thansettakij
thansettakij
Siam AI แจงปมสื่อนอกตีข่าวส่งออก AI Server ไปจีน ยันไม่เอี่ยวพร้อมร่วมมือสหรัฐสอบสวน

Siam AI แจงปมสื่อนอกตีข่าวส่งออก AI Server ไปจีน ยันไม่เอี่ยวพร้อมร่วมมือสหรัฐสอบสวน

09 พ.ค. 69 | 06:41 น.
อัปเดตล่าสุด :09 พ.ค. 69 | 06:53 น.

Siam AI ออกแถลงการณ์ชี้แจงหลัง สื่อนอกรายงานเชื่อมโยงบริษัทกับคดีส่งออกเซิร์ฟเวอร์ AI ในสหรัฐ ยืนยันไม่เคยส่งออก AI Server ไปจีน และไม่ได้เป็นจำเลยในคดี พร้อมย้ำบทบาทผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ของไทยและโมเดล “Siam GPT”

KEY

POINTS

  • สยาม เอไอ ปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อต่างประเทศที่เชื่อมโยงบริษัทกับการส่งออก AI Server ไปยังประเทศจีน ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ
  • บริษัทชี้แจงว่าไม่ได้ถูกระบุชื่อเป็นจำเลยในคดีอาญาของทางการสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว
  • สยาม เอไอ ประกาศความพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการสืบสวนของรัฐบาลสหรัฐฯ และยึดมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมการส่งออก

บริษัท สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (Siam AI) ออกคำชี้แจงต่อรายงานข่าวของ Bloomberg News ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ภายหลังมีความพยายามเชื่อมโยงบริษัทเข้ากับพฤติกรรมการขนส่งสินค้าบางประการ

ซึ่งเป็นประเด็นในคดีอาญาของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแขวงตอนใต้ของนครนิวยอร์ก (Southern District of New York)

แถลงการณ์ระบุว่า คดีดังกล่าวมีผู้ถูกกล่าวหาหลายรายที่เคยมีความเกี่ยวข้องกับ Super Micro Computer Inc. หรือ SMC แต่ Siam AI ไม่เคยดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก AI Server ไปยังประเทศจีนแต่อย่างใด และไม่ได้ถูกระบุชื่อเป็นจำเลยในคำฟ้องทางอาญาของทางการสหรัฐ

Siam AI ระบุเพิ่มเติมว่า บริษัทพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการสืบสวนของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของสหรัฐที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการส่งออกและการส่งออกต่อ (Re-export) อย่างเคร่งครัด

Siam AI แจงปมสื่อนอกตีข่าวส่งออก AI Server ไปจีน ยันไม่เอี่ยวพร้อมร่วมมือสหรัฐสอบสวน

นอกจากนี้ บริษัทยังชี้แจงประเด็นที่ถูกกล่าวถึงในรายงานข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับ OBON โดยระบุว่า Siam AI ไม่ได้ออกแถลงการณ์ใด ๆ ในนามของ OBON และข้อมูลที่ระบุว่ามีการใช้สำนักงานร่วมกันนั้นไม่ถูกต้อง เนื่องจาก Siam AI มีสำนักงานใหญ่และการดำเนินงานเป็นอิสระของตนเอง

ในแถลงการณ์ Siam AI ยังอธิบายบทบาทของบริษัทในฐานะผู้ให้บริการ AI Cloud ที่มีฐานดำเนินงานในกรุงเทพมหานคร โดยมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับประเทศไทย ทั้งด้านทรัพยากรประมวลผลประสิทธิภาพสูงและการผลักดันแนวคิด “AI Sovereignty” หรืออธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ ที่เน้นให้ประเทศไทยสามารถถือครองและควบคุมโครงสร้างพื้นฐาน AI ข้อมูล และเทคโนโลยีหลักได้ด้วยตนเอง

หนึ่งในโครงการหลักของบริษัท คือ “Siam GPT” โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ออกแบบให้เข้าใจภาษาไทย บริบททางกฎหมาย วัฒนธรรม และความละเอียดอ่อนทางสังคมของไทยได้แม่นยำมากขึ้น ขณะที่บริษัทระบุว่าได้ขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI เพื่อสนับสนุนการศึกษา การวิจัยทางการแพทย์ และนวัตกรรมภาครัฐในประเทศ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐอเมริกาเพิ่มความเข้มงวดต่อการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และชิปประมวลผลขั้นสูง ท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI และความกังวลด้านความมั่นคงทางเทคโนโลยีระหว่างประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะประเด็นการส่งผ่านเทคโนโลยีไปยังจีนผ่านประเทศที่สาม ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นจับตาในระดับโลก