
AI เปลี่ยนเกมตลาดแรงงานโลก เปิด 5 ทักษะวิศวกรยุคใหม่ รับอาชีพแห่งอนาคต
Queen Mary University of London จับมือ มจธ. เปิด 3 หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติ 2 ปริญญา รับตลาดแรงงานยุค AI เผย 5 ผู้เชี่ยวชาญชี้ทักษะวิศวกรยุคใหม่ต้องมีทั้งพื้นฐานเทคนิค การสื่อสาร ภาษาอังกฤษ และความสามารถใช้ AI แก้โจทย์ธุรกิจ
KEY
POINTS
- AI กำลังเปลี่ยนบทบาทวิศวกร แต่องค์ความรู้พื้นฐานทางวิศวกรรม เช่น คณิตศาสตร์และตรรกะการเขียนโปรแกรม ยังคงเป็นทักษะที่จำเป็น
- ทักษะด้านเทคนิคอย่างเดียวไม่เพียงพอ วิศวกรยุคใหม่ต้องมีทักษะด้านการสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และสามารถอธิบายเรื่องซับซ้อนให้เข้าใจง่าย
- วิศวกรต้องเข้าใจหลักการทำงานของ AI เพื่อควบคุมและพัฒนานวัตกรรมได้อย่างมีระบบและมีจริยธรรม ไม่ใช่แค่ใช้งานเป็นเครื่องมือ
- ทักษะภาษาอังกฤษ การคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา และความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ เป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันในตลาดแรงงานโลก
การเข้ามาของเทคโนโลยี AI ที่สามารถเขียนโค้ด วิเคราะห์ข้อมูล และแก้ปัญหาเชิงเทคนิคได้อย่างรวดเร็ว กำลังเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานทั่วโลก โดยเฉพาะสายวิศวกรรมที่ต้องปรับทักษะให้สอดรับกับการทำงานร่วมกับ AI ขณะที่ความรู้พื้นฐานทางวิศวกรรม การคิดวิเคราะห์ และการสื่อสาร ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน
ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นในการเสวนา “วิศวกรรมศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอาชีพแห่งอนาคต” ซึ่งจัดขึ้นในโอกาสที่ Queen Mary University of London มหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำในกลุ่ม Russell Group สหราชอาณาจักร ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดตัว 3 หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตนานาชาติ 2 ปริญญา (Dual Degree Programmes) โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน และแพลตฟอร์มแรงงาน ร่วมสะท้อนทักษะที่จำเป็นของวิศวกรในยุค AI
พื้นฐานวิศวกรรมยังจำเป็น แม้ AI ทำงานได้มากขึ้น
ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า แม้ AI จะเข้ามามีบทบาทในกระบวนการทำงานมากขึ้น แต่ความรู้พื้นฐานด้านคณิตศาสตร์และตรรกะการเขียนโปรแกรมยังเป็นทักษะจำเป็นสำหรับวิศวกร โดยต้องสามารถนำทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการคิดวิเคราะห์และการสื่อสารผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
การเตรียมความพร้อมของบุคลากรควรให้ความสำคัญกับโครงงานวิศวกรรมปีสุดท้าย (Capstone Project) ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาแก้ปัญหาจริงแบบองค์รวม ตั้งแต่การกำหนดเกณฑ์วัดผล ไปจนถึงการพิจารณาผลกระทบต่อสังคมจากการนำเทคโนโลยีไปใช้งาน
ทักษะเทคนิคอย่างเดียวไม่พอ ต้องสื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
นางสาวดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ประเทศไทย กล่าวว่า ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการแข่งขันในตลาดแรงงานระดับสากล องค์กรยุคใหม่ให้ความสำคัญกับบุคลากรที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration) และอธิบายเรื่องเทคนิคที่ซับซ้อนให้ทีมงานต่างสายงานเข้าใจได้ง่าย
นอกจากนี้ ประสบการณ์จากการฝึกงาน (Internship) และการลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on Experience) ยังเป็นปัจจัยสร้างความได้เปรียบ โดยผู้สมัครควรสามารถอธิบายบทบาทและผลลัพธ์จากโครงการที่ทำได้อย่างชัดเจน ควบคู่กับการเรียนรู้และพร้อมพัฒนาทักษะใหม่อย่างต่อเนื่อง (Learn to Relearn) เพื่อรับมือกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ใช้ AI เป็นไม่พอ ต้องเข้าใจและควบคุมการทำงานได้
นายอนุชิต จิตภิรมย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานนวัตกรรมและปรับปรุงกระบวนการ บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX) กล่าวว่า ความแตกต่างระหว่างผู้ที่ใช้เครื่องมือ AI ทั่วไป กับผู้ที่สามารถนำ AI ไปพัฒนาเป็นโซลูชันทางธุรกิจ อยู่ที่ความเข้าใจในหลักการและกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ
มนุษย์ยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทาง ควบคุม และวางกรอบการทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่า AI ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ ขณะที่ภาคการศึกษาจำเป็นต้องบูรณาการเรื่องจริยธรรม ความรับผิดชอบ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเข้าไปในหลักสูตร เพื่อสร้างบุคลากรที่สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม
ภาษาอังกฤษและการคิดแก้ปัญหา เพิ่มขีดความสามารถวิศวกรตลาดโลก
นายวัชระ ศิริเนาวกุล Senior Manager และ Head of Digital Delivery กลุ่มบริษัท PwC ประเทศไทย และศิษย์เก่า Queen Mary กล่าวว่า ภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารและเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ ขณะที่ความยืดหยุ่นในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง (Resilience) ช่วยให้สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้ดี
นอกจากนี้ การเรียนการสอนที่กระตุ้นให้ผู้เรียนตั้งคำถามและค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ยังเป็นรากฐานสำคัญของการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
ด้านนายนิธิบุตร วศินนกุล AI Curriculum Specialist จากเจเนเรชั่น ประเทศไทย (Generation Thailand) และศิษย์เก่า Queen Mary กล่าวว่า การคิดและทำงานอย่างเป็นระบบภายใต้กรอบแนวคิดที่ชัดเจน (Framework) ควบคู่กับการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) ในสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา จะช่วยพัฒนาศักยภาพของวิศวกรรุ่นใหม่
Queen Mary – มจธ. เปิด 3 หลักสูตร Dual Degrees ปั้นวิศวกรยุค AI
เพื่อรองรับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคเปลี่ยนผ่าน Queen Mary University of London และ มจธ. เปิดตัว 3 หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตนานาชาติ 2 ปริญญา ได้แก่
- วิศวกรรมข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (Data and Artificial Intelligence Engineering)
- วิศวกรรมระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Intelligent Electrical and Electronic System Engineering)
- วิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (Robotics and Artificial Intelligence Engineering)
ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งพัฒนาหลักสูตรที่ผสานพื้นฐานวิชาการระดับสากล ประสบการณ์ลงมือปฏิบัติจริง และทักษะการทำงานร่วมกับ AI เพื่อเตรียมความพร้อมวิศวกรรุ่นใหม่ให้สามารถแข่งขันในตลาดแรงงานระดับนานาชาติหลังสำเร็จการศึกษา







