thansettakij
thansettakij
ครม. โยกอำนาจตรวจสอบ 'บัญชีนวัตกรรมไทย' ให้ สนช. แทน สวทช. มีผล 1 ต.ค.นี้

ครม. โยกอำนาจตรวจสอบ 'บัญชีนวัตกรรมไทย' ให้ สนช. แทน สวทช. มีผล 1 ต.ค.นี้

26 พ.ค. 69 | 08:35 น.
อัปเดตล่าสุด :26 พ.ค. 69 | 08:38 น.

ครม. ไฟเขียวปรับโครงสร้างบัญชีนวัตกรรมไทยโอนอำนาจตรวจสอบคุณสมบัติผลิตภัณฑ์และบริการให้ สนช. แทน สวทช. มีผล ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติโอนย้ายอำนาจการตรวจสอบคุณสมบัติผลิตภัณฑ์และบริการใน "บัญชีนวัตกรรมไทย" จาก สวทช. ไปให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
  • การปรับเปลี่ยนบทบาทครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและให้สอดคล้องกับภารกิจของ สนช. ในการส่งเสริมนวัตกรรมเชิงพาณิชย์โดยตรง
  • สวทช. จะยังคงทำหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานเชิงเทคนิคแก่ สนช. ส่วนสำนักงบประมาณยังคงตรวจสอบราคาและประกาศขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทยตามเดิม

26 พฤษภาคม 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการทบทวนการมอบหมายหน่วยงานจัดทำ "บัญชีนวัตกรรมไทย" ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ โดยปรับให้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย แทน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมทั้งให้ สวทช. สนับสนุนการปฏิบัติงานเชิงเทคนิคแก่ สนช. อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เดิมตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2558 ได้มอบหมายให้ สวทช. เป็นหน่วยตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย และให้สำนักงบประมาณเป็นหน่วยตรวจสอบราคาและประกาศบัญชีนวัตกรรมไทย โดยที่ผ่านมา สวทช. ได้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานและขับเคลื่อนระบบบัญชีนวัตกรรมไทยมาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้โครงสร้างการดำเนินงานมีความเหมาะสมกับภารกิจด้านการส่งเสริมและต่อยอดนวัตกรรมเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น กระทรวง อว. จึงได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเห็นว่า สนช. ซึ่งมีภารกิจหลักด้านการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ รวมถึงการผลักดันผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม มีความเหมาะสมในการทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ รองโฆษกรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับบทบาทครั้งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการบัญชีนวัตกรรมไทย ให้มีความคล่องตัว โปร่งใส และสอดคล้องกับระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังคงอาศัยความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจาก สวทช. ในการสนับสนุนด้านเทคนิค เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบมีมาตรฐานและความน่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บัญชีนวัตกรรมไทย ถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการและนวัตกรรมไทยโดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐสามารถจัดซื้อจัดจ้างผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่ขึ้นทะเบียนได้โดยตรงในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของความต้องการใช้งานทั้งหมดของหน่วยงานซึ่งผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสูงสุด 8 ปี เพื่อส่งเสริมให้นวัตกรรมไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตบนฐานนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม สำนักงบประมาณยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบราคาและประกาศขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทยตามเดิมเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด