thansettakij
thansettakij
สหรัฐฯ นำโลกพัฒนา SMR ทิ้งห่าง 10 ประเทศเร่งลงทุนพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก

สหรัฐฯ นำโลกพัฒนา SMR ทิ้งห่าง 10 ประเทศเร่งลงทุนพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก

สหรัฐฯ นำโลกพัฒนา SMR ด้วย 28 โครงการ ขณะที่หลายประเทศเร่งผลักดันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขนาดเล็ก เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้า

KEY

POINTS

  • สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำระดับโลกในการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) โดยมีโครงการที่อยู่ในขั้นตอนคัดเลือกพื้นที่ก่อสร้างมากที่สุดถึง 28 โครงการ
  • จำนวนโครงการของสหรัฐฯ ทิ้งห่างประเทศอื่นอย่างชัดเจน โดยมีมากกว่าแคนาดา (9 โครงการ) และสหราชอาณาจักร (7 โครงการ) ซึ่งอยู่ในอันดับรองลงมา
  • SMR เป็นเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่ได้รับความสนใจเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI รวมถึงช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน

หลายประเทศทั่วโลกกำลังเร่งเดินหน้าพัฒนา เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ซึ่งถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าสะอาดที่มีบทบาทสำคัญต่อการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบโครงข่ายไฟฟ้าในอนาคต

ข้อมูลจาก NEA SMR Digital Dashboard ระบุว่า ณ ปี 2026 สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีโครงการ SMR อยู่ในขั้นตอนคัดเลือกพื้นที่ก่อสร้าง (Siting Announcements) มากที่สุดของโลก จำนวน 28 โครงการ ทิ้งห่างประเทศอื่นอย่างชัดเจน และมากกว่าผลรวมของ 4 ประเทศถัดมารวมกัน

รองลงมาคือ แคนาดา จำนวน 9 โครงการ และ สหราชอาณาจักร จำนวน 7 โครงการ ขณะที่ รัสเซีย มี 5 โครงการ ส่วน ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส โปแลนด์ และจีน มีประเทศละ 4 โครงการ และ สวีเดน กับ อินโดนีเซีย มีประเทศละ 3 โครงการ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนจำนวนโครงการที่ประกาศเข้าสู่ขั้นตอนคัดเลือกพื้นที่ก่อสร้าง หรือ Siting Announcements ซึ่งเป็นความคืบหน้าในช่วงเตรียมพัฒนาโครงการ ยังไม่ใช่จำนวนโรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างแล้วหรือเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์

SMR เป็นเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 300 เมกะวัตต์ไฟฟ้า (MWe) ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบดั้งเดิมที่มีกำลังผลิตโดยทั่วไปประมาณ 1,000–1,400 เมกะวัตต์ไฟฟ้า (MWe)

จุดเด่นของ SMR คือการออกแบบให้สามารถผลิตชิ้นส่วนเป็นโมดูลจากโรงงาน ก่อนนำไปประกอบและติดตั้งในพื้นที่ใช้งานจริง ช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาก่อสร้างเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังสามารถติดตั้งได้ในพื้นที่ห่างไกล หรือรองรับแหล่งใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center)

ท่ามกลางความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมใหม่ ๆ หลายประเทศจึงเริ่มให้ความสำคัญกับ SMR ในฐานะแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สามารถจ่ายไฟได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

10 ประเทศที่มีโครงการ SMR อยู่ในขั้นตอนคัดเลือกพื้นที่ก่อสร้างมากที่สุด

NEA SMR Digital Dashboard (ข้อมูล ณ ปี 2026) 

  1. สหรัฐอเมริกา 28 โครงการ
  2. แคนาดา 9 โครงการ
  3. สหราชอาณาจักร 7 โครงการ
  4. รัสเซีย 5 โครงการ
  5. ฟินแลนด์ 4 โครงการ
  6. ฝรั่งเศส 4 โครงการ
  7. โปแลนด์ 4 โครงการ
  8. จีน 4 โครงการ
  9. สวีเดน 3 โครงการ
  10. อินโดนีเซีย 3 โครงการ