
การ์ทเนอร์ เตือนลงทุน AI กว่า 113 ล้านล้านบาท เสี่ยงสินทรัพย์ด้อยค่า
การ์ทเนอร์ เตือนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI กว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 113.75 ล้านล้านบาท) เสี่ยงสินทรัพย์ด้อยค่าภายในสิ้นปี 2573 หลังรายได้อาจไม่คุ้มลงทุน คาดผู้ให้บริการ Neocloud กว่า 80% อาจปิดตัว ถอนตัว หรือถูกควบรวมกิจการ
KEY
POINTS
- การ์ทเนอร์ คาดการณ์ว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่ากว่า 113 ล้านล้านบาท อาจเสี่ยงต่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ภายในสิ้นปี 2573 เนื่องจากรายได้ที่คาดว่าจะได้รับไม่เพียงพอต่อการลงทุน
- รายได้จาก AI ที่คาดว่าจะกลับสู่ศูนย์ข้อมูลภายในปี 2573 อาจมีมูลค่าสูงสุดเพียง 3.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมต้นทุนและสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากการลงทุนมหาศาล
- ผู้ให้บริการคลาวด์เฉพาะทางด้าน AI (Neocloud) กว่า 80% มีความเสี่ยงที่จะต้องปิดตัว, ถอนตัวออกจากตลาด หรือถูกควบรวมกิจการภายในปี 2573 จากแรงกดดันด้านต้นทุนและการแข่งขัน
การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เปิดเผยว่า หากผู้ให้บริการ AI ยังคงทุ่มงบลงทุนในระดับปัจจุบัน โครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่ารวมกว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 113.75 ล้านล้านบาท) อาจเผชิญความเสี่ยงที่สินทรัพย์จะด้อยค่าภายในสิ้นปี 2573
การคาดการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า รายได้จาก AI ทั้งในตลาดองค์กรและผู้บริโภค อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้การลงทุนด้าน AI ทั้งหมดที่วางแผนไว้ในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดความคุ้มค่า
ทุ่มลงทุน AI อีก 195 ล้านล้านบาท
วิล ซอมเมอร์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า ผู้ให้บริการ AI คาดว่าจะใช้งบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 32.5 ล้านล้านบาท) ในปี 2569 และจะลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 195 ล้านล้านบาท) ในช่วงปี 2570–2573
อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยของการ์ทเนอร์พบว่า รายได้จาก AI ทั้งฝั่งองค์กรและผู้บริโภคไม่คุ้มค่ากับการลงทุนด้าน AI ทั้งหมดที่วางแผนไว้ในช่วงเวลาดังกล่าว
การ์ทเนอร์ ประเมินว่า เจ้าของศูนย์ข้อมูล AI จำเป็นต้องสร้างรายได้สะสมให้ได้ 8.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 276.25 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2573 เพื่อให้ครอบคลุมงบลงทุนที่ประกาศไว้ ต้นทุนทางการเงิน และผลตอบแทนจากเงินลงทุน หรือ ROIC ที่ 12% ซึ่งการ์ทเนอร์ใช้เป็นเกณฑ์ความคุ้มทุนขั้นต่ำ
ขณะที่รายได้รวมจาก AI ที่คาดว่าจะกลับมาสู่ศูนย์ข้อมูล AI ในช่วงเดียวกัน อาจมีมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 3.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 117 ล้านล้านบาท)
นอกจากนี้ ผู้ให้บริการ AI Native ส่วนใหญ่ใช้โมเดลธุรกิจที่ถือครองสินทรัพย์น้อย ทำให้การ์ทเนอร์คาดว่า รายได้จาก AI ไม่ถึงครึ่งหนึ่งจะตกอยู่กับผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง
หวั่นสินทรัพย์ AI ถูกปรับลดมูลค่า
การ์ทเนอร์ ระบุว่า หากผู้ประกอบการไม่สามารถสร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุนได้อย่างยั่งยืน ขณะที่สินทรัพย์เสื่อมราคาอย่างรวดเร็ว ก็อาจต้องปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ หรือ Write-Downs
หากทิศทางการลงทุนยังเป็นเช่นปัจจุบัน การ์ทเนอร์คาดว่า สินทรัพย์มูลค่ากว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 130 ล้านล้านบาท) อาจเสี่ยงถูกปรับลดมูลค่าจนถึงปี 2575 โดยผลตอบแทน ROIC ระดับ 12% อาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในช่วงสิ้นปี 2575
Neocloud กว่า 80% เสี่ยงยุติธุรกิจ
การ์ทเนอร์ คาดการณ์ว่า ภายในปี 2573 ผู้ให้บริการ Neocloud มากกว่า 80% อาจไม่สามารถดำเนินธุรกิจอย่างอิสระต่อไปได้ จากแรงกดดันด้านต้นทุนและการขาดโมเดลธุรกิจที่โดดเด่น โดยอาจต้องปิดตัว ถอนตัวออกจากตลาด หรือถูกควบรวมกิจการ
Neocloud คือผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เฉพาะทางที่มุ่งเน้นงานด้าน AI ซึ่งการ์ทเนอร์มองว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักจากความไม่สมดุลระหว่างรายได้กับเงินลงทุน
ขณะที่ผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ หรือ Hyperscalers มีแหล่งรายได้ขนาดใหญ่และหลากหลายเพียงพอที่จะรองรับการลงทุนด้าน AI ต่อไปได้อีกหลายปี ผู้ให้บริการ Neocloud จำเป็นต้องเร่งสร้างกำไรจากบริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ปรับให้เหมาะกับ AI หรือ AI-optimized IaaS รวมถึงแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
ตลาดโต แต่เสี่ยงคืนทุนไม่ทัน
การ์ทเนอร์ ประเมินว่า การใช้จ่ายด้าน AI-optimized IaaS จะเพิ่มจาก 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.145 ล้านล้านบาท) ในปี 2570 เป็น 1.74 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.655 ล้านล้านบาท) ในปี 2573
อย่างไรก็ตาม ซอมเมอร์มองว่า การเติบโตดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอให้ผู้ให้บริการระบบประมวลผล AI ส่วนใหญ่คืนทุนได้ทัน ก่อนที่เซมิคอนดักเตอร์ AI รุ่นปัจจุบันจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีรุ่นใหม่







