thansettakij
thansettakij
"SHARGE" รุกติดตั้ง "EV Charger" แรงสุดในโลก 360 กิโลวัตต์

"SHARGE" รุกติดตั้ง "EV Charger" แรงสุดในโลก 360 กิโลวัตต์

28 ก.พ. 66 | 09:46 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.พ. 66 | 09:46 น.

"SHARGE" รุกติดตั้ง "EV Charger" แรงสุดในโลก 360 กิโลวัตต์ ตั้งเป้าติดตั้งจุดชาร์จสะสม 40,000 หัวภายในสิ้นปี 66 ครอบคลุมการเดินทางตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านไปจนถึงการเดินทางไปยังต่างจังหวัด

นายพีระภัทร ศิริจันทโรภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SHARGE) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าติดตั้งจุดชาร์จสะสมถึง 40,000 หัวชาร์จภายในสิ้นปี 2566 เพื่อให้ครอบคลุมการเดินทางตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านไปจนถึงการเดินทางไปยังต่างจังหวัด สร้างความมั่นใจในทุกการขับขี่ 

อีกทั้งสามารถเข้าถึงหัวชาร์จความเร็วสูง (Fast Charger) ขนาด 120-360 kW สะสมทั้งหมด 130 สถานี ซึ่งเครื่องชาร์จขนาด 360 กิโลวัตต์ (kW) ถือเป็นเครื่องชาร์จความเร็วที่สูงที่สุดในโลกขณะนี้ เพื่อยกระดับบริการด้าน EV Charger ให้ครบวงจร ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานครอบคลุมทั่วประเทศทุกช่วงเวลา 

นอกจากนี้ บริษัทยังขยายการให้บริการข้ามพรมแดนไปยังประเทศมาเลเซียเป็นครั้งแรก โดยร่วมกับเชลล์และปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิกในการติดตั้งและให้บริการสถานี Shell Recharge สถานีชาร์จยานยนต์พลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง (HPC) ขนาด 180 kW

ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าพัฒนาแอปพลิเคชัน SHARGE ด้วยหลากฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ทั้งการค้นหาอัจฉริยะสามารถโชว์จุดชาร์จ EV ตามประเภทหัวชาร์จที่ต้องการ ระบบจองการใช้งานล่วงหน้าได้ 24 ชั่วโมง พร้อมระบบคำนวณเวลาและพลังงานที่ช่วยผู้ใช้งานวางแผนการชาร์จ EV ได้

SHARGE รุกติดตั้ง EV Charger แรงสุดในโลก 360 กิโลวัตต์ นายพีระภัทร กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยังจะดำเนินการเป็นพันธมิตรกับกลุ่มสถานที่ที่มีความจำเป็นต้องมี EV Charger ทันที ณ ปี 2566 (Must Have Location) เพื่อให้กลุ่มสถานที่เหล่านั้นพร้อมรองรับกลุ่มผู้ใช้รถ EV เช่น กลุ่มโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ กลุ่มอาคารขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ 

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังมุ่งให้บริการเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์การชาร์จของผู้ใช้งานทั้ง 3 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย 

  • NIGHT กลุ่มผู้ใช้บริการชาร์จที่เน้นการชาร์จที่บ้านในช่วงกลางคืน มีสัดส่วนอยู่ที่ 70% ของผู้ใช้งานทั้งหมด โดยคาดว่าจะมีหัวชาร์จเพิ่มเติมในปีนี้อีกราว 31,000 จุด เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้งานในกลุ่มนี้ 
  • DAY กลุ่มผู้ใช้บริการชาร์จระหว่างวัน เน้นการชาร์จที่จุดหมายปลายทาง เช่น ศูนย์การค้า แหล่งไลฟ์สไตล์ อาคารสำนักงาน มีสัดส่วนอยู่ที่ 15% พร้อมรองรับด้วยจำนวนหัวชาร์จเพิ่มเติมในปีนี้อีกราว 1,000 จุด
  • ON-THE-GO กลุ่มผู้ใช้บริการชาร์จที่เน้นการชาร์จตามสถานีบริการระหว่างเดินทางข้ามจังหวัด หรือสถานที่อื่นๆ มีสัดส่วนที่ 15% จากผู้ใช้งานทั้งหมด รองรับบริการครอบคลุมทุกเส้นทางด้วยหัวชาร์จสะสมมากกว่า 520 จุด 
     

นายพีระภัทร กล่าวต่อไปอีกว่า ความต้องการด้าน EV Charger ในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2565 มียอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ (BEV) อยู่ที่ 20,816 คัน หรือเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 260% จากปีก่อนหน้า 

ขณะที่ปี 2566 คาดว่าประเทศไทยจะมียอดขายรถ BEV ทะลุ 100,000 คัน