thansettakij
thansettakij
จีน-อินเดียใช้ถ่านหิน 70% ของโลก แม้หลายประเทศเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน

จีน-อินเดียใช้ถ่านหิน 70% ของโลก แม้หลายประเทศเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน

06 ส.ค. 69 | 04:56 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ส.ค. 69 | 05:11 น.

แม้ทั่วโลกเร่งลงทุนพลังงานหมุนเวียน แต่ถ่านหินยังคงเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักของโลกในปี 2025 โดยจีนและอินเดียใช้ถ่านหินรวมกันราว 70% ของทั้งโลก ขณะที่หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเดินหน้าขยายกำลังผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน

KEY

POINTS

  • จีนและอินเดียเป็นผู้บริโภคถ่านหินรายใหญ่ที่สุด โดยมีสัดส่วนการใช้งานรวมกันคิดเป็นประมาณ 70% ของปริมาณการใช้ทั่วโลก
  • แม้การใช้ถ่านหินในจีนและอินเดียจะลดลง แต่ความต้องการใช้ถ่านหินทั่วโลกโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้น โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซียและเวียดนาม
  • สหรัฐอเมริกายังคงเป็นผู้ใช้ถ่านหินอันดับ 3 ของโลก และมีการบริโภคเพิ่มขึ้นในปี 2025 สวนทางกับหลายประเทศในยุโรปที่กำลังลดการพึ่งพาถ่านหิน

ถ่านหินยังคงเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของโลก แม้ว่าหลายประเทศจะลงทุนในพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่ใช้จาก Statistical Review of World Energy 2026 ของ Energy Institute โดยวัดการใช้ถ่านหินขั้นปฐมภูมิ (Primary Coal Consumption) ในปี 2025 ด้วยหน่วย Exajoule (EJ)

จีนยังคงเป็นประเทศที่ใช้ถ่านหินมากที่สุดในโลกอย่างทิ้งห่าง โดยใช้ถ่านหิน 92.2 Exajoule (EJ) ในปี 2025 หรือมากกว่าปริมาณการใช้ของอินเดียซึ่งอยู่อันดับ 2 ถึงกว่า 4 เท่า ความต้องการใช้ถ่านหินในระดับสูงของจีนสะท้อนถึงขนาดของระบบผลิตไฟฟ้า ฐานอุตสาหกรรม และภาคการผลิตที่ยังพึ่งพาถ่านหินเป็นหลัก อินเดียอยู่อันดับ 2 ด้วยการใช้ถ่านหิน 23.1 EJ คิดเป็นเกือบ 14% ของการใช้ถ่านหินทั่วโลก

เมื่อรวมกันแล้ว จีนและอินเดียใช้ถ่านหินประมาณ 70% ของปริมาณการใช้ทั่วโลก ตอกย้ำบทบาทสำคัญของถ่านหินในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตของทั้งสองประเทศ สหรัฐอเมริกาอยู่อันดับ 3 ด้วยการใช้ถ่านหิน 8.7 EJ ตามด้วยอินโดนีเซีย 5.2 EJ และญี่ปุ่น 4.4 EJ โดยทั้งสามประเทศรวมกันยังใช้ถ่านหินน้อยกว่า 1 ใน 5 ของปริมาณการใช้ของจีนเพียงประเทศเดียว

เอเชียยังเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของความต้องการใช้ถ่านหิน

แม้ว่าการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในจีนและอินเดียจะลดลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี แต่ความต้องการใช้ถ่านหินทั่วโลกโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้นในปี 2025

การเติบโตส่วนใหญ่มาจากประเทศที่กำลังเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซียและเวียดนามต่างเพิ่มการใช้ถ่านหินมากกว่าสองเท่านับตั้งแต่ปี 2015 จากการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบัน อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ใช้ถ่านหินมากเป็นอันดับ 4 ของโลก ขณะที่เวียดนามอยู่อันดับ 9 หลังจากการเติบโตอย่างรวดเร็วตลอดทศวรรษที่ผ่านมา

ในหลายประเทศของเอเชีย ถ่านหินยังคงเป็นแหล่งพลังงานที่มีต้นทุนค่อนข้างต่ำและมีความมั่นคง ช่วยรองรับภาคการผลิต การขยายตัวของเมือง และความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น

ความต้องการใช้ถ่านหินยังคงแข็งแกร่งในหลายภูมิภาค

สหรัฐอเมริกามีการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในปี 2025 โดยการใช้ถ่านหินเพิ่มขึ้น 10% หลังจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นทำให้ผู้ผลิตไฟฟ้าบางรายหันกลับมาใช้ถ่านหินมากขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มการลดลงในอัตราเลขสองหลักติดต่อกันสองปีสิ้นสุดลง

ขณะเดียวกัน การใช้ถ่านหินยังคงลดลงในหลายประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วของยุโรป จากการทยอยปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินและการขยายการใช้พลังงานหมุนเวียน

เยอรมนี โปแลนด์ และเช็กเกีย ยังคงเป็นประเทศที่ใช้ถ่านหินมากที่สุดในยุโรป แต่ประเทศยุโรปส่วนใหญ่มีสัดส่วนการใช้ถ่านหินเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับความต้องการใช้ทั่วโลก

แม้ว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะยาวจะยังคงดำเนินต่อไป แต่ข้อมูลล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่าถ่านหินยังคงเป็นส่วนสำคัญของระบบพลังงานของสหรัฐอเมริกา และยังฝังรากลึกอยู่ในระบบเศรษฐกิจโลกโดยรวม

จีน-อินเดียใช้ถ่านหิน 70% ของโลก แม้หลายประเทศเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน