thansettakij
thansettakij
ไฟป่าสเปน-ฝรั่งเศสยังวิกฤต คลื่นความร้อนดันความเสี่ยงลุกลามทั่วยุโรปใต้

ไฟป่าสเปน-ฝรั่งเศสยังวิกฤต คลื่นความร้อนดันความเสี่ยงลุกลามทั่วยุโรปใต้

23 ก.ค. 69 | 00:20 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ก.ค. 69 | 00:32 น.

ไฟป่าในสเปนและฝรั่งเศสยังคงลุกลามท่ามกลางคลื่นความร้อนที่ปกคลุมยุโรปตอนใต้ โดยเจ้าหน้าที่เตือนความเสี่ยงเกิดไฟป่าเพิ่มเติมยังอยู่ในระดับสูงมาก ขณะที่พื้นที่ถูกไฟป่าเผาทั่วทวีปยุโรปปีนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 20 ปี

KEY

POINTS

  • สเปนและฝรั่งเศสกำลังเผชิญสถานการณ์ไฟป่ารุนแรง โดยมีพื้นที่ป่าถูกเผาทำลายเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายปีที่ผ่านมาอย่างมาก
  • คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมยุโรปใต้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเสี่ยงไฟป่าเพิ่มสูงขึ้น โดยทางการยังคงประกาศเตือนภัยในระดับสูงถึงรุนแรงที่สุด
  • วิกฤตไฟป่าส่งผลกระทบอย่างหนัก ทำให้มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสียชีวิตในฝรั่งเศส และต้องอพยพประชาชนจำนวนมากในทั้งสองประเทศ

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่กำลังต่อสู้กับไฟป่าในสเปนและฝรั่งเศสเมื่อวันพุธ (22 ก.ค.) ระบุว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่าเพิ่มเติมในช่วงหลายวันข้างหน้ายังคงอยู่ในระดับสูงมาก แม้ไฟป่าขนาดใหญ่ที่ลุกลามในจังหวัดกัวดาลาฮารา (Guadalajara) ตอนกลางของสเปน จะเริ่มคลี่คลายลง ทำให้ประชาชนบางส่วนสามารถกลับเข้าบ้านได้

ข้อมูลระบุว่า พื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาทำลายในยุโรปปีนี้มีขนาดมากกว่าค่าเฉลี่ยรายปีในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่ทวีปยุโรป ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเร็วที่สุดในโลก ต้องเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงติดต่อกันแทบไม่ขาดช่วงถึง 3 ระลอกในปีนี้

ในฝรั่งเศส ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 2 นายเสียชีวิตเมื่อวันอังคาร หลังรถดับเพลิงถูกไฟป่าล้อมในแคว้นฌีรงด์ (Gironde) ทางตะวันตกเฉียงใต้ ทางการได้ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เตาบาร์บีคิวในพื้นที่ที่เผชิญคลื่นความร้อน พร้อมย้ำว่า ไฟป่า 9 ใน 10 ครั้งมีสาเหตุจากกิจกรรมของมนุษย์ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

ในภูมิภาคบอลข่านตะวันตก ภัยคุกคามได้เปลี่ยนจากคลื่นความร้อนเป็นพายุลูกเห็บ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายในมาซิโดเนียเหนือและพื้นที่ตะวันออกของโคโซโว

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์กำลังเพิ่มความรุนแรงของคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และไฟป่า ขณะเดียวกันก็สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดพายุที่รุนแรงและสร้างความเสียหายอย่างฉับพลัน

Reuters Climate Monitor ซึ่งเป็นเครื่องมือแบบอินเทอร์แอ็กทีฟที่ให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ระบุว่า อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยในยุโรปตะวันตกคาดว่าจะอยู่ที่ 26.6 องศาเซลเซียส (79.8 องศาฟาเรนไฮต์) สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุณหภูมิสูงสุดของวันที่ 22 กรกฎาคม ในช่วงปี 1961-1990 อยู่ 3 องศาเซลเซียส

ไฟป่าในสเปน

ไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดของสเปนในปีนี้ได้เผาพื้นที่ราว 32,000 เฮกตาร์ (79,000 เอเคอร์) ในภูมิภาคกัวดาลาฮารา โดยสถานการณ์เริ่มทรงตัวเมื่อวันอังคาร (21 ก.ค.) หลังจากก่อนหน้านี้ต้องอพยพประชาชนใน 34 เทศบาล และมีคำสั่งให้ประชาชนอยู่ภายในที่พักอาศัยในอีก 14 เทศบาล

หน่วยดับเพลิง INFOCAM ของแคว้นกัสติยา-ลามันชา (Castilla-La Mancha) ระบุว่า ประชาชนใน 5 หมู่บ้านได้รับอนุญาตให้กลับเข้าพื้นที่แล้ว แม้ว่ามาตรการจำกัดอื่น ๆ จะยังคงมีผลบังคับใช้

เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ซึ่งลงพื้นที่เเละกล่าวว่า สเปนเผชิญไฟป่าขนาดใหญ่แล้ว 22 ครั้งในปีนี้ มีพื้นที่ถูกไฟไหม้แล้ว 100,000 เฮกตาร์ ทั้งที่ยังไม่เข้าสู่ช่วงวิกฤตที่สุดของฤดูกาลไฟป่า หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ นี่คือค่าเฉลี่ยพื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาตลอดทั้งปีของสเปนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยจำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องกันไฟป่าให้มากกว่านี้

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของสเปน (AEMET) ระบุว่า ความเสี่ยงเกิดไฟป่ายังคงอยู่ในระดับสูงมากถึงรุนแรงที่สุดครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของแผ่นดินใหญ่สเปนและหมู่เกาะแบลีแอริก และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในช่วงหลายวันข้างหน้า

ขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวัง

เนื่องจากคลื่นความร้อนที่ยังดำเนินอยู่ ประกอบกับพายุฝนฟ้าคะนองแบบแห้ง และฝุ่นจากทะเลทรายซาฮารา แม้อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อยในบางพื้นที่ในวันพฤหัสบดี แต่คาดว่าลมตะวันตกที่แห้งจะทำให้อุณหภูมิในพื้นที่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนพุ่งสูงขึ้นอีก โดยบางพื้นที่อาจมีอุณหภูมิสูงถึง 42-44 องศาเซลเซียส

คาดว่าอุณหภูมิจะลดลงอย่างชัดเจนตั้งแต่วันศุกร์ อย่างไรก็ตาม ช่วงอากาศเย็นลงอาจเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น เนื่องจากคาดว่าอุณหภูมิจะกลับมาสูงขึ้นอีกตั้งแต่วันอาทิตย์ และคลื่นความร้อนรุนแรงอาจกลับมาปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของสเปนในช่วงต้นสัปดาห์หน้า

ไฟป่าในฝรั่งเศส

ในฝรั่งเศส ไฟป่าในแคว้นฌีรงด์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ ได้เผาทำลายพื้นที่ 100 เฮกตาร์ ระหว่างเมืองบอร์กโดซ์และแหลมกัปแฟร์เรต์ (Cap Ferret) ส่งผลให้ทางการต้องอพยพประชาชน 600 คน ใกล้หมู่บ้านโซมอส (Saumos) และเปลี่ยนเส้นทางการจราจรไปยังชายหาดยอดนิยมใกล้พื้นที่ดังกล่าว

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศส (Meteo France) ระบุว่า ความเสี่ยงเกิดไฟป่าเพิ่มเติมยังอยู่ในระดับสูงมากในพื้นที่ตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตลอดช่วงที่เหลือของสัปดาห์ รวมถึงพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างน้อยจนถึงวันพฤหัสบดี

ทางการท้องถิ่นระบุว่า อุณหภูมิที่ลดลงและกระแสลมที่อ่อนลงช่วยสนับสนุนการควบคุมไฟป่าในพื้นที่วาร์ (Var) ทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเผาพื้นที่ไปแล้ว 2,500 เฮกตาร์ สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนหลายสิบหลัง และทำให้ประชาชน 400 คนต้องอพยพออกจากบ้าน

ลอรองต์ นูเญซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ พื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาทำลายในฝรั่งเศสมีแล้ว 44,000 เฮกตาร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก 

ด้านเจ้าหน้าที่ยังระบุว่า ยังมีไฟป่าอีกจุดที่กำลังลุกลามในจังหวัดโอตซาลป์ (Hautes-Alpes) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส

คลื่นความร้อนและพายุ

ในกรีซ ซึ่งคาดว่าอุณหภูมิจะสูงกว่า 41 องศาเซลเซียส ทางการได้สั่งห้ามการทำงานกลางแจ้งในช่วงที่แสงแดดจัดที่สุดของวัน ขณะที่ไซปรัส ซึ่งคุ้นเคยกับอุณหภูมิสูงในฤดูร้อน ก็ประกาศห้ามทำงานกลางแจ้งในช่วงบ่ายของวันพุธที่ผ่านมาเช่นกัน

ที่กรุงสโกเปีย เมืองหลวงของมาซิโดเนียเหนือ สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 11 คน โดย 3 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังพายุเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้ต้นไม้หักโค่น หลังคาอาคารเสียหาย และเกิดไฟฟ้าดับทั่วประเทศ

ถนนหลายสายถูกปิด ขณะที่บางเมืองไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้

ในโคโซโว สถาบันอุทกอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า จะยังมีพายุเกิดขึ้น พร้อมเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดฟ้าผ่า ความเสียหายต่อโครงข่ายไฟฟ้า ไฟฟ้าดับ น้ำท่วม และความเสียหายต่อทรัพย์สิน สื่อท้องถิ่นเผยภาพหลังคาบ้านปลิวจากแรงลม ฝนตกหนัก และประชาชนใช้ผ้าห่มคลุมรถยนต์เมื่อวันอังคาร เพื่อป้องกันความเสียหายจากลูกเห็บ