการแบ่งขั้วทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ

การสำรวจความคิดเห็นของ Gallup ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่ามีชาวอเมริกันเพียง 42% เท่านั้นที่เชื่อว่าเยาวชนจะมี “มาตรฐานการครองชีพที่ดีกว่าพ่อแม่ของพวกเขา ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าปี 2019 ถึง 18 % และอยู่ในระดับการมองโลกในแง่ดีที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษ อ้างอิงการสำรวจที่คล้ายกันในอดีต

เกตส์ชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านสาธารณสุข โดยสังเกตว่าอัตราการเสียชีวิตทั่วโลกของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบลดลงครึ่งหนึ่งในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา เเละนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจะช่วยรักษาโรคอ้วน รักษามะเร็ง กำจัดโรคโปลิโอ แต่เขาก็มองว่านวัตกรรมอาจไม่ได้การันตีว่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป เพราะสามารถก่อให้เกิดสิ่งที่อันตรายได้ อย่างอาวุธนิวเคลียร์และการก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพ

นอกจากนี้เขายังยกย่องศักยภาพของเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ราคาถูกและมีประสิทธิผลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้บุคลากรด้านการศึกษาและสาธารณสุขเข้าถึงได้มากขึ้นทั่วโลก

"อายุเฉลี่ยของคนดีขึ้นอย่างมากในช่วงสามศตวรรษที่ผ่านมา ปี 1700 คนทั่วไปเสียชีวิตก่อนอายุ 40 ปี ปัจจุบันอายุขัยในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 76.1 ปี" 

เขาทิ้งท้ายว่า ความทันสมัยมาพร้อมกับความเสี่ยงเช่นกันแต่โดยรวมก็ยังคงเชื่อว่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดี