
เลอโนโวชี้ AI แรงไม่สะดุด ดัน Hybrid Infrastructure รับองค์กรไทย
“เลอโนโว” เผยงบ AI องค์กรไทยพุ่งสวนกระแสเศรษฐกิจชะลอตัว ชี้ดีมานด์ชิปทะลัก 3 เท่าตัว ดันระบบ Hybrid รับมือความเสี่ยงคลาวด์ล่ม พร้อมกางแผนปั้น Enterprise AI Twins มั่นใจแชมป์ตลาด PC ไทย 12 ไตรมาสซ้อน
KEY
POINTS
- การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ขององค์กรไทยยังเติบโตต่อเนื่อง ไม่ชะลอตัว แม้ต้นทุนฮาร์ดแวร์จะสูงขึ้น เพราะมองว่า AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน
- องค์กรส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับ Hybrid Infrastructure ที่ผสมผสานระบบ On-Premise และ Cloud มากขึ้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลและกระจายความเสี่ยง
- แม้ตลาดจะเผชิญภาวะชิ้นส่วนขาดแคลนและต้นทุนเซิร์ฟเวอร์ที่เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า แต่ความต้องการยังคงสูง ทำให้เลอโนโวผลักดันโซลูชัน AI เพื่อตอบสนองตลาด
นายวรพจน์ ถาวรวรรณ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน เลอโนโว (Lenovo) เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนด้านไอทีขององค์กรทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนในขณะนี้ ยังไม่พบสัญญาณการชะลอตัวที่ชัดเจน โดยเฉพาะงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure) แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะเผชิญแรงกดดันจากภาวะสงคราม ความผันผวนของซัพพลายเชน และต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เหตุผลสำคัญคือ องค์กรส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่าการลงทุนไอทีคือภาระค่าใช้จ่าย แต่กลับเร่งมองหาเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และที่สำคัญคือต้องสร้างผลตอบแทนได้รวดเร็ว (ROI) เนื่องจาก AI ถูกวางให้เป็นเครื่องมือหลักในการเพิ่มกำไรและยกระดับความสามารถการแข่งขันในระยะยาว
ชิปขาดตลาดดีมานด์พุ่ง 3 เท่า
นายวรพจน์กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการชิ้นส่วนสำคัญในอุตสาหกรรมไอทียังอยู่ในระดับที่สูงมาก โดยเฉพาะหน่วยความจำ (Memory), เอสเอสดี (SSD) และชิปประมวลผล ซึ่งมีดีมานด์ในตลาดสูงกว่ากำลังการผลิตจริงมากกว่า 3 เท่าตัว ส่งผลให้คำสั่งซื้อ (Backlog) ในตลาดยังคงหนาแน่นต่อเนื่องตลอดช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา และยังไม่พบสัญญาณการชะลอตัวของการลงทุน AI ในภาคองค์กรแต่อย่างใด
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้องค์กรทั่วโลกหันกลับมาทบทวนโครงสร้างพื้นฐานไอที คือความกังวลด้านความปลอดภัยของดาต้าเซ็นเตอร์บนระบบคลาวด์ หลังเกิดเหตุโจมตีระบบคลาวด์ขนาดใหญ่หลายครั้งในต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงของการเก็บข้อมูลไว้ในจุดรวมศูนย์เพียงแห่งเดียว
จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้องค์กรจำนวนมากเริ่มให้น้ำหนักกับ Hybrid Infrastructure หรือระบบไฮบริดที่ผสมผสานทั้ง Public Cloud และ On-Premise มากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงและทำให้องค์กรยังคงมีระบบสำรองข้อมูลอยู่ภายในไซต์ของตนเอง
“ปีนี้เป็นปีแห่งโอกาสของ Hybrid อย่างแท้จริง เพราะ CIO กว่า 70% เริ่มโฟกัสการลงทุนมาที่โครงสร้างแบบไฮบริด เพื่อให้ทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยเกิดขึ้นพร้อมกัน” นายวรพจน์กล่าว
ต้นทุนพุ่งเซิร์ฟเวอร์ดีด 300%
นายวรพจน์ยอมรับว่า อุตสาหกรรมกำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนักจากภาวะขาดแคลนคอมโพเนนต์สำคัญตั้งแต่ Memory, CPU ไปจนถึง GPU ทำให้ต้นทุนรวมของสินค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และส่งผลให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าทุกเดือน โดยเลอโนโวเริ่มปรับราคาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ในกลุ่ม Client PC ราคาปรับขึ้นแล้วมากกว่า 30% ขณะที่กลุ่ม Server บางเซกเมนต์มีต้นทุนสูงขึ้นถึงระดับ 3 เท่าตัว หรือประมาณ 300%
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะเพิ่มขึ้นแต่ความต้องการซื้อยังไม่ลดลง เนื่องจากเทคโนโลยีกลายเป็นปัจจัยจำเป็นในการทำธุรกิจ ประกอบกับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบปฏิบัติการใหม่และการใช้งาน AI Tools ทำให้ผู้บริโภคและองค์กรยังต้องเร่งอัปเกรดอุปกรณ์
AI PC ครองสัดส่วนครึ่งพอร์ต
สำหรับตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในไทย กระแส AI PC เติบโตชัดเจนมากในปีนี้ เนื่องจากผู้ใช้งานเริ่มเข้าใจว่าการทำงานร่วมกับ Generative AI หรือการเรนเดอร์ภาพ จำเป็นต้องอาศัย NPU ทำงานร่วมกับ CPU และ GPU ขณะเดียวกันต้นทุนของ AI PC ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับเครื่องทั่วไป เพราะสิ่งที่ปรับสูงขึ้นคือราคาของเครื่อง PC มาตรฐานจากภาวะชิ้นส่วนขาดตลาด ทำให้ส่วนต่างราคาแคบลง ปัจจุบันสัดส่วนสินค้าของเลอโนโวกว่า 50% ได้เปลี่ยนมาเป็น AI PC แล้ว และยอดขายเติบโตขึ้นอย่างมากต่อเนื่อง
อุปสรรคไทย Data Readiness
ในมุมของความพร้อมองค์กรไทย กลุ่มโทรคมนาคมและสถาบันการเงินถือเป็นเซกเตอร์ที่นำหน้าไปมากและเริ่มใช้งาน AI อย่างจริงจังแล้ว ขณะที่ภาคการผลิต ค้าปลีก และภาครัฐยังมีช่องว่างให้เติบโตอีกมาก
อย่างไรก็ดี อุปสรรคสำคัญของไทยไม่ใช่เพียงเรื่องฮาร์ดแวร์ แต่เป็นเรื่อง “Data Readiness” หรือความพร้อมของข้อมูลภายในองค์กร เนื่องจากหลายหน่วยงานยังมีข้อมูลแยกส่วน (Data Silo) ไม่สามารถเชื่อมต่อคลังข้อมูลเข้าด้วยกันได้ ส่งผลให้ AI ไม่สามารถสร้างประโยชน์ได้เต็มศักยภาพ นอกจากนี้ยังมีโจทย์เรื่อง API Integration และความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ต้องได้รับการแก้ไข
เป้าหมาย Enterprise AI Twins
กลยุทธ์ของเลอโนโวในระยะต่อไปจะขยับสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันและที่ปรึกษา AI แบบครบวงจร (End-to-End AI Consultancy) ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน เซิร์ฟเวอร์ ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงบริการเช่าใช้แบบ As-a-Service โดยบริษัทได้พัฒนา AI Ecosystem ภายใต้ชื่อ Lenovo KIRA ซึ่งรองรับการทำงานแบบออฟไลน์ เพื่อรองรับเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันองค์กรเข้าสู่ Enterprise AI Twins อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกันนี้ยังลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา AI มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
รักษาแชมป์ไทย 12 ไตรมาสซ้อน
สำหรับผลประกอบการล่าสุด เลอโนโวมีรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรเติบโต 36% ขณะที่ประเทศไทย เลอโนโวยังคงครองส่วนแบ่งตลาดที่ 35% และรักษาอันดับหนึ่งต่อเนื่องยาวนานถึง 12 ไตรมาสติดต่อกัน
นายวรพจน์ย้ำว่า แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวและกำลังซื้อถูกกดดันจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น แต่ตลาดเทคโนโลยียังเป็นอุตสาหกรรมที่ความต้องการไม่หายไป เพราะภาคธุรกิจจำเป็นต้องใช้ไอทีเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับการแข่งขันในยุค AI อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้







