thansettakij
thansettakij
Advantech เร่งลงทุน Edge AI ปั้นระบบนิเวศรับอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

Advantech เร่งลงทุน Edge AI ปั้นระบบนิเวศรับอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

02 มิ.ย. 69 | 05:27 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มิ.ย. 69 | 06:18 น.

Advantech เดินหน้าลงทุน Edge AI และ AI Agent สำหรับภาคอุตสาหกรรม วาง 4 กลุ่มธุรกิจหลักขับเคลื่อนระบบนิเวศอัจฉริยะ ครอบคลุมพลังงาน สมาร์ทซิตี้ และระบบอัตโนมัติ ตั้งเป้าก้าวสู่ผู้นำการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุค AI

KEY

POINTS

  • Advantech ประกาศทิศทางใหม่มุ่งสู่ Edge AI และ “Physical AI” เพื่อขยายขีดความสามารถของ AI จากคลาวด์สู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม เช่น โรงงานอัจฉริยะและหุ่นยนต์
  • ปรับบทบาทจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สู่การเป็น “ผู้ขับเคลื่อนระบบนิเวศ AI” โดยร่วมมือกับพันธมิตรใหญ่อย่าง NVIDIA, Qualcomm และ Intel เพื่อผลักดันการใช้งานในเชิงพาณิชย์
  • เปิดตัวแพลตฟอร์มและโซลูชันใหม่ เช่น โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ “Physical AI Robotics” และ “AI Foundry” เพื่อเร่งการพัฒนาหุ่นยนต์อัจฉริยะและช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมนำ AI ไปใช้งานจริงได้เร็วขึ้น

Advantech เปิดเวที “Edge AI Conference” ที่ไต้หวัน ประกาศทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรม AI โลก โดยชู “Physical AI” และ Edge Computing เป็นแกนหลักของการขยาย AI จากระบบคลาวด์สู่การทำงานจริงในโรงงาน หุ่นยนต์ เมืองอัจฉริยะ และระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

ประกาศความพร้อมดัน Edge AI สู่ใช้งานเชิงพาณิชย์

ภายในงาน Advantech ผู้นำด้านระบบอัจฉริยะ IoT และ Embedded Platform ระดับโลก ร่วมกับพันธมิตรเทคโนโลยีรายใหญ่ ทั้ง NVIDIA, Qualcomm Technologies และ Intel ประกาศความพร้อมผลักดัน Edge AI ไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมในระดับขยายตัวจริง หลังเทคโนโลยี AI เริ่มเปลี่ยนผ่านจาก Generative AI ไปสู่ระบบที่ “รับรู้ คิด วิเคราะห์ และลงมือทำได้เอง”

เค.ซี. หลิว (K.C. Liu) ประธานบริษัท Advantech ระบุว่า AI กำลังเปลี่ยนจาก “เทรนด์เทคโนโลยี” ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของธุรกิจ โดย AI จะไม่ได้อยู่เพียงในศูนย์ข้อมูลหรือคลาวด์อีกต่อไป แต่จะเคลื่อนสู่ Edge AI เพื่อรองรับการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ในภาคอุตสาหกรรม

Advantech เร่งลงทุน Edge AI ปั้นระบบนิเวศรับอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

ปรับบทบาทสู่ “ผู้ขับเคลื่อนระบบนิเวศ AI”

Advantech จึงปรับบทบาทจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ สู่การเป็น “ผู้ขับเคลื่อนระบบนิเวศ AI” ผ่านแพลตฟอร์ม WEDA (WISE-Edge Developer Architecture) ที่รวมการพัฒนาซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และระบบ AI เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้องค์กรนำ AI ไปใช้เป็นแกนหลักของการดำเนินงาน

หนึ่งในประเด็นสำคัญของงานคือการประกาศรุกตลาด “Physical AI Robotics” ซึ่งเป็น AI ที่สามารถรับรู้สภาพแวดล้อม ตัดสินใจ และควบคุมการทำงานจริงได้ โดย Advantech เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐานสำหรับหุ่นยนต์ AI ที่ผสาน Edge Computing, Multi-Sensor Fusion และ Robotic Suite SDK เพื่อเร่งการพัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรม หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) และ Humanoid Robot

มิลเลอร์ ชาง (Miller Chang) ประธานกลุ่ม Embedded Sector ของ Advantech ระบุว่า บริษัทกำลังขยาย AI เข้าสู่หลายอุตสาหกรรม ทั้งโรงงานอัจฉริยะ การแพทย์ พลังงาน ค้าปลีก และเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมร่วมมือกับ NVIDIA, Qualcomm, Intel, AMD และ NXP พัฒนาแพลตฟอร์ม Edge AI รุ่นใหม่ที่รองรับ AI Agent และการทำงานข้ามแพลตฟอร์ม

Advantech เร่งลงทุน Edge AI ปั้นระบบนิเวศรับอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

Physical AI เป็นรากฐานใหม่ภาคอุตสาหกรรม


ด้านดีพู ทัลลา (Deepu Talla) รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Robotics and Edge AI ของ NVIDIA ระบุว่า “Physical AI” จะกลายเป็นรากฐานใหม่ของภาคอุตสาหกรรม โดย NVIDIA วางโครงสร้าง “Three-Computer Framework” ครอบคลุมตั้งแต่การฝึก AI การจำลองสถานการณ์ ไปจนถึงการใช้งานจริง ผ่านแพลตฟอร์ม Omniverse, Isaac Sim และ Metropolis

Advantech เร่งลงทุน Edge AI ปั้นระบบนิเวศรับอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

แนวคิด “AI Factory Brain” ยังถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวใจของโรงงานยุคใหม่ โดย AI Agent จะเข้ามาควบคุมการตรวจสอบคุณภาพ การบริหาร SOP และการดำเนินงานของโรงงานแบบอัตโนมัติ พร้อมเรียนรู้และปรับตัวได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่นาคูล ดักกัล (Nakul Duggal) รองประธานบริหารของ Qualcomm Technologies ระบุว่า การผสาน Edge Computing กับ 5G และ Wi-Fi 8 จะเป็นตัวเร่งสำคัญของ Physical AI เพราะช่วยให้ระบบสามารถประมวลผลที่ Edge ได้ทันที ลดความหน่วง และรองรับระบบอัตโนมัติแบบเรียลไทม์

Advantech ยังประกาศพัฒนา “AI Foundry” มาตรฐาน 7 โมดูล เพื่อแก้ปัญหาความซับซ้อนของโรงงานและระบบอุตสาหกรรมที่มีความแตกต่างกันสูง ช่วยให้องค์กรเร่งเปลี่ยนผ่านจากโครงการนำร่อง (Proof of Concept) ไปสู่การใช้งานจริงในระดับขนาดใหญ่ได้เร็วขึ้น

ลินดา ไช่ (Linda Tsai) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Advantech ระบุว่า Physical AI ได้ก้าวผ่านจุด “พิสูจน์ว่าเป็นไปได้หรือไม่” ไปแล้ว และโจทย์สำคัญจากนี้คือ “การขยายระบบให้เร็วพอ” เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก

นอกจากภาคการผลิต ภายในงานยังมีการหารือถึงการนำ Edge AI ไปใช้ในโรงพยาบาล เมืองอัจฉริยะ และธุรกิจค้าปลีก โดย AI, Digital Twin และ Edge Computing ถูกมองว่าจะกลายเป็นเทคโนโลยีหลักในการยกระดับประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และความยืดหยุ่นขององค์กรในอนาคต