

KEY
POINTS
เมื่อโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การจัดการอุปกรณ์ที่หมดอายุใช้งานจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องเดินหน้าควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี การรับคืนและส่งต่อเข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้องเป็นจุดเริ่มต้น ขณะที่ข้อมูลจะช่วยให้เห็นชัดขึ้นว่า ขยะที่รวบรวมได้สร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS จึงร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO เปิดตัว E-Waste Calculator Platform เครื่องมือบันทึกและประเมินผลการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้องค์กรใช้หลักเกณฑ์การวัดผลร่วมกัน พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลไปสู่การวางแผนจัดการ E-Waste ในภาพรวมของประเทศ
แพลตฟอร์มนี้เปิดให้องค์กรบันทึกประเภทและปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่รวบรวมได้ ก่อนนำข้อมูลมาคำนวณปริมาณขยะและประเมินการลดก๊าซเรือนกระจกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมดาวน์โหลดรายงานในรูปแบบ PDF และ Excel สำหรับติดตามผล วางแผนการดำเนินงาน และประกอบการจัดทำรายงานด้านความยั่งยืน
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการนำเทคโนโลยีและเครือข่ายพันธมิตรมาช่วยจัดการอุปกรณ์หลังสิ้นสุดการใช้งาน โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านการจัดการมลพิษของกรมควบคุมมลพิษ เข้ากับหลักเกณฑ์การประเมินก๊าซเรือนกระจกของ TGO เพื่อให้การรวบรวมขยะเชื่อมต่อกับผลลัพธ์ที่ติดตามและประเมินได้อย่างเป็นระบบ
จากเครือข่ายรับทิ้ง สู่การวัดผลด้านสิ่งแวดล้อม
ข้อมูลประกอบการเปิดตัวระบุว่า ประเทศไทยมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 700,000 ตันต่อปี แต่มีสัดส่วนเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกต้องไม่ถึง 1% สะท้อนความจำเป็นในการเพิ่มช่องทางรับคืน ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องการคัดแยกและส่งต่ออุปกรณ์ที่หมดอายุใช้งาน
สำหรับโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” ของ AIS ปัจจุบันมีเครือข่ายพันธมิตรกว่า 280 องค์กร และจุดรับทิ้งกว่า 3,200 จุดทั่วประเทศ โดยรายงานผลการรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์สะสม 1,301,912 ชิ้น น้ำหนักรวม 288,346.74 กิโลกรัม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 130,700 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS กล่าวว่า การจัดการ E-Waste ให้เกิดผลอย่างยั่งยืนต้องมีทั้งความร่วมมือ ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และมาตรฐานการวัดผลที่ชัดเจน AIS จึงนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีมาพัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อช่วยให้องค์กรมองเห็นผลลัพธ์จากการดำเนินงาน และนำข้อมูลไปใช้ขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เชื่อมข้อมูลภาคเอกชน สนับสนุนการจัดการระดับประเทศ
นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การรับคืน รวบรวม คัดแยก ไปจนถึงการรีไซเคิลหรือกำจัดอย่างถูกต้อง โดยความร่วมมือกับภาคเอกชนจะช่วยเชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติในชุมชน และเตรียมความพร้อมรองรับกฎหมายตามหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต
ด้าน ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ข้อจำกัดด้านการรวบรวมและส่งต่อซากผลิตภัณฑ์ทำให้ขยะบางส่วนถูกทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป หรือถอดแยกอย่างไม่ถูกวิธี ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งพัฒนาระบบรับคืนและส่งต่อเข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้อง พร้อมสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการขยายจุดรับคืน โดยข้อมูลจากแพลตฟอร์มจะช่วยติดตามปริมาณที่รวบรวมและจัดการได้ เพื่อนำไปปรับปรุงการดำเนินงานและขยายผลในพื้นที่
วางหลักเกณฑ์ลดก๊าซเรือนกระจก ปูทางต่อยอดในอนาคต
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ TGO กล่าวว่า องค์กรได้ร่วมกับ AIS พัฒนาการคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกจากการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภทโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อการรีไซเคิลเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก หรือ LESS เพื่อให้การประเมินมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้
TGO ยังมีเป้าหมายต่อยอดไปสู่การพัฒนาวิธีการคำนวณสำหรับโครงการคาร์บอนเครดิต T-VER ในอนาคต เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการ E-Waste มากขึ้น
AIS เชิญชวนองค์กร หน่วยงาน และพันธมิตรร่วมใช้ E-Waste Calculator Platform เพื่อเพิ่มการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ระบบจัดการที่ถูกต้อง พร้อมสร้างฐานข้อมูลสนับสนุนการวางแผนระดับประเทศ และวางรากฐานให้ไทยก้าวสู่การเป็นต้นแบบการจัดการ E-Waste ของอาเซียน
ดูรายละเอียดและเข้าใช้งานได้ที่ E-Waste Calculator Platform