
iPhone 17 Air VS iPhone 17 Pro เทียบชัดๆ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ
เปรียบเทียบ iPhone 17 Air VS iPhone 17 Pro ทั้ง 2 รุ่นมีจุดเด่นต่างกัน iPhone Air เบาบาง ราคาคุ้มค่า แต่ iPhone 17 Pro อัดแน่นด้วยฟีเจอร์กล้องขั้นสูงและประสิทธิภาพเหนือกว่า ตัดสินใจง่ายขึ้นเมื่อรู้คุณสมบัติที่เหมาะความต้องการ
KEY
POINTS
- iPhone 17 Pro มีระบบกล้องหลัง 3 ตัวที่ครบครันกว่า (Main, Telephoto, Ultra Wide) พร้อมฟีเจอร์ระดับโปร ในขณะที่ iPhone 17 Air มีเพียงกล้องหลักตัวเดียว
- iPhone 17 Air เน้นดีไซน์บางเบาด้วยกรอบไทเทเนียม ส่วน iPhone 17 Pro มีประสิทธิภาพสูงกว่าจาก GPU 6-core และระบบระบายความร้อนที่ดีกว่า
- iPhone 17 Pro มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า และรองรับการโอนข้อมูลผ่าน USB 3 ที่เร็วกว่า iPhone 17 Air
เมื่อถึงเวลาที่จะเลือกซื้อ iPhone รุ่นใหม่ แน่นอนว่า iPhone 17 Air และ iPhone 17 Pro ย่อมเป็นตัวเลือกที่หลายคนกำลังพิจารณา โดยทั้ง 2 รุ่นต่างมีจุดเด่นและคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของดีไซน์ ประสิทธิภาพการทำงาน ระบบกล้อง และอายุการใช้งานแบตเตอรี่
iPhone 17 Air มาพร้อมกับดีไซน์บางเบาและราคาเบากว่า แต่ยังคงให้คุณสมบัติที่ไม่แพ้รุ่น iPhone 17 Pro ในเรื่องการแสดงผลที่คมชัดและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน
ขณะที่ iPhone 17 Pro เสนอความสามารถที่เหนือกว่า ด้วยระบบกล้องที่ครบครันทั้งการซูมหลายระดับและฟีเจอร์ถ่ายภาพระดับมืออาชีพ พร้อมการออกแบบที่ดูหรูหราและประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า
เปรียบเทียบ iPhone 17 Air VS iPhone 17 Pro
การแสดงผล (Displays)
ทั้ง iPhone 17 Air และ iPhone 17 Pro ใช้หน้าจอ Super Retina XDR ที่มีคุณภาพและคุณสมบัติ ProMotion รองรับการรีเฟรช 120Hz แบบแปรผัน และหน้าจอที่เปิดตลอดเวลา โดยมีความแตกต่างในขนาดหน้าจอ:
- iPhone 17 Air: 6.5 นิ้ว
- iPhone 17 Pro: 6.3 นิ้ว
- iPhone 17 Pro Max: 6.9 นิ้ว
iPhone 17 Air มีการออกแบบที่บางและเบา ขณะที่ iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max มีขนาดใหญ่และหนักขึ้นจากรุ่นก่อน:
- iPhone 17 Air: สูง 6.15 นิ้ว, หนัก 165 กรัม
- iPhone 17 Pro: สูง 5.91 นิ้ว, หนัก 206 กรัม
- iPhone 17 Pro Max: สูง 6.43 นิ้ว, หนัก 233 กรัม
iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานกว่า iPhone 17 Air
- iPhone 17 Air: ใช้งานได้สูงสุด 27 ชั่วโมงในการเล่นวิดีโอ
- iPhone 17 Pro: ใช้งานได้สูงสุด 33 ชั่วโมง
- iPhone 17 Pro Max: ใช้งานได้สูงสุด 39 ชั่วโมง
ระบบกล้อง (Camera systems)
iPhone 17 Pro มีระบบกล้องหลัง 3 ตัว ในขณะที่ iPhone 17 Air มีแค่กล้องหลัก 1 ตัว:
- iPhone 17 Pro: 48MP Fusion Main + Telephoto + Ultra Wide
- iPhone 17 Air: 48MP Fusion Main (ไม่มี Telephoto หรือ Ultra Wide)
iPhone 17 Pro ยังรองรับคุณสมบัติการถ่ายภาพและวิดีโอระดับมืออาชีพมากมาย เช่น ProRAW, Cinematic Mode, LiDAR Scanner, และอื่น ๆ ซึ่งไม่สามารถใช้ได้ใน iPhone 17 Air
ประสิทธิภาพ (Performance)
ทั้ง 2 รุ่นใช้ชิป A19 Pro และมี RAM 12GB แต่ iPhone 17 Pro จะมีประสิทธิภาพดีกว่าเนื่องจากมี GPU 6-core และระบบระบายความร้อนแบบใหม่ที่ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้นในการใช้งานหนัก.
การออกแบบและสี (Design and colors)
- iPhone 17 Pro ใช้การออกแบบอะลูมิเนียม unibody ใหม่ มีสีให้เลือก ได้แก่ Cosmic Orange, Deep Blue, และ Silver
- iPhone 17 Air ใช้วัสดุไทเทเนียมในกรอบ มีสีให้เลือก ได้แก่ Sky Blue, Light Gold, Cloud White, และ Space Black
ราคา (Pricing)
iPhone 17 Air
- • 258GB: 39,000 บาท
- • 512GB: 47,900 บาท
- • 1TB: 55,900 บาท
iPhone 17 Pro
- • 258GB: 29,000 บาท
- • 512GB: 37,900 บาท
- • 1TB: 59,900 บาท
iPhone 17 Pro Max
- • 258GB: 48,900 บาท
- • 512GB: 56,900 บาท
- • 1TB: 64,900 บาท
- • 2TB: 80,900 บาท
ข้อแตกต่างอื่น ๆ (Other differences)
- iPhone 17 Air ใช้โมเด็ม 5G C1X ของ Apple ในขณะที่ iPhone 17 Pro ใช้ Qualcomm และรองรับ mmWave
- iPhone 17 Pro รองรับการโอนข้อมูลผ่าน USB 3 ซึ่งเร็วกว่าการเชื่อมต่อ USB 2 ของ iPhone 17 Air
เรียบเรียงจาก 9to5mac











