thansettakij
thansettakij
ิสมศ.-สอศ. เปิดตัว Digital QA Platform เชื่อมข้อมูลประเมิน Real-time

สมศ.-สอศ. เปิดตัว Digital QA Platform เชื่อมข้อมูลประเมิน Real-time

10 ส.ค. 69 | 10:10 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ส.ค. 69 | 10:12 น.

สมศ. ผนึก สอศ. เปิดตัว Digital QA Platform นำร่องระบบประเมินคุณภาพการศึกษาแบบดิจิทัล เชื่อมข้อมูล IQA-EQA แบบ Real-time ลดงานเอกสารซ้ำซ้อน คืนเวลาให้ครู พร้อมต่อยอด AI ช่วยจัดทำ SAR และ Data Analytics ยกระดับคุณภาพผู้เรียน

KEY

POINTS

  • สมศ. และ สอศ. ร่วมมือเปิดตัว "Digital QA Platform" เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการประกันคุณภาพภายใน (IQA) และการประเมินคุณภาพภายนอก (EQA) แบบเรียลไทม์
  • มีเป้าหมายหลักเพื่อลดภาระงานเอกสารที่ซ้ำซ้อนของสถานศึกษาและครู ตามนโยบาย "คืนเวลาให้ครู" ให้สามารถมุ่งเน้นการสอนได้มากขึ้น
  • ระบบช่วยให้การประเมินคุณภาพสะท้อนผลได้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น โดยนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา
  • มีแผนพัฒนาต่อยอดโดยใช้ AI และขยายผลเป็นต้นแบบสู่การศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษาในอนาคต

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เปิดตัวนวัตกรรม Digital QA Platform ระบบประกันและประเมินคุณภาพการศึกษารูปแบบดิจิทัลในระยะนำร่อง (Pilot Version) มุ่งเชื่อมโยงข้อมูลการประกันคุณภาพภายใน (IQA) และการประเมินคุณภาพภายนอก (EQA) แบบ Real-time ลดภาระการจัดทำเอกสารซ้ำซ้อนของสถานศึกษา และนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา

ดันดิจิทัลลดงานเอกสาร “คืนเวลาให้ครู”

สมศ.-สอศ. เปิดตัว Digital QA Platform เชื่อมข้อมูลประเมิน Real-time

นางสาวพลอย ธนิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผ่านการพัฒนาทุนมนุษย์และการจัดการศึกษาที่มีมาตรฐาน โดยการประเมินคุณภาพภายนอกมีบทบาทสำคัญในการสะท้อนจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนาของสถานศึกษา

อย่างไรก็ตาม กระบวนการเตรียมข้อมูลเพื่อรองรับการประเมินที่ผ่านมา ยังมีภาระงานเอกสารและการจัดเตรียมข้อมูลที่ซ้ำซ้อน ซึ่งกระทบต่อเวลาของครูในการจัดการเรียนการสอน

กระทรวงศึกษาธิการจึงผลักดันการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน โดยความร่วมมือระหว่าง สมศ. และ สอศ. ในการนำร่อง Digital QA Platform ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “คืนเวลาให้ครู”

สมศ.-สอศ. เปิดตัว Digital QA Platform เชื่อมข้อมูลประเมิน Real-time

การเชื่อมโยงข้อมูลแบบไร้รอยต่อจะช่วยให้การประเมินสะท้อนคุณภาพของสถานศึกษาได้แม่นยำมากขึ้น ขณะที่ครูสามารถลดเวลาที่ใช้กับงานเอกสาร และนำเวลาไปออกแบบการเรียนรู้ พัฒนาการสอน และดูแลผู้เรียนได้มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนากำลังคนที่มีทักษะสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายและเศรษฐกิจไทย

Digital QA Platform เชื่อม IQA-EQA

สมศ.-สอศ. เปิดตัว Digital QA Platform เชื่อมข้อมูลประเมิน Real-time

ศ.ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการ สมศ. กล่าวว่า สมศ. เดินหน้ายกระดับระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านการมีส่วนร่วม ความโปร่งใส และการใช้เทคโนโลยี โดยร่วมมือกับ สอศ. พัฒนา Digital QA Platform เพื่อปรับรูปแบบการประเมินคุณภาพภายนอกให้สอดรับกับยุคดิจิทัล

ระบบดังกล่าวจะนำข้อมูลจากระบบประกันคุณภาพภายใน (IQA) และการประเมินคุณภาพภายนอก (EQA) มาเชื่อมโยงและประมวลผล ก่อนนำเสนอในรูปแบบ Data Visualization ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจข้อมูลและนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น

กลุ่มผู้ใช้งานหลักแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ สถานศึกษา ใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน หน่วยงานต้นสังกัดและกระทรวงศึกษาธิการ ใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบาย ประชาชนและผู้ปกครอง ใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกสถานศึกษา และ สมศ. รวมถึงผู้ประเมินภายนอก ใช้ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์และออกแบบกระบวนการประเมิน

กรอกข้อมูลครั้งเดียว ลดขั้นตอนประเมิน

สมศ.-สอศ. เปิดตัว Digital QA Platform เชื่อมข้อมูลประเมิน Real-time

สำหรับ Digital QA Platform ระยะนำร่อง มีจุดเด่นสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ การลดภาระงานเอกสารด้วย Data Integration โดยระบบสามารถดึงข้อมูลที่สถานศึกษาบันทึกไว้ในระบบของหน่วยงานต้นสังกัด เช่น Digital IQA รายงานการประเมินตนเอง (SAR) และแผนพัฒนาการศึกษา มาใช้ต่อได้โดยตรง ลดการกรอกข้อมูลซ้ำ

อีกด้านคือ Rapid and Accurate เมื่อข้อมูลถูกเชื่อมเข้าสู่แพลตฟอร์มแบบ Real-time สมศ. สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการออกแบบการประเมินคุณภาพภายนอกผ่านผู้ประเมินที่ได้รับการพัฒนาโดย สมศ. ได้ทันที ช่วยลดขั้นตอนการประสานงานและการขอข้อมูลจากสถานศึกษา

ศ.ดร.องอาจ กล่าวว่า ในระยะต่อไป สมศ. มีแผนนำ AI Plug-in เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยครูในการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) พร้อมพัฒนาระบบ Dashboard และ Data Analytics เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น

ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การเปรียบเทียบผลคะแนน V-NET กับงบประมาณที่ใช้ อัตราการมีงานทำหลังสำเร็จการศึกษา และฐานเงินเดือนเฉลี่ยของผู้จบการศึกษา เพื่อพัฒนาเป็นฐานข้อมูลที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งในระดับสถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด และระดับนโยบาย

สอศ. วางฐาน “Digital Quality Ecosystem”

นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สอศ. ให้ความสำคัญกับการลดภาระครูและการยกระดับระบบประกันคุณภาพการศึกษา โดยพัฒนาระบบ IQA ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลของสถานศึกษา และเปิดให้หน่วยงานด้านการประกันคุณภาพสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้โดยตรง

แนวทางสำคัญคือ “กรอกข้อมูลครั้งเดียว ใช้ประโยชน์ได้หลายระบบ” โดยข้อมูลสามารถนำไปใช้จัดทำ SAR ติดตามผลการประเมินคุณภาพภายใน รองรับการประเมินคุณภาพภายนอก รวมถึงนำไปวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการบริหารและการกำหนดนโยบายของ สอศ.

สอศ. ยังมีแผนยกระดับฐานข้อมูลให้สามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นในอนาคต พร้อมนำผลการประเมินไปใช้พัฒนาสถานศึกษา บุคลากร และผู้เรียน เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านคุณภาพการศึกษา หรือ Digital Quality Ecosystem ที่ใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ

วิทยาลัยนำร่องลดต้นทุนกว่า 5 แสนบาทต่อปี

ดร.สาริศา พิชัยฤกษ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพณิชยการธนบุรี กล่าวว่า วิทยาลัยฯ เดินหน้าสู่การเป็นสถานศึกษายุคดิจิทัล (Digital Campus) โดยปรับระบบจัดเก็บข้อมูลจากรูปแบบเดิมมาเป็นดิจิทัล และต่อยอดข้อมูลจากผลงานของนักศึกษาเข้าสู่ระบบจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ

การปรับเปลี่ยนดังกล่าวช่วยลดการใช้กระดาษและหมึกพิมพ์ คิดเป็นงบประมาณมากกว่า 500,000 บาทต่อปี ขณะเดียวกันยังเชื่อมโยงข้อมูลกับการประเมินวิทยฐานะของครู ช่วยเพิ่มความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ

ดร.สาริศา กล่าวว่า เมื่อครูมีเวลาลดลงจากการจัดทำเอกสาร สามารถนำเวลาไปพัฒนาตนเองและการเรียนการสอนได้มากขึ้น ส่งผลต่อคุณภาพของนักศึกษา ขณะที่ระบบ Digital QA Platform จะช่วยให้การประกันคุณภาพเปิดกว้างขึ้น โดยเฉพาะการนำความคิดเห็นของผู้ปกครองเข้ามาเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาสถานศึกษา

ทั้งนี้ สมศ. มองว่า Digital QA Platform สามารถต่อยอดเป็นต้นแบบการทำ Digital Transformation ด้านการประกันคุณภาพการศึกษา และขยายผลไปยังการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษา เพื่อสร้างระบบประกันคุณภาพที่ใช้ข้อมูลเชื่อมโยงระหว่างครู สถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด ผู้ประเมิน และผู้ปกครอง สู่เป้าหมาย Quality Education for All Thais