thansettakij
thansettakij
สั่งสกัดเข้มขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมาย ตรวจ 10 ตู้แหลมฉบัง

ลุยตรวจสอบ 10 ตู้แหลมฉบัง สกัดเข้มขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมายเข้าไทย

28 ส.ค. 69 | 11:05 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ส.ค. 69 | 11:05 น.

“รมว.สุชาติ” สั่ง คพ.เข้มสกัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมาย ตรวจ 10 ตู้แหลมฉบัง พบ 6 ตู้แอบปนแผงวงจร เตรียมส่งศุลกากรดำเนินการ

KEY

POINTS

  • หน่วยงานภาครัฐร่วมตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัย 10 ตู้ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์
  • ตู้สินค้าสำแดงเป็นเศษเหล็กและเศษอะลูมิเนียม แต่ผลการตรวจสอบพบว่า 6 ตู้มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นของต้องห้ามปะปนอยู่
  • การดำเนินการดังกล่าวเป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้ไทยเป็นแหล่งรองรับขยะอันตรายจากต่างประเทศตามกรอบอนุสัญญาบาเซล

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยกระดับการเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด ภายใต้กรอบอนุสัญญาบาเซล (Basel Convention) พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการนำเข้าของเสียผิดกฎหมายและลดความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน

ตรวจเชิงรุกตู้สินค้าต้องสงสัย10 ตู้คอนเทนเนอร์ ท่าเรือแหลมฉบัง

ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า คพ. ร่วมกับสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง และกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกตู้สินค้าต้องสงสัยจำนวน 10 ตู้คอนเทนเนอร์ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี หลังได้รับข้อมูลแจ้งเตือนจาก Basel Action Network (BAN) โดยสินค้าสำแดงเป็นเศษเหล็ก (Metal Scrap) และเศษอะลูมิเนียม น้ำหนักสุทธิรวมกว่า 202.89 ตัน มูลค่าตามสำแดงประมาณ 12.39 ล้านบาทเมื่อไม่นานมานี้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ตรวจเชิงรุกตู้สินค้าต้องสงสัย10 ตู้คอนเทนเนอร์ ท่าเรือแหลมฉบัง

พบตู้สินค้าสำแดงเป็นเศษอะลูมิเนียม- แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนอยู่ภายใน

จากการตรวจสอบตู้สินค้าทั้ง 10 ตู้ ในพื้นที่ท่าเรือ 2 แห่ง พบตู้สินค้าจำนวน 6 ตู้ ซึ่งสำแดงเป็นเศษอะลูมิเนียม แต่มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนอยู่ภายใน ซึ่งเข้าข่ายเป็นสิ่งของต้องห้ามนำเข้าประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการลักลอบนำของเสียอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศภายใต้การสำแดงสินค้าในลักษณะอื่น

ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า คพ. จะเร่งสรุปผลการตรวจสอบและแจ้งข้อมูลให้กรมศุลกากรใช้ประกอบการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมรายงานผลการดำเนินงานต่อสำนักเลขาธิการอนุสัญญาบาเซลต่อไป

ตู้สินค้าสำแดงเป็นเศษอะลูมิเนียม- แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนอยู่ภายใน บริเวณท่าเรือแหลมฉบังจังหวัดชลบุรี

“กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเดินหน้าทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามแดน และไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งรองรับขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายจากต่างประเทศ” ดร.สุรินทร์ กล่าว