
iApp OCR 3.0 AI ฝีมือคนไทย เผยผลทดสอบอ่านเอกสารไทยเหนือ Google
iApp เผยผลทดสอบเอกสารไทย 2,825 หน้า อ่านได้ดีกว่า Google Cloud Vision 1,654 หน้า ลดค่าบริการกว่า 20 เท่า ประมวลผลในไทย ลูกค้าเดิมใช้ API ได้ทันที
KEY
POINTS
- iApp OCR 3.0 ซึ่งเป็น AI ที่พัฒนาโดยคนไทย มีผลการทดสอบประสิทธิภาพการอ่านเอกสารภาษาไทยสูงกว่า Google Cloud Vision โดยอ่านได้ดีกว่า 1,654 หน้า จากเอกสารทดสอบ 2,825 หน้า
- มีการปรับลดค่าบริการลงประมาณ 20 เท่าจากเวอร์ชันเดิม ทำให้ราคาต่อหน้าถูกลงอย่างมาก เริ่มต้นที่ 4.9 สตางค์
- ระบบประมวลผลข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ในประเทศไทย ทำให้เอกสารไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ และลูกค้าเดิมสามารถใช้งานผ่าน API เดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้ไขโค้ด
บริษัท ไอแอพพ์เทคโนโลยี จำกัด (iApp) เปิดตัว iApp OCR 3.0 เทคโนโลยี AI อ่านเอกสารที่พัฒนาโดยทีมคนไทย พร้อมเปิดเผยผลทดสอบเปรียบเทียบกับ Google Cloud Vision บนเอกสารภาษาไทยจำนวน 2,825 หน้า โดยใช้ภาพเดียวกันและข้อความเฉลยเดียวกัน พบว่า iApp อ่านได้ดีกว่าใน 1,654 หน้า ขณะที่ Google ทำได้ดีกว่าใน 425 หน้า พร้อมลดค่าบริการจากรุ่นเดิมประมาณ 20 เท่า
การปรับปรุงเวอร์ชันนี้ครอบคลุมทั้งความสามารถในการอ่านเอกสารภาษาไทยและค่าบริการต่อหน้า โดยบริษัทระบุว่าระบบประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของ iApp ในประเทศไทย เอกสารไม่ออกนอกประเทศ ส่วนลูกค้าเดิมสามารถใช้งานผ่าน API เดิมได้ทันที โดยไม่ต้องแก้ไขโค้ด
เทียบภาพเดียวกัน–เฉลยเดียวกัน 2,825 หน้า
iApp เปิดเผยว่า การทดสอบประสิทธิภาพ OCR 3.0 เทียบกับ Google Cloud Vision ใช้เอกสารภาษาไทยจำนวน 2,825 หน้า โดยนำภาพเดียวกันเข้าสู่ทั้งสองระบบ และใช้ข้อความเฉลยเดียวกันเป็นฐานในการเปรียบเทียบผลการอ่าน
ผลทดสอบพบว่า iApp OCR 3.0 อ่านได้ดีกว่า 1,654 หน้า ขณะที่ Google Cloud Vision อ่านได้ดีกว่า 425 หน้า ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย
บริษัทได้แจกแจงผลเปรียบเทียบในเอกสารสามกลุ่ม ได้แก่ ตารางงบประมาณ ราชกิจจานุเบกษา และคำพิพากษาศาลปกครอง โดยเวอร์ชันใหม่ทำได้ดีกว่า Google ในเอกสารส่วนใหญ่ของแต่ละกลุ่มที่นำมาทดสอบ
469 จาก 539 หน้า
สำหรับกลุ่ม ตารางงบประมาณ ซึ่งมีเอกสารทดสอบทั้งหมด 539 หน้า iApp ระบุว่า OCR 3.0 อ่านได้ดีกว่า Google Cloud Vision จำนวน 469 หน้า
ส่วนกลุ่ม ราชกิจจานุเบกษา มีเอกสารทดสอบ 221 หน้า พบว่า iApp อ่านได้ดีกว่า 217 หน้า
ขณะที่กลุ่ม คำพิพากษาศาลปกครอง บริษัทระบุว่า iApp ทำได้ดีกว่าครบ 150 หน้า จากทั้งหมด 150 หน้า ที่นำมาเปรียบเทียบ ผลดังกล่าวหมายถึงการทำได้ดีกว่าทุกหน้าในชุดทดสอบกลุ่มนี้
ลดค่าบริการเหลือ 0.049 IC ต่อหน้า
ด้านค่าบริการ iApp OCR 3.0 ปรับลดจากเดิม 1 IC ต่อหน้า เหลือ 0.049 IC ต่อหน้า หรือถูกลงประมาณ 20 เท่าเมื่อเทียบกับอัตราเดิมของบริษัท
สำหรับแพ็กเกจ 50,000 IC บริษัทระบุว่า อัตราใหม่คิดเป็นค่าบริการ 4.9 สตางค์ต่อหน้า โดยการลดราคาครั้งนี้ประกาศควบคู่กับผลทดสอบความสามารถในการอ่านเอกสารภาษาไทยของเวอร์ชันใหม่
ตัวเลขการลดค่าบริการดังกล่าวเป็นการเปรียบเทียบระหว่างอัตราเดิมกับอัตราใหม่ของ iApp ส่วนราคา 4.9 สตางค์ต่อหน้าเป็นราคาที่บริษัทระบุสำหรับแพ็กเกจ 50,000 IC
ประมวลผลในไทย ไม่ต้องแก้โค้ดเชื่อมต่อ
iApp ระบุว่า OCR 3.0 ประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทในประเทศไทย โดยเอกสารที่ส่งเข้ามาใช้งานไม่ออกนอกประเทศ
ในส่วนของการเชื่อมต่อ ลูกค้าเดิมไม่ต้องแก้ไขโค้ด และสามารถใช้ API เดิมได้ทันที ตามข้อมูลที่บริษัทประกาศ จึงสามารถใช้งานเวอร์ชันใหม่ผ่านช่องทางเชื่อมต่อที่ใช้อยู่เดิมได้
การเปิดตัว OCR 3.0 จึงมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงด้านผลการอ่านและค่าบริการ โดยยังรองรับการใช้งานของลูกค้าเดิมผ่าน API ที่มีอยู่
ข้อความสั้นในภาพถ่ายยังเป็นโจทย์พัฒนา
แม้ผลทดสอบเอกสารไทยที่บริษัทเปิดเผยแสดงให้เห็นว่า iApp อ่านได้ดีกว่า Google Cloud Vision ในหลายกลุ่ม แต่ iApp ยอมรับว่า Google ยังทำได้ดีกว่าเล็กน้อยสำหรับข้อความสั้นในภาพถ่าย เช่น ข้อความบนป้าย
บริษัทระบุว่า ทีมพัฒนากำลังปรับปรุงความสามารถส่วนนี้ โดยผลเปรียบเทียบที่นำเสนอแยกระหว่างงานอ่านเอกสารภาษาไทยกับงานอ่านข้อความสั้นจากภาพถ่าย ซึ่งยังมีความแตกต่างกันในด้านประสิทธิภาพ
ทดลองเอกสารประมาณ 1,400 หน้า ไม่ต้องผูกบัตร
สำหรับผู้สมัครใช้งาน iApp เปิดให้ใช้รหัส iAppOCR3 รับเครดิตเพิ่ม 20 IC รวมเป็น 70 IC
บริษัทระบุว่า เครดิตดังกล่าวสามารถนำไปทดลองอ่านเอกสารของผู้ใช้เองได้ประมาณ 1,400 หน้า โดยไม่ต้องผูกบัตรชำระเงิน เพื่อทดลองการใช้งาน iApp OCR 3.0 กับเอกสารที่ต้องการประมวลผล







