
ม.หอการค้าผนึก 3 ยักษ์เทคโนโลยีเปิดศูนย์ UTCC PQC-X รับ Q-Day
ม.หอการค้าไทย ดึง 3 พันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก เปิดตัวศูนย์ "UTCC PQC-X" ยกระดับความมั่นคงไซเบอร์ไทย สู้ภัยถอดรหัสยุคควอนตัม คุมความเสี่ยงข้อมูลชาติก่อนถึงวัน Q-Day
KEY
POINTS
- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยร่วมมือกับ 3 บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ได้แก่ ยิบอินซอย เน็กซ์, i-Sprint และ Utimaco เปิดตัว "ศูนย์ UTCC PQC-X" ซึ่งเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเข้ารหัสหลังยุคควอนตัมแห่งแรกของไทย
- ศูนย์ฯ ก่อตั้งขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมและปกป้องภาคธุรกิจและสังคมจากภัยคุกคามของควอนตัมคอมพิวเตอร์ ที่จะสามารถถอดรหัสข้อมูลในปัจจุบันได้ในอนาคต หรือที่เรียกว่า "Q-Day"
- ภารกิจหลักของศูนย์ฯ คือการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม, การพัฒนาบุคลากร, การให้คำปรึกษาภาคธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ
รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภัยจากควอนตัมไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือทฤษฎีในอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงเดินหน้าครั้งสำคัญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ เปิดตัวโครงการจัดตั้ง "UTCC Post-Quantum Cryptography Application Migration Excellence Center (UTCC PQC-X)" หรือ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเปลี่ยนผ่านสู่การเข้ารหัสหลังยุคควอนตัม แห่งแรกของประเทศไทยที่ขับเคลื่อนด้วยภาคอุตสาหกรรม
พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับ 3 พันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ได้แก่ บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด, i-Sprint Innovations และ Utimaco เพื่อมุ่งเป็นผู้นำทางปัญญาและความเป็นเลิศทางเทคโนโลยี ที่ช่วยชี้นำและปกป้องภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และสังคมไทยให้ก้าวผ่านความเสี่ยงทางเทคโนโลยีได้อย่างมั่นคง
โดยศูนย์แห่งนี้จะมุ่งสร้าง "Crypto-Agility" หรือความคล่องตัวทางรหัสลับ ให้องค์กรไทยสามารถปรับเปลี่ยนระบบป้องกันตนเองได้เท่าทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง
รับมือภัยถอดรหัสยุคควอนตัมก่อนวัน "Q-Day"
การจัดตั้งศูนย์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการพัฒนา "ควอนตัมคอมพิวเตอร์" ที่ก้าวกระโดดทั่วโลก ซึ่งในอนาคตอันใกล้จะมีพลังมากพอที่จะถอดรหัสลับที่ปกป้องข้อมูลดิจิทัลของโลกในปัจจุบันได้ทั้งหมด โดยวันดังกล่าวถูกเรียกว่า "Q-Day"
ขณะเดียวกัน อาชญากรไซเบอร์เริ่มใช้ยุทธวิธี "Harvest Now, Decrypt Later" คือการลักลอบเก็บข้อมูลสำคัญไว้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อรอถอดรหัสในวันที่เทคโนโลยีพร้อม ซึ่งภัยคุกคามนี้ส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ทั้งระบบธนาคาร การเงิน โทรคมนาคม และความมั่นคงของรัฐ
ขับเคลื่อน 4 ภารกิจหลักยกระดับไซเบอร์ไทย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภเชษฐ์ อินทร์เนตร ผู้อำนวยการศูนย์ UTCC PQC-X เปิดเผยว่า ศูนย์แห่งนี้จะขับเคลื่อน 4 ภารกิจหลัก ประกอบด้วย:
- การวิจัยและนวัตกรรม: มุ่งเน้นการเข้ารหัสหลังยุคควอนตัมตามมาตรฐานสากล
- การพัฒนาบุคลากร: ยกระดับทักษะ (Up-skill/Re-skill) ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์
- การให้คำปรึกษาภาคธุรกิจ: ประเมินความเสี่ยงและวางแผนเปลี่ยนผ่านระบบ
- การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ: เชื่อมโยงพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ
แผนงานจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ตั้งแต่การจัดตั้งห้องปฏิบัติการทดสอบ PQC การเปิดหลักสูตรอบรมระยะสั้น ไปจนถึงการให้บริการที่ปรึกษาเต็มรูปแบบและการขยายเครือข่ายสู่ระดับภูมิภาค
ผสานความเชี่ยวชาญ 3 พันธมิตรระดับโลก
จุดแข็งสำคัญของศูนย์ คือโมเดลความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับภาคอุตสาหกรรมจริง (Strategic Industrial Collaboration) โดยพันธมิตรทั้ง 3 องค์กรจะร่วมสนับสนุนความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ได้แก่:
- i-Sprint Innovations: ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านการจัดการอัตลักษณ์ดิจิทัล (Digital Identity) ที่ปลอดภัยระดับแอปพลิเคชัน
- Utimaco: ผู้ให้บริการเทคโนโลยี Hardware Security Module (HSM) และโซลูชันความปลอดภัยที่ทนทานต่อควอนตัม
- บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด: ผู้เชี่ยวชาญด้าน System Integration แถวหน้าของไทย นำเทคโนโลยีไปใช้จริงในภาคธุรกิจและภาครัฐ
ดร.มณิสรา บารมีชัย คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวเสริมว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงองค์ความรู้ ระหว่างงานวิจัยระดับสูงกับการใช้งานจริงในภาคธุรกิจ ด้วยบุคลากรวิจัย คณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ และห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย
คาดว่าศูนย์แห่งนี้จะสร้างประโยชน์ทั้งในระดับองค์กรที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตี ระดับอุตสาหกรรมที่จะเกิดมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีของประเทศ และระดับชาติที่จะช่วยให้โครงข่ายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของไทยแข็งแกร่งขึ้น รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน







