thansettakij
thansettakij
เจาะขุมทรัพย์ธุรกิจบริหารอาคารหมื่นล้าน ยุคนวัตกรรมสยบวิกฤตแรงงานขาด

เจาะขุมทรัพย์ธุรกิจบริหารอาคารหมื่นล้าน ยุคนวัตกรรมสยบวิกฤตแรงงานขาด

05 เม.ย. 69 | 06:37 น.
อัปเดตล่าสุด :05 เม.ย. 69 | 06:47 น.

ตลาด Facility Management ไทยโตทะลุหมื่นล้านรับเทรนด์เมืองอัจฉริยะ จับตา "เมทเธียร์" ผู้เล่นดาวรุ่งสายเลือดเทคกวาดรายได้ 2,825 ล้านบาท เติบโต 105% พลิกโฉมงานดูแลอสังหาฯ ด้วยขุมพลัง AI และหุ่นยนต์ ท้าชนกลุ่มทุนข้ามชาติ

KEY

POINTS

  • ธุรกิจบริหารจัดการอาคารมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทกำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนแรงงาน ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้
  • ทิศทางอุตสาหกรรมมุ่งสู่การใช้ระบบอัจฉริยะ (Intelligence) เช่น หุ่นยนต์, IoT และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อทดแทนการใช้กำลังคน (Labor-intensive) และเพิ่มประสิทธิภาพ
  • ผู้ประกอบการไทยอย่าง 'เมทเธียร์' ชูนวัตกรรมเป็นจุดแข็งในการแข่งขัน โดยใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการอาคารเพื่อแก้ปัญหาแรงงานและสร้างการเติบโตทางธุรกิจ

อุตสาหกรรมการบริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวก (Facility Management) ในประเทศไทยปี 2569 กำลังก้าวสู่ศักราชใหม่ของการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ โดยรายงานจาก ResearchAndMarkets.com ระบุว่าตลาดทั่วโลกกำลังขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ประเมินมูลค่าตลาดโลกจะเติบโตจาก 1.97 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (64.02 ล้านล้านบาท) ในปี 2568 สู่ระดับ 3.55 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (115.37 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2573 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ที่แข็งแกร่งถึง 12.4% ต่อปี

สำหรับในประเทศไทยนั้น คาดการณ์มูลค่าตลาดรวมพุ่งสูงหลายหมื่นล้านบาท โดยมีปัจจัยเร่งสำคัญมาจากความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐานเชิงพาณิชย์สมัยใหม่ และกระแสการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการจ้างหน่วยงานภายนอก (Outsourcing) ในส่วนงานที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก

ทิศทางของอุตสาหกรรมในปีนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบนิเวศอาคารอัจฉริยะ (Smart Building Ecosystem) และการบริหารจัดการความยั่งยืน (ESG) ซึ่งกลายเป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินงานด้านสิ่งอำนวยความสะดวกยุคใหม่ กลุ่มเป้าหมายหลักคือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อาคารสำนักงานเกรดเอ โรงงานอุตสาหกรรม และศูนย์สุขภาพชั้นนำ ท่ามกลางความท้าทายด้านการขาดแคลนแรงงานที่เป็นตัวเร่งให้ดีมานด์การจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพุ่งสูงขึ้น

เจาะขุมทรัพย์ธุรกิจบริหารอาคารหมื่นล้าน ยุคนวัตกรรมสยบวิกฤตแรงงานขาด ในสมรภูมิที่เทคโนโลยีกลายเป็นอาวุธหลัก เมทเธียร์ (Metthier) ภายใต้เครือ สกาย กรุ๊ป (Sky Group) กลายเป็นผู้เล่นไทยที่สร้างความโดดเด่นด้วยการวางตำแหน่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีดูแลอาคาร (Property Technology Company) เต็มรูปแบบ

เมทเธียร์สามารถสร้างรายได้ก้าวกระโดดสู่ระดับ 2,800 ล้านบาท ผ่านการชูนวัตกรรม 'Mett-Eco System' ที่ประกอบด้วยศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ MIOC ที่ใช้ระบบ Digital Twin และหุ่นยนต์ทำความสะอาด MettBot ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนจากการใช้กำลังคน (Labor-intensive) ไปสู่การใช้ความฉลาดของระบบ (Intelligence) เพื่อตอบโจทย์การลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ นอกจากนี้ การนำแพลตฟอร์ม "เมททริก" (METTRIQ) มาใช้ร่วมกับอุปกรณ์ IoT แบบเรียลไทม์ ยังช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยปิดช่องโหว่ด้านการขาดแคลนแรงงานมีฝีมือได้อย่างเบ็ดเสร็จ ส่งผลให้เมทเธียร์สามารถคว้าความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 1,000 องค์กร ใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก

เจาะขุมทรัพย์ธุรกิจบริหารอาคารหมื่นล้าน ยุคนวัตกรรมสยบวิกฤตแรงงานขาด

อย่างไรก็ตาม เจ้าตลาดเดิมในไทยยังคงขยับทัพรับมืออย่างเข้มข้น นำโดย พีซีเอส (PCS) ในเครือโอซีเอส กรุ๊ป (OCS Group) จากอังกฤษ ที่เร่งทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลเพื่อรักษาอัตรากำไรภายใต้แรงกดดันด้านค่าแรง

ขณะที่ ไอเอฟเอส (IFS) เน้นชูมาตรฐานความปลอดภัยสากลเจาะกลุ่มองค์กรข้ามชาติ ทางด้านการ์ดฟอร์ซ (Guardforce) ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัย โดยมีบริการหลักครอบคลุมจัดหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั่วไป การขนส่งเงินสดด้วยรถนิรภัย รวมถึงนวัตกรรมตู้ออมเงินอัจฉริยะ และ จีโฟร์เอส (G4S) ที่ยกระดับความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีโดรนและไบโอเมตริกซ์ขั้นสูง

การแข่งขันในปี 2569 คือการพิสูจน์ว่า "ทุน" หรือ "นวัตกรรม" ใครจะกุมความได้เปรียบในระยะยาว เมื่อโมเดลธุรกิจเริ่มเปลี่ยนผ่านไปสู่การจ้างงานตามผลลัพธ์ (Outcome-based) ที่จับต้องได้จริง บีบให้ผู้ให้บริการต้องทิ้งรูปแบบกำไรเดิมๆ ไปสู่การนำเสนอโซลูชันที่ลดภาระต้นทุนแรงงานได้มหาศาล ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการครองพื้นที่ส่วนแบ่งการตลาดในสมรภูมิอาคารอัจฉริยะที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดนับจากนี้ โดยเฉพาะการปรับตัวเข้าสู่การเป็นองค์กรฐานข้อมูล (Data-driven Organization) ที่จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ลูกค้าเรียกร้องในอนาคต