thansettakij
thansettakij
ILINK เผยผลประกอบการ 9 เดือนแรกโต สวนเศรษฐกิจ รายได้ 4,764 ล้านบาท

ILINK เผยผลประกอบการ 9 เดือนแรกโต สวนเศรษฐกิจ รายได้ 4,764 ล้านบาท

18 พ.ย. 68 | 08:56 น.
อัปเดตล่าสุด :18 พ.ย. 68 | 09:06 น.

ILINK ชูผลงาน 9 เดือนแกร่ง เผยงบไตรมาส 3/2568 กวาดรายได้รวม 4,764.96 ล้านบาท กำไรสุทธิ 221.77 ล้านบาท เดินหน้ารุกโค้งสุดท้ายปีเต็มกำลัง มั่นใจรายได้รวมเติบโตตามเป้าหมาย หนุนทุกกลุ่มธุรกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง เสริมศักยภาพรับอนาคตยุคเทคโนโลยีดิจิทัล และดาต้าเซ็นเตอร์

KEY

POINTS

  • ILINK ประกาศผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2568 มีรายได้รวม 4,764.96 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 221.77 ล้านบาท
  • บริษัทสามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งสวนกระแสเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยยังคงรักษาผลการดำเนินงานที่มั่นคงได้ในทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก
  • เตรียมพร้อมเข้าประมูลโครงการใหม่ของภาครัฐและเอกชนในช่วงโค้งสุดท้ายของปี มูลค่ารวมกว่า 9,000 ล้านบาท เพื่อผลักดันการเติบโตในอนาคต

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK เปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม – กันยายน) สร้างรายได้รวมจากทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ จำนวน 4,764.96 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 221.77 ล้านบาท

สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานที่ต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังมีความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งด้านต้นทุน และภาวะตลาดที่ผันผวน

โดยบริษัทฯ ยังคงดำเนินงานตามกลยุทธ์ “Quality Growth” หรือ การเติบโตอย่างมีคุณภาพ มุ่งสร้างความแข็งแกร่งจากฐานรายได้ที่ยั่งยืนในทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ (Cabling Distribution), ธุรกิจวิศวกรรมโครงการ (Turnkey Engineering) และธุรกิจโทรคมนาคมและดาต้าเซ็นเตอร์ (Telecom & Data Center)

ILINK เผยผลประกอบการ 9 เดือนแรกโต สวนเศรษฐกิจ รายได้ 4,764 ล้านบาท พร้อมปรับกลยุทธ์เชิงรุกในช่วงโค้งสุดท้ายของปี เพื่อผลักดันรายได้รวมให้เติบโตตามเป้าหมาย ซึ่งนับว่าผลงาน 9 เดือนแรกโดดเด่น แม้เศรษฐกิจชะลอ แต่ยังรักษาการเติบโตได้ทุกกลุ่ม

นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ กล่าวว่า “ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ILINK สามารถรักษาผลการดำเนินงานให้อยู่ในระดับมั่นคง ทั้งด้านรายได้ และกำไรสุทธิ โดยยังคงรักษาความแข็งแกร่งในทั้งสามกลุ่มธุรกิจหลัก แม้สภาวะเศรษฐกิจ และตลาดจะมีความผันผวน กลุ่มบริษัทฯ ได้มุ่งเน้นบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม พร้อมเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีที่เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว”

ILINK เผยผลประกอบการ 9 เดือนแรกโต สวนเศรษฐกิจ รายได้ 4,764 ล้านบาท อีกทั้ง ILINK ยังคงมองเห็นแนวโน้มธุรกิจในครึ่งหลังของปี 2568 ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจนำเข้า และจัดจำหน่ายสายสัญญาณ และอุปกรณ์เครือข่าย ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นชัดเจน จากการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี และการขยายตัวของภาคดิจิทัลทั่วประเทศ

โดยธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ (Cabling Distribution Business) ที่เป็นหัวใจสำคัญของ ILINK มากว่า 38 ปี ยังคงเป็นเสาหลักในการสร้างรายได้ โดยในรอบ 9 เดือนแรกปี 2568 บริษัททำรายได้รวม 2,202.21 ล้านบาท ลดลงเพียงเล็กน้อย10.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 243.02 ล้านบาท ลดลง 8.15% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพ เป็นผลสืบเนื่องมาจาก ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ LINK AMERICAN CABLING และ GERMAN RACK ยังคงได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาด ทั้งในภาคธุรกิจเอกชน หน่วยงานรัฐ และกลุ่มผู้รับเหมาโครงข่ายมืออาชีพ ที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า และการบริการ

ILINK เผยผลประกอบการ 9 เดือนแรกโต สวนเศรษฐกิจ รายได้ 4,764 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การผลักดันการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน Data Center, AI, และ Green Technology รวมถึงจากการที่ภาครัฐเดินหน้ากระตุ้นการลงทุนด้าน Data Center และโครงการ Fast Pass บริษัทฯ มองว่าหากประสบความสำเร็จตามแผนที่วางไว้ จะเป็นปัจจัยบวกที่ชัดเจน และสำคัญอย่างยิ่ง ต่อกลุ่มธุรกิจเทรดดิ้งของ ILINK เนื่องจากเป็นสินค้า และโซลูชันที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเหล่านี้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว จะสามารถช่วยสนับสนุน และผลักดันให้คำสั่งซื้อในอนาคตของกลุ่มบริษัทฯ เติบโต และขยายตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ILINK เผยผลประกอบการ 9 เดือนแรกโต สวนเศรษฐกิจ รายได้ 4,764 ล้านบาท

ด้านธุรกิจวิศวกรรมโครงการ (Turnkey Engineering Business) ในไตรมาส 3 ปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 382.98 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 8.51 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 89.65 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำลังเตรียมประมูลโครงการ Submarine Cable 230 KV ขนอม-เกาะสมุย 2 วงจร งบประมาณของโครงการ 9,125 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยบริษัทจะได้ร่วมมือกับ LS Cable & System ซึ่งเป็นบริษัท ในกลุ่ม LG (Lucky Goldstar/Korea) และจะประกวดราคาวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นี้ รวมถึงโครงการวางสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 115 เควี ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ไปยังเกาะสมุย มูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท

ซึ่งบริษัทฯ ได้รับการประกาศเป็นผู้ชนะการประมูลแล้ว และอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากคณะกรรมการ PEA เพื่อเริ่มดำเนินงาน

สำหรับธุรกิจโทรคมนาคมและดาต้าเซ็นเตอร์ (Telecom & Data Center Business) ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2568 มีรายได้รวม 2,181.51 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 9.24 ล้านบาท โดยหากไม่รวมรายการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ (ECL) ซึ่งเกิดจากการรอเก็บเงินจากลูกค้าบางรายรวม บริษัทฯ จะมีกำไรจากการดำเนินงานกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแรงของธุรกิจหลัก และแนวโน้มการเติบโตที่มั่นคง ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการประสานงาน เพื่อจัดเก็บเงินดังกล่าวกลับมาให้เร็วที่สุด โดยประกอบการไตรมาส 3/2568 ทำรายได้รวม 712.12 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 40.35 ล้านบาท โดยเป็นผลจากการตั้งสำรอง ECL จำนวน 36.57 ล้านบาท เพื่อบริหารความเสี่ยงทางบัญชีตามมาตรฐานการเงิน ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการดังกล่าว ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ยังคงอยู่ในระดับทรงตัว และพร้อมกลับมาเติบโตได้ตามปกติในไตรมาสที่ 4 บริษัทฯ มีความคาดหวังต่อการดำเนินโครงการสำคัญระดับประเทศ เช่น โครงการอินเทอร์เน็ตชายขอบระยะที่ 3 (USO Phase 3) ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ พร้อมทั้งต่อยอดรายได้จากโครงข่ายและดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง เตรียมรุกอาเซียนเต็มรูปแบบ ITEL ยังเดินหน้าขยายศักยภาพเชิงกลยุทธ์ผ่านการดึงพันธมิตรจากสิงคโปร์ Super Sea Cable Networks Pte. Ltd. (SEAX Asia) เข้ามาร่วมถือหุ้น เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุน “ITEL Global” ที่จะเป็นหัวหอกในการขยายธุรกิจด้าน Regional Connectivity และ Data Center ไปยังตลาดอาเซียน โดยวาระดังกล่าวจะถูกเสนอเข้าสู่การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 นี้

“เรายังคงยึดมั่นในแนวทางบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม และมุ่งลงทุนในเทคโนโลยี เพื่อยกระดับศักยภาพขององค์กร โดยบริษัทฯ มีแผนเข้าร่วมประมูลงานของทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมมูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท ซึ่งหวังได้รับการคัดเลือกให้มากที่สุด เพื่อเสริมพอร์ตโครงการ และเพิ่มรายรับในระยะยาวที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในอนาคต ด้วยศักยภาพของทั้งสามกลุ่มธุรกิจหลัก และทิศทางการขยายตลาดเชิงรุกควบคู่กับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

ILINK มั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตที่มั่นคง ยั่งยืน และสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนต่อไป ภายใต้หลักกลยุทธ์ “Quality Growth เติบโต ต่อเนื่อง และยั่งยืน แบบมีคุณภาพครับ”