
เนคเทค เปิด Pathumma Connect แพลตฟอร์ม Agentic AI เชื่อมข้อมูลรัฐ ลดพึ่งต่างชาติ
เนคเทคยกระดับ Pathumma LLM สู่ “Pathumma Connect” แพลตฟอร์ม Agentic AI เชื่อมข้อมูลและระบบงานภาครัฐ ชูจุดแข็งติดตั้งภายในองค์กร ลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล พร้อมต่อยอดเกษตร บริหารจัดการน้ำ งานวิจัย และบริการประชาชน
KEY
POINTS
- เนคเทค-สวทช. เปิดตัว "Pathumma Connect" แพลตฟอร์ม Agentic AI ที่พัฒนาต่อยอดจากโมเดลภาษาไทย เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและบริการของหน่วยงานภาครัฐ ยกระดับ AI จากการตอบคำถามสู่การลงมือทำงาน
- ชูจุดเด่นด้านความปลอดภัย โดยหน่วยงานสามารถติดตั้งระบบภายในองค์กร (On-premise) ทำให้ข้อมูลสำคัญไม่ต้องส่งไปประมวลผลต่างประเทศ ช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ
- มีการนำไปใช้งานจริงแล้วในหน่วยงานรัฐ เช่น กรมสรรพากร เพื่อค้นหาข้อมูลและร่างเอกสารราชการ และมีแผนพัฒนาระบบเชื่อมต่อบริการแชตบอตภาครัฐเป็นช่องทางเดียวสำหรับประชาชน
ดร.วาทยา ชุณห์วิจิตรา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เปิดเผยว่า เนคเทคได้ยกระดับ “ปทุมมา” (Pathumma) จากโมเดลภาษาขนาดใหญ่สัญชาติไทย Pathumma LLM สู่ “Pathumma Connect”
แพลตฟอร์มดังกล่าวพัฒนาขึ้นในรูปแบบ Agentic AI สามารถเชื่อมโยงข้อมูล เครื่องมือ และบริการของแต่ละหน่วยงาน เพื่อยกระดับ AI จากการ “ตอบคำถาม” ไปสู่การ “ลงมือทำงาน” รองรับภาครัฐ ภาคการศึกษา และประชาชน บนโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ
ด้าน ดร.ศราวุธ คงยัง หัวหน้าโครงการ Pathumma LLM เนคเทค สวทช. กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญคือการนำ AI มาลดภาระเจ้าหน้าที่ เพิ่มความรวดเร็วในการค้นหาและประมวลผลข้อมูล โดยหน่วยงานสามารถติดตั้งระบบภายในองค์กร ไม่ต้องส่งข้อมูลสำคัญไปประมวลผลในต่างประเทศ
ปักหมุดใช้งานจริงในหน่วยงานรัฐ
ปัจจุบัน Pathumma ถูกนำไปใช้ในหลายภารกิจ ตั้งแต่ค้นหาระเบียบและข้อบังคับ ร่างเอกสารราชการ ถอดเสียงประชุม ไปจนถึงพัฒนาระบบสนทนาให้ข้อมูลประชาชน
กรมสรรพากรเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่นำระบบไปช่วยค้นหาข้อมูลภายใน ร่างเอกสารและหนังสือราชการ พร้อมต่อยอดเทคโนโลยีเสียงเป็นระบบสนทนาให้ข้อมูลด้านภาษี
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบช่วยร่างและตรวจสอบข้อกำหนดขอบเขตงาน หรือ TOR ส่วนภาคการศึกษาได้นำ Pathumma ไปใช้ในโครงการ AI for University เพื่อพัฒนา AI ให้ทำหน้าที่คล้ายผู้ช่วยสอนหรือติวเตอร์ ปัจจุบันนำร่องในมหาวิทยาลัย 20 แห่ง
เนคเทคมีบันทึกความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ประมาณ 10 แห่ง ขณะที่หน่วยงานซึ่งมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสามารถนำโมเดลไปติดตั้งในระบบภายในได้
เก็บข้อมูลในองค์กร ลดความเสี่ยงรั่วไหล
จุดแข็งของ Pathumma คือโมเดลมีขนาดเหมาะสม สามารถติดตั้งและประมวลผลภายในองค์กร ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคล เอกสารราชการ หรือข้อมูลการประชุมที่เป็นความลับ ไม่จำเป็นต้องถูกส่งออกไปยังระบบต่างประเทศ
รูปแบบการใช้งานรองรับทั้งระบบปิดที่ติดตั้งบนโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงาน และ Private Cloud ที่ตั้งอยู่ภายในประเทศ สอดรับกับความต้องการใช้ Private AI ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหล
สำหรับภาคเอกชน Pathumma เปิดให้นำโมเดลไปดาวน์โหลดและพัฒนาต่อยอดได้ ครอบคลุมการประมวลผลข้อความ ภาพ และเสียง
จากโมเดลภาษา สู่ AI ลงมือทำงาน
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เนคเทคมุ่งพัฒนา Pathumma ในระดับโมเดลภาษา แต่โรดแมประยะต่อไปจะขยับสู่ Pathumma Connect ซึ่งเพิ่มความสามารถแบบ Agentic AI และรวมเครื่องมือที่เคยแยกกันให้ทำงานผ่านระบบเดียว
แพลตฟอร์มจะเชื่อมทั้งระบบสนทนากับเอกสาร ระบบสร้างเอกสาร และระบบถอดความการประชุม รวมถึงเชื่อมฐานข้อมูลภายในของหน่วยงาน เพื่อค้นหา ถามตอบ ร่างเอกสาร และตรวจสอบข้อมูล
ความแตกต่างจาก AI เชิงพาณิชย์ทั่วไปคือ Pathumma Connect เน้นเชื่อมกับข้อมูลเฉพาะขององค์กร ทำให้คำตอบลงลึกและสอดคล้องกับภารกิจมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องฝึกโมเดลใหม่ทุกครั้ง
เชื่อมข้อมูลเกษตร-บริหารจัดการน้ำ
หนึ่งในโครงการต่อยอดคือ Pathumma Connect ด้านการเกษตร ซึ่งมีเป้าหมายรวบรวมข้อมูลที่กระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ทั้งราคาสินค้าเกษตร โรคพืช สภาพดิน พื้นที่เพาะปลูก นวัตกรรม และงานวิจัย
เกษตรกรจะสามารถสอบถามผ่านช่องทางเดียว ก่อนที่ระบบจะเชื่อมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประมวลเป็นคำตอบ รวมถึงเชื่อมข้อมูลดาวเทียมเพื่อประเมินพื้นที่และติดตามการเพาะปลูก
อีกโครงการคือ “Pathumma Connect น้ำ” ซึ่งนำร่องใน 3 จังหวัด ได้แก่ น่าน ขอนแก่น และกำแพงเพชร เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านน้ำ วิเคราะห์พื้นที่ประสบปัญหาซ้ำซาก และช่วยจัดทำแผนรับมือ โครงการ และกรอบงบประมาณ
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดพัฒนา Pathumma Connect Research เพื่อเชื่อมงานวิจัยของประเทศและเปิดให้ค้นหาองค์ความรู้จากหลายหน่วยงานผ่านช่องทางเดียว
ดันแชตบอตกลางบริการประชาชน
เนคเทคอยู่ระหว่างการร่วมมือกับ กพร. เชื่อมบริการแชตบอตของหน่วยงานภาครัฐ 5 แห่ง เพื่อให้ประชาชนสอบถามผ่านช่องทางกลาง โดยระบบจะวิเคราะห์คำถามและส่งต่อไปยังหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หากดำเนินการสำเร็จ ประชาชนจะไม่ต้องค้นหาเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือแชตบอตของแต่ละหน่วยงาน แต่สามารถเริ่มต้นจากคำถามและให้ AI ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลให้
อย่างไรก็ตาม การขยายผลสู่ระดับประเทศยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานด้านหน่วยประมวลผลกราฟิก หรือ GPU รวมถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ
หากไทยมีโครงสร้างพื้นฐานกลางรองรับ Agentic AI หน่วยงานต่าง ๆ จะสามารถใช้ระบบร่วมกัน ลดการพึ่งพาบริการต่างประเทศ และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น
เป้าหมายต่อไป เสียงไทยในหุ่นยนต์
ในอนาคต Pathumma มีโอกาสต่อยอดสู่ระบบสนทนาด้วยเสียงแบบเสียงต่อเสียง และการทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยีเสียงและการถอดคำพูด ซึ่งทีมพัฒนาสั่งสมองค์ความรู้มานานกว่า 10 ปี
เป้าหมายของ Pathumma จึงไม่ใช่การแข่งขันสร้างโมเดลภาษาให้มีขนาดใหญ่ที่สุด แต่เป็นการสร้าง AI ที่เข้าใจภาษาไทย ควบคุมข้อมูลได้ เชื่อมต่อฐานข้อมูลจริง และนำไปใช้แก้ปัญหาให้หน่วยงานและประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม







