
ไมโครซอฟท์ เผยไทยมีอัตราการเติบโตของผู้ใช้ AI สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก
ไมโครซอฟท์ จัด AI Tour Bangkok ประกาศเดินหน้าหนุนไทยสู่ยุค “Frontier Transformation” เปิดนวัตกรรม AI ล่าสุดจาก Build 2026 พร้อมโชว์เคสองค์กรไทยเร่งใช้ AI พลิกธุรกิจจริง ดันไทยขึ้นแท่นประเทศโตด้าน AI อันดับ 2 ของโลก
KEY
POINTS
- ไมโครซอฟท์จัดงาน “Microsoft AI Tour Bangkok” เพื่อผลักดันองค์กรไทยสู่การใช้งาน AI ในภาคปฏิบัติจริง พร้อมเปิดตัวเทคโนโลยีและแพลตฟอร์ม AI รุ่นใหม่
- ประกาศความร่วมมือกับ AIS Business ในโครงการ “AI Ready for SMEs” เพื่อนำโซลูชัน AI ของไมโครซอฟท์ไปสู่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในไทย
- นำเสนอกรณีศึกษาความสำเร็จจากองค์กรชั้นนำของไทย เช่น LH Bank, AutoX, SCGC และ GPSC ที่นำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม
ไมโครซอฟท์เดินหน้าปักหมุดประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาด AI สำคัญของภูมิภาค จัดงาน “Microsoft AI Tour Bangkok” รวมผู้นำภาครัฐ เอกชน พันธมิตร และนักพัฒนาจากทั่วประเทศ ร่วมผลักดันประเทศไทยสู่ “Frontier Transformation” หรือการยกระดับองค์กรและเศรษฐกิจด้วย AI ระดับแนวหน้า พร้อมเปิดตัวความร่วมมือใหม่ นวัตกรรมล่าสุด และกรณีศึกษาการใช้งานจริงจากองค์กรไทย
AI ไทยโตแรงอันดับ 2 ของโลก
ข้อมูลจากรายงาน Global AI Diffusion ล่าสุดของไมโครซอฟท์ ระบุว่า สัดส่วนผู้ใช้งาน AI อย่างจริงจังในกลุ่มแรงงานไทยเพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เป็น 12.4% ในไตรมาสแรกปี 2569 ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของผู้ใช้ AI สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเกาหลีใต้
ขณะที่ผลสำรวจ Work Trend Index 2026 พบว่า คนทำงานไทยกว่า 32% อยู่ในกลุ่ม “Frontier Professional” หรือกลุ่มผู้ใช้งาน AI ระดับสูง มากกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 16% ถึง 2 เท่า และ 51% ของพนักงานไทยมองว่าผู้นำองค์กรมีวิสัยทัศน์ด้าน AI ชัดเจน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 26%
ราล์ฟ ฮอปเตอร์ (Ralph Haupter) รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีและช่องทางจัดจำหน่าย ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน กล่าวว่า องค์กรในอาเซียนกำลังเปลี่ยนผ่านจากการทดลองใช้ AI ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ และประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของภูมิภาค
เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่จาก Build 2026
ไมโครซอฟท์ ยังนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์ม AI รุ่นใหม่มาเปิดตัวในไทยเป็นครั้งแรก ทั้ง Microsoft Agent Platform ที่ช่วยให้องค์กรสร้าง AI Agent เชื่อมการทำงานระหว่าง GitHub, Microsoft Foundry, Microsoft Teams และ Microsoft 365 ได้แบบครบวงจร รวมถึงเครื่องมือพัฒนา AI ที่เปิดกว้างให้นักพัฒนาเลือกใช้งานได้หลากหลายทั้งระบบคลาวด์ ชิป และแพลตฟอร์ม
ไมโครซอฟท์ ยังชูแนวคิด AI เพื่อขับเคลื่อนอนาคตงานวิจัยและวิทยาศาสตร์ โดยระบบ Agent รุ่นใหม่จะไม่จำกัดอยู่เพียงการเขียนโค้ด แต่ขยายสู่การช่วยนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยค้นพบความเป็นไปได้ใหม่ในโลกคอมพิวเตอร์และนวัตกรรม
AIS ผนึกไมโครซอฟท์ลุย SME AI
ไมโครซอฟท์ยังประกาศความร่วมมือกับ AIS Business เปิดโครงการ “AI Ready for SMEs” นำ AI ของ Microsoft 365 Copilot ผสานโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายของ AIS เพื่อพัฒนาโซลูชัน AI สำหรับเอสเอ็มอีไทย พร้อมจัดโรดโชว์และโครงการพัฒนาทักษะ AI ทั่วประเทศ ภายใต้เป้าหมายสร้างระบบนิเวศ SME AI ที่ใหญ่ที่สุดของไทย
องค์กรไทยเร่งใช้ AI พลิกธุรกิจจริง
หลายองค์กรไทยขึ้นเวทีนำเสนอกรณีศึกษาการใช้งาน AI ในระดับองค์กร อาทิ LH Bank ที่เปิดตัว “GENIE AI” ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอป LHB You รองรับการสั่งงานด้วยเสียงทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีนกลาง บน Azure OpenAI Service และ Microsoft Speech Studio
ด้าน AutoX ในกลุ่ม SCBX นำ Azure OpenAI มาใช้ตรวจสอบคุณภาพการสนทนาคอลเซ็นเตอร์ได้ครบ 100% จากเดิมสุ่มตรวจได้เพียง 5-10% พร้อมใช้ AI Agent ช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่สินเชื่อภาคสนามตลอด 24 ชั่วโมง
SCGC เดินหน้ายกระดับองค์กรด้วย AI ครอบคลุมพนักงานกว่า 5,000 คนในไทยและเวียดนาม สามารถประมวลผลเอกสารมากกว่า 2 ล้านหน้า ลดเวลาการทำงานกว่า 4,000 ชั่วโมง และลดเวลาการวิเคราะห์ข้อมูลได้มากกว่า 80%
ขณะที่ GPSC นำ Copilot Studio, Azure AI Foundry และ Microsoft Fabric มาช่วยตรวจสอบประสิทธิภาพอุปกรณ์โรงไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ เชื่อมโยงข้อมูลกับมาตรฐาน ISO 14224 เพื่อคาดการณ์การซ่อมบำรุงล่วงหน้า โดยตั้งเป้าลดต้นทุนการบำรุงรักษา 10% ในระยะแรก
เร่งปั้นทักษะ AI คนไทย
อีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญ คือการขยายโครงการพัฒนาทักษะ AI ระหว่างไมโครซอฟท์และ SCBX ซึ่งได้อบรมบุคลากรไปแล้วกว่า 15,171 คน ร่วมกับ Trainocate Thailand ภายใต้โปรแกรม Organizational Skilling ของไมโครซอฟท์ ครอบคลุมการใช้งาน Microsoft 365 Copilot, Power Platform และ Azure AI
นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่ กล่าวว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่แนวหน้าด้าน AI จะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน โดย AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ เปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และช่วยให้ประเทศรับมือความท้าทายในอนาคตได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ งาน AI Tour Bangkok ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุนระยะยาวของไมโครซอฟท์ในประเทศไทย หลังบริษัทประกาศลงทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2569-2571 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI และคลาวด์ ยกระดับทักษะบุคลากร และขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลทั่วประเทศ







