
สมาร์ทโฟนเรือธงจีนเปิดตัว 3 วันติด ชน iPhone 18 Pro ชิงตลาดปลายปี
vivo–OPPO–Xiaomi เร่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงต่อเนื่อง 3 วัน ตั้งแต่ 21-23 กันยายน 2569 หลัง iPhone 18 Pro วางขาย ชูแต้มต่อกล้อง 200MP แบตเตอรี่ใหญ่ และชาร์จเร็ว แย่งกำลังซื้อโค้งสุดท้ายปี 2569
KEY
POINTS
- ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจีน 3 ค่าย ได้แก่ vivo, OPPO และ Xiaomi เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ติดต่อกัน 3 วัน ระหว่างวันที่ 21-23 กันยายน
- การเปิดตัวดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแข่งขันกับ iPhone 18 Pro ที่เริ่มวางจำหน่ายก่อนหน้า และชิงส่วนแบ่งตลาดพรีเมียมในช่วงปลายปี
- แบรนด์จีนใช้กลยุทธ์ชูสเปกฮาร์ดแวร์สูง เช่น กล้องความละเอียด 200MP, แบตเตอรี่ความจุสูง และหน้าจอเสริม เพื่อสร้างความแตกต่างจาก iPhone
ตลาดสมาร์ทโฟนพรีเมียมเข้าสู่การแข่งขันรอบสำคัญ หลังผู้ผลิตจีน 3 ราย ได้แก่ vivo, OPPO และ Xiaomi เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ต่อเนื่องกันระหว่างวันที่ 21–23 กันยายน 2569 เพียงไม่กี่วันหลัง Apple เริ่มวางจำหน่าย iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max เมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา
การเลือกเปิดตัวในช่วงเวลาดังกล่าวสะท้อนความพยายามของผู้ผลิตจีนในการเข้าชิงกำลังซื้อช่วงปลายปี โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจระหว่าง iPhone รุ่นใหม่กับสมาร์ทโฟน Android ระดับเรือธง
กำหนดการเริ่มจาก vivo X500 Series วันที่ 21 กันยายน ตามด้วย OPPO Find X10 Series วันที่ 22 กันยายน และ Xiaomi 18 Pro Series วันที่ 23 กันยายน โดยผลิตภัณฑ์ทั้งสามตระกูลจะเปิดตัวในประเทศจีนก่อน ส่วนกำหนดการทำตลาดโลกและประเทศไทยยังต้องรอประกาศจากแต่ละบริษัท
iPhone 18 Pro เปิดตลาดพรีเมียมก่อนคู่แข่งจีน
Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max เมื่อวันที่ 9 กันยายน ก่อนเริ่มวางจำหน่ายในหลายตลาดวันที่ 18 กันยายน ทำให้บริษัทได้เปรียบด้านจังหวะการทำตลาดก่อนสมาร์ทโฟนเรือธงจีนเปิดตัวตามมา
iPhone 18 Pro ใช้หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ส่วน iPhone 18 Pro Max ใช้หน้าจอ 6.9 นิ้ว พร้อมชิป A20 Pro ซึ่ง Apple วางตำแหน่งให้รองรับการประมวลผล AI และกราฟิกระดับสูง
ระบบกล้องประกอบด้วยกล้องหลังความละเอียด 48 ล้านพิกเซลสามตัว พร้อมกล้องหลักที่ปรับรูรับแสงได้ และระบบซูมออปติคัลสูงสุด 8 เท่า ขณะที่ iPhone 18 Pro Max รองรับการเล่นวิดีโอสูงสุดประมาณ 43 ชั่วโมงในบางตลาด
Apple ยังมีแต้มต่อจากระบบนิเวศของอุปกรณ์และบริการ ตั้งแต่ Apple Watch, AirPods, Mac ไปจนถึงบริการบน iCloud ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาฐานผู้ใช้ในตลาดพรีเมียม แม้การแข่งขันด้านสเปกฮาร์ดแวร์จะรุนแรงขึ้นก็ตาม
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ใช้ชิป A20 Pro พร้อมระบบประมวลผล Neural Engine และรองรับมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่น IP68
vivo X500 เน้นกล้องเทเลโฟโตชนจุดแข็ง iPhone
vivo เป็นผู้ผลิตจีนรายแรกในรอบนี้ที่เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง เมื่อคืนวันที่ 21 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา 3 รุ่น ได้แก่ vivo X500, X500 Pro และ X500 Pro Max ชูจุดเด่นกล้อง 200MP ชิป Dimensity 9600 Pro จอ 2K 144Hz และแบตเตอรี่สูงสุด 8,000 mAh ราคาเริ่มต้น 5,499 หยวน หรือประมาณ 27,300 บาท
vivo X500 Series แบ่งเป็น 3 รุ่น โดย X500 Pro และ X500 Pro Max เป็นสองรุ่นแรกที่ใช้ชิปเรือธง MediaTek Dimensity 9600 Pro ขณะที่ X500 รุ่นมาตรฐานใช้ Dimensity 9600M พร้อมหน้าจอ AMOLED ความละเอียด 2K และรีเฟรชเรต 144Hz
X500 Pro Max จัดเต็มกล้อง 200MP พร้อม Gimbal OIS
ด้านการถ่ายภาพ vivo X500 Pro และ X500 Pro Max ใช้กล้องหลัก 50MP ระยะ 24 มม. เซนเซอร์ Sony LYTIA L910 ขนาด 1/1.28 นิ้ว ที่ Sony และ vivo ร่วมพัฒนา พร้อมเลนส์ Zeiss T* รูรับแสง f/1.57 และ Dynamic Range 17 EV โดย X500 Pro Max เพิ่มระบบกันสั่น Gimbal OIS ที่ชดเชยการสั่นได้ 3 องศา ส่วน X500 Pro รองรับ 1.5 องศา
จุดต่างสำคัญอยู่ที่กล้อง Telephoto โดย X500 Pro Max ใช้ Periscope Telephoto 200MP เซนเซอร์ Samsung ISOCELL HP0 ขนาด 1/1.4 นิ้ว ระยะ 85 มม. พร้อมระบบกันสั่น CIPA 7.0 ขณะที่ X500 Pro ใช้ Telephoto 64MP ระยะ 85 มม. เซนเซอร์ vivo x Sony LYTIA 610 ขนาด 1/2.0 นิ้ว
ทั้งสองรุ่นรองรับอุปกรณ์เสริม Zeiss Telephoto Extender Gen 2 Ultra ระยะ 400 มม. และกล้อง Ultrawide 50MP ระยะ 15 มม. ส่วน X500 รุ่นมาตรฐานใช้กล้องหลัก 50MP Sony LYTIA 828 ตามด้วย Telephoto 64MP และ Ultrawide 50MP
วิดีโอ 4K 240fps รุ่น Pro Max ถ่าย 8K ได้
X500 Pro และ X500 Pro Max รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่ 240fps สำหรับ Cinematic Slow Motion พร้อมการบันทึกแบบ 10-bit, 4:2:2 และ ACES โดย X500 Pro Max รองรับการถ่ายวิดีโอ 8K ที่ 30fps เพิ่มเติม
จอ 2K 144Hz พร้อมแบตสูงสุด 8,000 mAh
ทั้ง 3 รุ่นใช้หน้าจอความละเอียด 2K และรีเฟรชเรต 144Hz โดย X500 Pro เป็นจอ LTPO AMOLED ขนาด 6.36 นิ้ว, X500 Pro Max ขนาด 6.85 นิ้ว และ X500 ขนาด 6.59 นิ้ว ขณะที่ความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 4,500 nits สำหรับสองรุ่น Pro และ 4,000 nits ในรุ่นมาตรฐาน
ด้านแบตเตอรี่ X500 Pro Max ให้ความจุสูงสุด 8,000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Silicon-Carbon (Si-C) ตามด้วย X500 ที่ 7,500 mAh และ X500 Pro ที่ 6,510 mAh ทั้งหมดรองรับชาร์จเร็ว 90W และชาร์จไร้สาย 40W พร้อมมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP68 และ IP69 โดยสมาร์ทโฟนทั้ง 3 รุ่นทำงานบน OriginOS 7 พัฒนาบนพื้นฐาน Android 17 ตั้งแต่แกะกล่อง
ราคา vivo X500 Series
vivo X500
- RAM 12GB + 256GB : 5,499 หยวน (ประมาณ 27,300 บาท)
- RAM 12GB + 512GB : 5,999 หยวน (ประมาณ 29,800 บาท)
- RAM 12GB + 1TB : 6,999 หยวน (ประมาณ 34,800 บาท)
vivo X500 Pro
- RAM 12GB + 256GB : 6,499 หยวน (ประมาณ 32,300 บาท)
- RAM 12GB + 512GB : 7,499 หยวน (ประมาณ 37,200 บาท)
- RAM 12GB + 1TB : 8,499 หยวน (ประมาณ 42,200 บาท)
vivo X500 Pro Max
- RAM 12GB + 256GB : 6,999 หยวน (ประมาณ 34,800 บาท)
- RAM 12GB + 512GB : 7,999 หยวน (ประมาณ 39,700 บาท)
- RAM 16GB + 512GB : 8,499 หยวน (ประมาณ 42,200 บาท)
- RAM 12GB + 1TB : 8,999 หยวน (ประมาณ 44,700 บาท)
- RAM 16GB + 1TB : 12,999 หยวน (ประมาณ 64,500 บาท)
vivo X500 Series จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนวันที่ 24 กันยายน 2569 ส่วนกำหนดเปิดตัวในตลาดโลกยังไม่มีการประกาศรายละเอียดในขณะนี้
OPPO Find X10 เปิดเกมกล้อง 200MP
OPPO เตรียมเปิดตัว Find X10 Series วันที่ 22 กันยายน โดยรุ่นที่ถูกจับตามากที่สุดคือ OPPO Find X10 Pro Max ซึ่งถูกวางเป็นคู่แข่งระดับเดียวกับ iPhone 18 Pro Max
รายงานก่อนเปิดตัวระบุว่า Find X10 Pro Max อาจติดตั้งกล้องความละเอียด 200 ล้านพิกเซลถึงสามตัว ครอบคลุมกล้องหลัก กล้องอัลตราไวด์ และกล้องเทเลโฟโตแบบเพริสโคป พร้อมเทคโนโลยีการประมวลผลภาพที่พัฒนาร่วมกับ Hasselblad
กล้องทั้งสามตัวถูกคาดหมายว่าจะรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียด 8K และวิดีโอแบบ Log หลายช่วงระยะ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า OPPO ไม่ได้ต้องการแข่งขันเฉพาะการถ่ายภาพนิ่ง แต่กำลังพยายามรุกตลาดวิดีโอที่เป็นหนึ่งในจุดแข็งของ iPhone ด้วย
ด้านประสิทธิภาพ Find X10 Pro Max อาจใช้ชิป MediaTek Dimensity 9600 Pro หน้าจอ LTPO OLED ความละเอียด 2K อัตรารีเฟรช 144Hz และแบตเตอรี่ประมาณ 8,000–8,500mAh
อย่างไรก็ตาม สเปกกล้อง 200 ล้านพิกเซลสามตัวและความจุแบตเตอรี่ยังต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจาก OPPO Android Central
Xiaomi 18 ชูจอหลัง–แบตใหญ่ สร้างความต่าง
Xiaomi เตรียมเปิดตัว Xiaomi 18 Pro และ Xiaomi 18 Pro Max วันที่ 23 กันยายน เวลา 19.00 น. ตามเวลาประเทศจีน หรือ 18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ส่วน Xiaomi 18 รุ่นมาตรฐานมีรายงานว่าอาจเปิดตัวภายหลัง
จุดขายสำคัญของ Xiaomi 18 Pro Series คือหน้าจอด้านหลังบริเวณชุดกล้อง ซึ่งพัฒนาต่อจาก Xiaomi 17 Pro Series สามารถใช้แสดงข้อมูล การแจ้งเตือน และช่วยจัดองค์ประกอบภาพเมื่อใช้กล้องหลังถ่ายภาพตัวเอง
แนวทางดังกล่าวแตกต่างจากการแข่งขันด้านกล้องและชิปเพียงอย่างเดียว โดย Xiaomi พยายามสร้างรูปแบบการใช้งานที่ไม่มีใน iPhone 18 Pro และสมาร์ทโฟนเรือธงทั่วไป
ข้อมูลก่อนเปิดตัวระบุว่า Xiaomi 18 Pro จะใช้แบตเตอรี่ประมาณ 7,000mAh ส่วน Xiaomi 18 Pro Max อาจเพิ่มความจุเป็น 8,500mAh พร้อมหน้าจอ OLED ความละเอียด 2K ขนาดประมาณ 6.9 นิ้ว
ทั้งสองรุ่นจะยังใช้ระบบกล้องที่พัฒนาร่วมกับ Leica และคาดว่าจะติดตั้งชิปเรือธงรุ่นใหม่ของ Qualcomm ขณะที่สเปกฉบับสมบูรณ์และราคาจำหน่ายต้องรอการเปิดตัววันที่ 23 กันยายน Android Central
เรือธงจีนใช้สเปกสูงแลกหมัดระบบนิเวศ Apple
การแข่งขันปลายปี 2569 จึงแบ่งออกเป็นสองแนวทางชัดเจน ฝั่ง Apple ใช้ชิป A20 Pro ประสบการณ์วิดีโอ ระบบปฏิบัติการ และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นในระบบนิเวศเป็นจุดขายหลัก
ขณะที่ผู้ผลิตจีนใช้สเปกฮาร์ดแวร์ที่สูงกว่าในบางด้านเข้าสู้ ทั้งกล้อง 200 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ระดับ 7,000–8,500mAh ระบบชาร์จเร็ว และหน้าจอเสริมด้านหลัง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความละเอียดกล้องและความจุแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนฐานผู้ใช้ระดับพรีเมียม ปัจจัยตัดสินการแข่งขันยังรวมถึงคุณภาพซอฟต์แวร์ การอัปเดตระบบระยะยาว บริการหลังการขาย ราคา และความพร้อมในการวางจำหน่ายนอกประเทศจีน
จุดที่ต้องติดตามหลังการเปิดตัวคือ vivo, OPPO และ Xiaomi จะนำรุ่นใดเข้าทำตลาดโลก รวมถึงสามารถตั้งราคาให้แข่งขันกับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ในช่วงเทศกาลซื้อสินค้าปลายปีได้มากน้อยเพียงใด







