

KEY
POINTS
ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ในวาระ 3 ด้วยคะแนนเห็นชอบ 145 เสียง ไม่เห็นชอบ 4 เสียง และงดออกเสียง 11 เสียง โดยเห็นชอบตามร่างที่ผ่านการแก้ไขและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ก่อนส่งกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป
หากสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบตามการแก้ไขของวุฒิสภา ร่างกฎหมายจะถูกส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมาย แต่หากสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบ อาจมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่าง 2 สภา เพื่อพิจารณาปรับแก้ร่างกฎหมายอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม แม้วุฒิสภาจะพิจารณาร่างกฎหมายแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม แต่เนื่องจากเป็นวันประชุมสุดท้ายของสมัยประชุมรัฐสภา ทำให้ไม่สามารถบรรจุร่างกฎหมายเข้าสู่วาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรได้ ก่อนที่จะปิดสมัยประชุมในวันที่ 12 กรกฎาคม 2569
ร่างของสภาผู้แทนราษฎรกำหนดให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เป็นประธานคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่ที่ปรึกษาและผู้กำกับดูแล
แต่ร่างของวุฒิสภาแก้ไขให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด ขณะที่นายก อบจ. เป็นรองประธาน พร้อมตัดมาตรา 41 ออกทั้งมาตรา
ร่างของสภาผู้แทนราษฎรกำหนดมาตรการ "ระบบฝากไว้ได้คืน" ตามมาตรา 175-176 ซึ่งเป็นมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ให้เรียกเก็บเงินประกันจากผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย หรือผู้บริโภค สำหรับสินค้าที่มีความเสี่ยงก่อมลพิษ และคืนเงินเมื่อมีการนำของเหลือใช้ไปจัดการอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม วุฒิสภาได้ตัดหมวดดังกล่าวออกทั้งหมด
วุฒิสภาปรับองค์ประกอบของคณะกรรมการหลายชุด โดยเพิ่มตัวแทนภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วม ได้แก่ คณะกรรมการกำกับดูแลเพื่ออากาศสะอาด เพิ่มตัวแทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คณะกรรมการวิชาการเพื่ออากาศสะอาด เพิ่มตัวแทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด เพิ่มประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด และประธานหอการค้าจังหวัด เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
วุฒิสภาได้เพิ่มหลักการในมาตรา 148 กำหนดให้การใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ต้องคำนึงถึงความไม่ซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น ไม่สร้างภาระแก่ประชาชนเกินสมควร ไม่จำกัดการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม และต้องไม่เกิดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาด
แม้จะมีสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนเสนอให้ตัดบางมาตราออก แต่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากยังคงสาระสำคัญไว้ตามร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่
ความรับผิดของสถาบันการเงิน (มาตรา 211) กำหนดให้สถาบันการเงินต้องร่วมรับผิดชอบในความเสียหาย หากปล่อยกู้หรือสนับสนุนทางการเงินแก่แหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่ควบคุม โดยไม่มีระบบประเมินและติดตามความเสี่ยงด้านมลพิษทางอากาศที่เพียงพอ
กองทุนอากาศสะอาด คณะกรรมาธิการยังคงหมวด 7 ว่าด้วยกองทุนอากาศสะอาดไว้ตามร่างเดิม แม้จะมีข้อเสนอให้ตัดออกทั้งหมวด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง