thansettakij
thansettakij
OpenAI เดือด จ่อฟ้อง Apple ปม Siri ดันรายได้ ChatGPT ไม่ถึงเป้า

OpenAI เดือด จ่อฟ้อง Apple ปม Siri ดันรายได้ ChatGPT ไม่ถึงเป้า

15 พ.ค. 69 | 05:24 น.
อัปเดตล่าสุด :15 พ.ค. 69 | 05:33 น.

OpenAI พิจารณาดำเนินการทางกฎหมายต่อ Apple หลังไม่พอใจการผลักดัน ChatGPT บน Siri และ iPhone ชี้ดีล AI ไม่สร้างรายได้ตามเป้าหมายที่คาดไว้

KEY

POINTS

  • OpenAI กำลังพิจารณาฟ้องร้อง Apple เนื่องจากความร่วมมือในการผสาน ChatGPT เข้ากับ Siri สร้างรายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดหวังไว้ระดับหลายพันล้านดอลลาร์
  • ผู้บริหาร OpenAI ไม่พอใจที่ Apple ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ฟีเจอร์นี้อย่างจริงจัง ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากไม่ทราบถึงการมีอยู่ และมองว่าการใช้งานผ่าน Siri ยังมีข้อจำกัด
  • ความพยายามในการเจรจาเพื่อปรับปรุงข้อตกลงใหม่ยังไม่มีความคืบหน้า ทำให้ OpenAI เริ่มประเมินทางเลือกด้านกฎหมาย ตั้งแต่การกล่าวหาว่าละเมิดสัญญาไปจนถึงการฟ้องร้อง

OpenAI กำลังพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายต่อ Apple หลังความร่วมมือในการนำ ChatGPT ผสานเข้ากับ Siri และระบบปฏิบัติการของ iPhone ไม่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจตามที่คาดหวัง ท่ามกลางความไม่พอใจของผู้บริหาร OpenAI ที่มองว่า Apple ไม่ผลักดันบริการอย่างจริงจัง จนทำให้ดีลที่เคยถูกวางเป้าไว้ระดับ “หลายพันล้านดอลลาร์” กลายเป็นความล้มเหลว

ความร่วมมือ Apple–OpenAI เริ่มสั่นคลอน

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า OpenAI กำลังพิจารณาใช้มาตรการทางกฎหมายกับ Apple หลังความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองบริษัทเริ่มตึงเครียดมากขึ้น จากปัญหาการผลักดัน ChatGPT บนระบบนิเวศของ Apple ที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายเดิม

ทั้งสองบริษัทเริ่มจับมือกันในปี 2024 โดย Apple เปิดทางให้ ChatGPT ถูกผสานเข้ากับ Siri, Image Playground รวมถึงฟีเจอร์ AI บน iOS, iPadOS และ macOS ขณะที่ผู้ใช้ iPhone ยังสามารถสมัครสมาชิก ChatGPT ผ่านเมนู Settings ได้โดยตรง ซึ่ง Apple จะได้รับส่วนแบ่งรายได้จากค่าสมาชิกด้วย

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า OpenAI คาดหวังให้ ChatGPT ถูกใช้งานในระดับที่ลึกกว่านี้ ทั้งในแอปของ Apple และภายใน Siri โดยเฉพาะการวางตำแหน่งให้ ChatGPT เป็นบริการหลักสำหรับผู้ใช้งาน AI บน iPhone

OpenAI เดือด จ่อฟ้อง Apple ปม Siri ดันรายได้ ChatGPT ไม่ถึงเป้า

ผู้บริหาร OpenAI ไม่พอใจ Apple

แหล่งข่าวระบุว่า ผู้บริหารของ OpenAI มองว่า Apple ทำการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเชื่อมต่อ ChatGPT น้อยเกินไป ส่งผลให้ผู้ใช้จำนวนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอุปกรณ์ของตนรองรับฟีเจอร์ดังกล่าว

OpenAI ยังเชื่อว่า ความร่วมมือครั้งนี้ควรสร้างรายได้จากค่าสมาชิกในระดับ “หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ” ต่อปี หรือราว 3.25 หมื่นล้านบาทต่อทุก 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Apple เคยเปรียบเทียบดีลนี้กับข้อตกลงด้าน Search ที่บริษัททำร่วมกับ Google บน Safari ซึ่งมีมูลค่าสูงระดับหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกลับต่ำกว่าความคาดหวังอย่างมาก

รายงานยังระบุด้วยว่า วัฒนธรรมองค์กรแบบ “ปิดลับ” ของ Apple ทำให้ OpenAI ไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีที่ ChatGPT จะถูกนำไปใช้งานบน iPhone, iPad และ Mac ได้อย่างชัดเจน

ผู้บริหาร OpenAI รายหนึ่งเปิดเผยกับ Bloomberg ว่า Apple ขอให้บริษัท “เชื่อใจ” และเดินหน้าความร่วมมือโดยไม่มีรายละเอียดครบถ้วน พร้อมระบุว่าดีลนี้ถือเป็น “ความล้มเหลว”

“เราได้ทำทุกอย่างในมุมของผลิตภัณฑ์แล้ว แต่ Apple ไม่ได้ทำแบบเดียวกัน และที่แย่กว่านั้นคือ พวกเขาแทบไม่ได้พยายามอย่างจริงจังด้วยซ้ำ” แหล่งข่าวกล่าว

Siri ยังจำกัดการเข้าถึง ChatGPT

ปัจจุบัน ผู้ใช้ Siri จำเป็นต้องพูดหรือพิมพ์คำว่า “ChatGPT” ในคำสั่งก่อน จึงจะสามารถเรียกใช้งานระบบ AI ของ OpenAI ได้ ขณะที่คำตอบที่แสดงผ่าน Siri ยังมีรายละเอียดจำกัดกว่าการใช้งานผ่านแอป ChatGPT โดยตรง

นอกจากนี้ ความพยายามของ OpenAI ในการเจรจาปรับเงื่อนไขข้อตกลงใหม่กับ Apple ยังไม่มีความคืบหน้า ทำให้บริษัทเริ่มประเมินทางเลือกด้านกฎหมายหลายรูปแบบ ตั้งแต่การส่งหนังสือกล่าวหาว่าละเมิดสัญญา ไปจนถึงการพิจารณาฟ้องร้องอย่างเป็นทางการ  แม้เช่นนั้น OpenAI ยังต้องการหาทางออกนอกชั้นศาล หากทั้งสองฝ่ายสามารถกลับมาเจรจาได้

iOS 27 เปิดทาง AI คู่แข่ง

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า iOS 27 มีแนวโน้มเปิดให้ใช้งาน AI จากหลายบริษัทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Gemini ของ Google หรือ Claude ของ Anthropic ผ่านระบบ Extensions สำหรับ Siri

อย่างไรก็ตาม OpenAI ไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นปัญหาหลัก เนื่องจากข้อตกลงกับ Apple ไม่ได้เป็นแบบผูกขาดตั้งแต่ต้น และ OpenAI ยังเชื่อว่าการเปิดระบบ Extensions อาจช่วยให้ ChatGPT ถูกใช้งานมากขึ้นในอนาคต

แต่ในเวลานี้ สถานการณ์สะท้อนชัดว่า OpenAI เริ่มมองว่าตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบในความร่วมมือกับ Apple มากขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางการแข่งขัน AI ที่กำลังร้อนแรงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก

ที่มา Macrumors