
"ทรู" ชู Network Twin วางแผนโครงข่ายอัจฉริยะ ยกระดับ 5G ทั่วไทย
ทรู คอร์ปอเรชั่น ชู Network Twin จำลองโครงข่ายก่อนปรับปรุงจริง พร้อมพัฒนา TRUE5GX รองรับการใช้งานจากเมืองใหญ่สู่ชุมชน เกาะ และเส้นทางเดินเรือ
KEY
POINTS
- ทรูนำเทคโนโลยี Network Twin มาใช้สร้างแบบจำลองดิจิทัลของโครงข่าย 5G เพื่อวิเคราะห์และวางแผนการพัฒนาเครือข่ายก่อนดำเนินการจริง
- เป้าหมายคือการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความครอบคลุมและความจุของสัญญาณให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เช่น ย่านธุรกิจ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่ห่างไกล
- เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายสู่การบริหารจัดการแบบอัตโนมัติ (Autonomous Network) ในอนาคต
5 พฤศจิกายน 2569 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรู เดินหน้าพัฒนาโครงข่าย 5G พร้อมนำแนวคิด Network Twin หรือ Network Digital Twin มาสนับสนุนการ ออกแบบและวางแผนโครงข่าย ผ่านการสร้างแบบจำลองดิจิทัลที่ช่วยให้วิศวกรวิเคราะห์ เปรียบเทียบทางเลือก และประเมินผลกระทบจากการปรับปรุงโครงข่ายก่อนดำเนินการจริง
แนวทางดังกล่าวมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพด้านความครอบคลุมสัญญาณ ความจุ และการใช้ทรัพยากร เพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ทั้งย่านธุรกิจ พื้นที่อุตสาหกรรม ชุมชน แหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนเกาะและเส้นทางเดินเรือ พร้อมวางรากฐานสู่การพัฒนาโครงข่ายที่บริหารจัดการได้อัตโนมัติ หรือ Autonomous Network ในอนาคต
Network Twin คืออะไร และช่วยพัฒนาโครงข่าย 5G อย่างไร
Network Twin คือการสร้างแบบจำลองดิจิทัลของโครงข่ายโทรคมนาคม เพื่อใช้วิเคราะห์และจำลองการทำงานของระบบ ครอบคลุมโครงข่ายวิทยุ (Radio Network) โครงข่ายแกนกลาง (Core Network) และโครงข่ายรับส่งข้อมูล (Transport Network)
หากเปรียบให้เห็นภาพ เทคโนโลยีนี้มีแนวคิดคล้ายแผนที่ดิจิทัลที่นำข้อมูลจากโลกจริงมาแสดงผล แต่เปลี่ยนจากถนนและสถานที่เป็นองค์ประกอบของโครงข่ายโทรคมนาคม ช่วยให้วิศวกรประเมินได้ว่า การเพิ่มสถานีฐาน ปรับการใช้คลื่นความถี่ หรือเพิ่มความจุในพื้นที่ใช้งานหนาแน่น อาจส่งผลต่อโครงข่ายอย่างไร
ขณะที่ระบบติดตามโครงข่าย หรือ Network Monitoring เน้นตรวจสอบสถานะและแจ้งเตือนปัญหา Network Twin เพิ่มความสามารถในการจำลองสถานการณ์ก่อนลงมือปรับเปลี่ยน จึงช่วยสนับสนุนการวางแผนและลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงโครงข่าย
สำหรับผู้ใช้งาน เป้าหมายของแนวทางนี้คือการพัฒนาโครงข่ายให้รองรับความต้องการได้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่นหรือมีปริมาณการใช้งานเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา
รองรับลูกค้า 48.8 ล้านเลขหมาย และความต้องการใช้ดาต้าที่เพิ่มขึ้น
นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งพัฒนาโครงข่ายให้ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า ทั้งด้านความเร็ว ความจุ ความเสถียร และการบริหารจัดการ โดยผสานเทคโนโลยี 5G เข้ากับการวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เพื่อรองรับรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่
ณ ไตรมาส 3 ปี 2569 ทรู มีลูกค้ามือถือรวม 48.8 ล้านเลขหมาย ในจำนวนนี้เป็นผู้ใช้งาน 5G จำนวน 20.5 ล้านเลขหมาย ส่วนปริมาณการใช้งานดาต้าเฉลี่ยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 38 กิกะไบต์ต่อคนต่อเดือน เพิ่มขึ้นราว 35% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการรวมบริษัท
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนความต้องการใช้งานดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญในการวางแผนพัฒนาโครงข่ายให้รองรับปริมาณดาต้าและการเชื่อมต่อได้อย่างเหมาะสม
ยกระดับ TRUE5GX ด้วย 5G Standalone และเทคโนโลยีรวมคลื่น
ทรู เดินหน้าพัฒนา TRUE5GX ด้วยเทคโนโลยี 5G Standalone หรือ 5G SA ควบคู่กับเทคโนโลยีรวมคลื่นความถี่ หรือ Carrier Aggregation ซึ่งนำช่องสัญญาณหลายช่องมาใช้งานร่วมกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านความเร็วและความจุของโครงข่าย
โครงข่ายทรูพร้อมรองรับการรวมคลื่นแบบ 2CC, 3CC และ 4CC โดยเริ่มนำ 2CC และ 3CC มาให้บริการลูกค้าแล้ว เพื่อรองรับการใช้งานในพื้นที่หนาแน่นและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่
นอกจากนี้ TRUE5GX ยังมี Priority Access ซึ่งบริษัทระบุว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการ 5G ในช่วงที่มีการใช้งานหนาแน่น เพื่อสนับสนุนการเชื่อมต่อที่ต่อเนื่อง
4 ความสามารถหลักของ Network Twin ที่ทรูมุ่งพัฒนา
ทรูวางกรอบการพัฒนา Network Twin และต่อยอดความสามารถด้านการจำลองและวิเคราะห์ข้อมูลใน 4 ด้าน ได้แก่
1. จำลองการทำงานของโครงข่าย — Network Simulation
วิเคราะห์ความครอบคลุมสัญญาณ ความจุ สัญญาณรบกวน และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อประเมินทางเลือกในการปรับปรุงโครงข่าย
2. ประเมินผลกระทบก่อนดำเนินงาน — Operational Impact Assessment ประเมินผลที่อาจเกิดขึ้นต่อประสิทธิภาพโครงข่าย ความน่าเชื่อถือของบริการ การใช้ทรัพยากร และความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน
3. ค้นหาโอกาสเพิ่มประสิทธิภาพ — Opportunity Identification พิจารณาแนวทางเพิ่มความจุ ปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ ลดสัญญาณรบกวน และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
4. ใช้ข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจ — Decision Intelligence
เปรียบเทียบสถานการณ์และทางเลือก เพื่อจัดลำดับความสำคัญของการพัฒนาโครงข่ายและประเมินความเหมาะสมก่อนดำเนินการหรือขยายการลงทุน
ความสามารถเหล่านี้อยู่ในกรอบการพัฒนาที่ทรูจะต่อยอดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การวางแผนและปรับปรุงโครงข่ายเป็นระบบมากขึ้น
เชื่อม Network Twin กับ Nano Cluster ให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่
ทรู มุ่งนำ Network Twin มาสนับสนุนกลยุทธ์ Nano Cluster หรือการบริหารโครงข่ายในพื้นที่ย่อยตามลักษณะการใช้งานของลูกค้า เนื่องจากย่านธุรกิจ โรงงาน ชุมชนที่อยู่อาศัย และเมืองท่องเที่ยว มีความต้องการด้านการเชื่อมต่อแตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น จังหวัดกระบี่และพื้นที่ท่องเที่ยวภาคใต้ ซึ่งปริมาณการใช้งานเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและจำนวนนักท่องเที่ยว การจำลองสถานการณ์จะช่วยสนับสนุนการประเมินแนวทางเพิ่มความจุ ปรับปรุงความครอบคลุม และจัดลำดับการพัฒนาโครงข่ายให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละพื้นที่
นายคูรัม ระบุว่า Network Twin จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาวิธีบริหารโครงข่ายของทรู โดยเพิ่มความสามารถในการเปรียบเทียบทางเลือกและประเมินผลกระทบก่อนดำเนินการจริง ทั้งด้านคุณภาพสัญญาณ ความจุ การใช้คลื่นความถี่ และพลังงาน
ขยาย 5G สู่อ่าวมาหยา เชื่อมต่อพื้นที่ท่องเที่ยวอันดามัน
อีกตัวอย่างของการพัฒนาโครงข่ายในพื้นที่ท่องเที่ยวคือการติดตั้งและเปิดให้บริการ 5G ที่อ่าวมาหยา เกาะพีพี โดยทรูใช้เทคโนโลยี Microwave Backhaul เชื่อมต่อโครงข่ายโดยไม่ต้องวางสายไฟเบอร์ในพื้นที่อนุรักษ์ พร้อมออกแบบอุปกรณ์ให้กลมกลืนกับธรรมชาติ
การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางยกระดับการเชื่อมต่อจากเมืองใหญ่สู่ชุมชน เกาะ และเส้นทางเดินเรือ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในทะเลอันดามัน.







