
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส รุกโลจิสติกส์ดิจิทัลเต็มสูบโต 40%
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 7 ปี กางแผนปี 2568 ชูโลจิสติกส์อัจฉริยะ ดันธุรกิจโตแกร่ง 40% ต่อเนื่องปีที่ 4 พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์ความยั่งยืน
KEY
POINTS
- เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ตั้งเป้าเติบโต 40% ในปี 2568 ซึ่งเป็นการเติบโตในระดับสูงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
- รุกโลจิสติกส์ดิจิทัลเต็มรูปแบบผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและนำระบบคัดแยกอัตโนมัติมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
- ขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศด้วยร้าน J&T Home กว่า 6,500 แห่ง และเตรียมเปิดตัวบริการ “Scan to Pick Up” ในปี 2569
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส (J&T Express) ผู้นำบริการโลจิสติกส์ระดับโลก ฉลองครบรอบ 7 ปีการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตอกย้ำพันธกิจ "มุ่งเน้นที่ลูกค้าโดยมีประสิทธิภาพเป็นรากฐาน" ผ่านโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและเครือข่ายดิจิทัลครบวงจร ปัจจุบันบริษัทมีศูนย์คัดแยกพัสดุรวมพื้นที่กว่า 450,000 ตารางเมตร รองรับการคัดแยกพัสดุได้มากกว่า 20 ล้านชิ้นต่อวัน โดยมีบุคลากรกว่า 80,000 คน และพันธมิตรทางธุรกิจเกือบ 200,000 ราย ครอบคลุมทั่วประเทศ
ปักหมุดปี 2568 โตแกร่ง 40% สี่ปีซ้อน
ในปี 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย โดยบริษัทสร้างสถิติเติบโตทางธุรกิจสูงกว่า 40% ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 รักษาตำแหน่งผู้นำส่วนแบ่งการตลาดอย่างเหนียวแน่น สอดรับกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมของประเทศ (2561–2580) โดยบริษัทได้เพิ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดส่งช่วงปลายทาง (Last-mile Delivery)
ทั้งนี้ บริษัทเป็นผู้ให้บริการรายแรกในไทยที่นำระบบคัดแยกและลำเลียงอัตโนมัติระดับอุตสาหกรรมมาใช้ในเครือข่ายการจัดส่งช่วงปลายทาง ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความเสถียรของบริการ ขณะที่ด้านเครือข่ายปัจจุบันมีร้าน J&T Home มากกว่า 6,500 แห่ง และสถานีเทอร์มินัลกว่า 1,000 แห่ง พร้อมขยายจุดรับ-ส่งพัสดุไปยังมหาวิทยาลัย ร้านสะดวกซื้อ และสถานีบริการน้ำมัน
นอกจากนี้ ในปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดตัวบริการ “Scan to Pick Up” สแกน QR Code เพื่อเรียกพนักงานเข้ารับพัสดุถึงที่บ้าน (Door-to-Door) ทุกที่ทุกเวลา เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
รุกหนัก ESG ยกระดับเกษตรกรไทย
ด้านกลยุทธ์ความยั่งยืน เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ได้ขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การมอบทุนการศึกษาแก่ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น และความร่วมมือกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ รวมถึงการสนับสนุนมูลนิธิกระจกเงาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้
ส่วนด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทได้เริ่มนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในการจัดส่งพัสดุในปี 2568 พร้อมใช้ถุงรักษ์โลกแบบใช้ซ้ำได้ครอบคลุมเส้นทางหลัก 100% รวมถึงการใช้เทปกาวย่อยสลายได้และใบปะหน้าพัสดุดิจิทัลแบบหน้าเดียว
ขณะที่การสนับสนุนภาคการเกษตร ได้ลงนาม MOU ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร ในโครงการ “J&T Supports Local Farmers” มอบส่วนลดค่าบริการจัดส่งเพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกรไทย พร้อมร่วมมือกับสมาคมทุเรียนไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อยกระดับโลจิสติกส์สินค้าเกษตรสู่ระดับสากล
วินนิ ลี (Winni Li) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส กล่าวว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนต้องขับเคลื่อนด้วยประสิทธิภาพไปพร้อมกับการพัฒนาสังคม เราไม่เพียงนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ยังมุ่งบริหารจัดการตามแนวคิด ESG เพื่อสร้างระบบนิเวศโลจิสติกส์ที่อัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง เพื่อร่วมผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยในระยะยาว






