thansettakij
thansettakij
เจาะลึกรัสเซียพุ่งท็อป 3 ตรวจโควิดโลก

เจาะลึกรัสเซียพุ่งท็อป 3 ตรวจโควิดโลก

12 เม.ย. 2563 | 02:59 น.
อัปเดตล่าสุด :12 เม.ย. 2563 | 11:29 น.

คอลัมน์หลังกล้องไซบีเรีย : เจาะลึกรัสเซียพุ่งท็อป 3 ตรวจโควิดโลก

 

นอกจากการรณรงค์ให้ผู้คนอยู่กับบ้าน ลดการพบปะกันแล้ว งานค้นหาผู้ติดเชื้อที่อาจแฝงอยู่ในสังคมก็เป็นหนึ่งส่วนสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เช่นเดียวกับที่เราเห็นการทำงานของรัฐบาลเกาหลีใต้ ซึ่งตั้งป้อมไล่ตรวจผู้คนทั่วเมืองเพื่อค้นหาตัวเลขจริงของผู้ติดเชื้อจนนำไปสู่การควบคุมโรคที่ประสบความสำเร็จ ไม่ยืดเยื้อ

สถิติการตรวจผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมในรัสเซีย ทะลุ 1 ล้านตัวอย่างไปแล้วสัปดาห์นี้ ติดอันดับประเทศที่มีการตรวจหาผู้ป่วยมากที่สุดในโลกเป็นอันดับที่ 3 เป็นรองเพียงสหรัฐฯ และเยอรมนี ครั้งนี้เราจึงพาไปตามดูงานเบื้องหลัง อะไรที่ทำให้รัสเซียสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจเชื้อได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้

ตั้งแต่มีข่าวการเริ่มระบาดในช่วงต้นปี รัฐบาลรัสเซียไม่ได้นิ่งนอนใจรีบหาทางเตรียมตัว โดยมีเสาหลักการขับเคลื่อนอยู่ในไซบีเรียที่ศูนย์วิจัยของรัฐบาล Vector ในเมืองโนโวสิบิรสก์ ทุกผลตรวจจะต้องส่งมายืนยันผลที่แล็บของที่นี่ทั้งหมด นักวิทยาศาสตร์รัสเซียต่างรีบหาเทคโนโลยีรับมือกันยกใหญ่ จนในที่สุดก็สามารถผลิตชุดตรวจวินิจฉัยโรคในระดับยีนด้วยเทคนิค PCR (Polymerase Chain Reaction) ได้ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ นำไปยืนยันประสิทธิภาพกับแพทย์ของจีน ส่งต่อให้บริษัทในเครือของศูนย์วิจัย Vector เร่งผลิตตั้งแต่นั้นมา

เพียงหนึ่งเดือนหลังจากนั้น ช่วงปลายเดือนมีนาคม ป้อมปราการที่รัฐบาลพยายามกันการแพร่ระบาดจากภายนอกได้ทลายลง กรุงมอสโกกลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคในแดนหมีขาว แค่ภายในเมืองหลวงเมืองเดียวกลับมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มวันละหลายสิบรายไปจนถึงหลักร้อย รัฐบาลท้องถิ่นเห็นท่าไม่ดีก็ไม่รอช้า รีบควักงบประมาณของเมืองจำนวน 192 ล้านรูเบิลหรือราว 85 ล้านบาท ซื้อชุดตรวจจากบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นในรัสเซียมาใช้ตรวจเป็นการด่วนไม่ให้งานขาดตอน

เจาะลึกรัสเซียพุ่งท็อป 3 ตรวจโควิดโลก

จากตัวเลขหลักหมื่น จนถึงตอนนี้รัสเซียมีความสามารถตรวจได้ถึงหลักแสนตัวอย่างต่อวัน ออกแนวทางกระจายงาน สร้างแล็บตรวจเพิ่มในกรุงมอสโก ไม่ต้องอ้อมส่งไปถึงไซบีเรีย ขยายผลต่อไปตั้งศูนย์ตรวจตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศในเวลาต่อมา ทั้งยังมีข่าวแว่วมาว่า ขณะนี้มีบริษัททั้งเอกชนในบริษัทในเครือรัฐบาลรัสเซียที่สามารถผลิตชุดตรวจโควิด-19 ได้ราว 10 แห่งทั่วประเทศ รวมแล้วรัสเซียมีกำลังการผลิตชุดตรวจได้เป็นแสนชุดต่อวัน 

แค่เร่งจำนวนผลิตการผลิตอาจไม่เพียงพอ นักวิทยาศาสตร์รัสเซียเองก็ไม่ได้หยุดพัฒนาชุดตรวจโควิด-19 ออกชุดตรวจโรคด้วยหลากหลายเทคนิคทางวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสามารถคิดค้นชุดตรวจผลด่วนที่สามารถรู้ผลได้ภายใน 40 นาที และมีความแม่นยำถึง 94%

เพียงแค่ในมอสโกเมืองเดียวมีกำลังการตรวจผู้ติดเชื้อได้เกือบ 3 หมื่นรายต่อวัน พอรวมยอดกับเมืองต่างๆ ทั่วพื้นที่ที่กว้างใหญ่ของรัสเซีย ยอดจึงพุ่งเป็นหลักแสนต่อวันอย่างที่เห็น ทั้งหมดเกิดจากการที่รัสเซียมีอุปกรณ์พร้อมและการกระจายงานอย่างเป็นระบบ   

เมื่อผลิตชุดตรวจเป็นของตัวเองแล้ว การไล่ตรวจหาผู้ป่วยจึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป ทางการรัสเซียจึงขยายขอบเขตออกไปกว้างกว่าการตรวจเพียงกลุ่มเสี่ยงที่เพิ่งกลับมาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดหรือคนที่เคยสัมผัสกับผู้ป่วย นำไปสู่ข้อมูลใหม่ที่กระทรวงคุ้มครองผู้บริโภคและสวัสดิการของรัสเซียค้นพบ คือร้อยละ 20-25 ของผู้ที่ตรวจพบว่ามีเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่พบในรัสเซีย ไม่มีอาการของโรคโควิด-19 เลยแม้แต่น้อย และบางส่วนอาจไม่ออกอาการของโรคเลยในภายหลัง

นอกจากผลิตใช้เองแล้ว ทางการรัสเซียเปิดเผยว่า ขณะนี้ในประเทศมีชุดตรวจโควิดในสต็อกกว่าหนึ่งล้านชุด และได้เริ่มส่งออกชุดตรวจไปยังประเทศต่างๆ มากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ส่งไปยังประเทศคู่ค้าในยุโรปและประเทศอื่นๆ เช่นอียิปต์ เซอร์เบีย เวเนซุเอลาและอาร์เมเนีย

ด้านไทยเรา ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ออกมาบอกว่า ตอนนี้ในไทยเรามีกำลังการตรวจได้วันละ 2 หมื่นราย ย้ำว่าได้ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว ทั้งยังบอกอีกว่า ศบค.ตั้งเป้าจะตรวจให้ได้วันละแสนรายเหมือนกับหลายๆ ประเทศ ไม่กลัวว่าตรวจเยอะแล้วเลขผู้ป่วยจะเยอะจนน่าตกใจ ต้องมาลุ้นกันต่อไปว่าไทยจะสามารถเพิ่มกำลังการตรวจโควิด-19 ตามที่หวังไว้ได้ในเร็วๆ นี้หรือไม่ หากทำสำเร็จคงเป็นเรื่องดีไม่น้อยในการควบคุมสถานการณ์โรคระบาด


หลังกล้องไซบีเรีย
เรื่อง: ยลรดี ธุววงศ์ ภาพ: Moscow Mayor and Moscow Government (Mos.ru)

** พบกับ คอลัมน์ “หลังกล้องไซบีเรีย” ทุกวันอาทิตย์ ทุกช่องทางออนไลน์ของ “ฐานเศรษฐกิจ" **
Bio นักเขียน : “ยลรดี ธุววงศ์” อดีตนักข่าวที่ผ่านสนามข่าวทั้งในและต่างประเทศ จากสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ และ Spring News ปัจจุบันเป็นนิสิตปริญญาโทอยู่ในส่วนที่หนาวเย็นที่สุดของประเทศรัสเซีย