
กางกฎหมาย PDPA นำข้อมูลเผยแพร่โซเชียล โทษทางอาญา จำคุก 1 ปี
กางกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล PDPA หลัง FC นักการเมืองนำข้อมูลนักข่าวหญิงเครือเนชั่น เผยแพร่โซเชียลไม่ได้รับการยินยอม มีโทษทางแพ่ง ทางปกครอง และ อาญา จำคุกสูงสุด 1 ปี
KEY
POINTS
- การนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น เช่น ชื่อ รูปภาพ หรือเบอร์โทรศัพท์ ไปเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียโดยไม่ได้รับความยินยอม ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
- กฎหมาย PDPA กำหนดบทลงโทษผู้กระทำผิดไว้ 3 ประเภท คือ โทษทางแพ่ง, โทษทางปกครอง (ปรับสูงสุด 5 ล้านบาท) และโทษทางอาญา
- โทษทางอาญาสำหรับกรณีร้ายแรง เช่น การเปิดเผยข้อมูลโดยเจตนา มีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จากกรณีที่ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ขอแสดงความเป็นห่วงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สื่อข่าวสตรีในเพจเฟซบุ๊กกลุ่มผู้สนับสนุนนักการเมืองชื่อดัง (ชื่อเพจนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ Fc โพสต์โดยเย็นฉ่ำ เย็นฉ่ำ)
โดยมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว นำภาพ รายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ มาแขวนเผยแพร่พร้อมข้อความยุยงปลุกปั่นให้เกิดการติเตียนด้วยถ้อยคำรุนแรง รวมถึงมุ่งหวังให้เกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพของผู้สื่อข่าวรายดังกล่าว
ล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” ได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ สคส. ซึ่งทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่ปรากฏว่า ยังไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้
อย่างไรก็ตามเมื่อพลิกไปดูกฎหมาย PDPA “Personal Data Protection Law” “กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” เป็นกฎหมายที่มีขึ้นเพื่อควบคุมการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้ถูกละเมิดโดยเจ้าของข้อมูลไม่ได้ยินยอม หากฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มีบทลงโทษที่แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก
1. โทษทางแพ่ง
- ผู้กระทำต้องชดใช้ค่าเสียหายตามจริง ไม่มีเพดาน เจ้าของข้อมูลสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ละเมิด เช่น ค่าความเสียหายทางจิตใจหรือชื่อเสียง
2. โทษทางปกครอง
- ปรับขั้นต่ำ: 500,000 บาท
- ปรับสูงสุด: 5,000,000 บาท
- ใช้กับกรณีไม่ปฏิบัติตาม เช่น ไม่ขอความยินยอม / ไม่มีมาตรการป้องกันข้อมูล
3. โทษทางอาญา
- จำคุกสูงสุด: 1 ปี
- ปรับสูงสุด: 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ใช้กับกรณีร้ายแรง เช่น เปิดเผยหรือขายข้อมูลโดยเจตนา
- หมายเหตุ: ถึงจะไม่ได้ตั้งใจผิด ก็มีสิทธิโดนลงโทษ หากละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดตามกฎหมาย
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รายละเอียดทั้งหมด (คลิกที่นี่)
สรุป คือ การโพสต์ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ-นามสกุล รูปภาพ หรือเบอร์โทรศัพท์ของผู้อื่นลงโซเชียลมีเดียโดยไม่ได้รับความยินยอม มีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) พ.ศ. 2562
ล่าสุดแหล่งข่าวจาก สคส.เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ผู้ที่ถูกแขวนชื่อบนเฟสบุ๊กสามารถมาแจ้งทาง สคส. ได้หลังจากนั้นจะดำเนินการไปยังเจ้าของเฟสบุ๊กให้ถอดชื่อออกภายใน 72 ชั่วโมง หรือ สามารถแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการหมิ่นประมาทได้เช่นเดียวกัน.

