thansettakij
thansettakij
เกาะติด ‘พายุฤดูร้อน’ ฉบับที่ 7 ไทยตอนบนอ่วม! กรมอุตุฯ ย้ำระวังฝนถล่ม-ลูกเห็บตกถึง 20 เม.ย. นี้

เกาะติด ‘พายุฤดูร้อน’ ฉบับที่ 7 ไทยตอนบนอ่วม! กรมอุตุฯ ย้ำระวังฝนถล่ม-ลูกเห็บตกถึง 20 เม.ย. นี้

17 เม.ย. 69 | 10:24 น.
อัปเดตล่าสุด :17 เม.ย. 69 | 10:33 น.

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับที่ 7 เฝ้าระวังพายุฤดูร้อนไทยตอนบนต่อเนื่อง ลมกระโชกแรง-ลูกเห็บตกบางพื้นที่ หลังมวลอากาศเย็นจีนแผ่ปกคลุมทะเลจีนใต้ ปะทะความร้อนจัดในไทย แนะประชาชนเลี่ยงที่โล่งแจ้ง-เกษตรกรเร่งป้องกันผลผลิต

KEY

POINTS

  • กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนพายุฤดูร้อนฉบับที่ 7 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยตอนบนไปจนถึงวันที่ 20 เมษายน
  • สาเหตุเกิดจากมวลอากาศเย็นจากจีนปะทะกับอากาศร้อนจัด ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตก
  • พื้นที่เฝ้าระวังจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ก่อนจะขยายผลกระทบไปยังภาคกลางและภาคเหนือ

วันที่ 17 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 7 (26/2569) เรื่อง “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” โดยระบุว่าพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงจะยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 20 เมษายน 2569

อากาศแปรปรวนรุนแรง

สาเหตุสำคัญเกิดจากบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และอ่าวไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนยังมีสภาพอากาศ “ร้อนถึงร้อนจัด” การปะทะกันของมวลอากาศต่างขั้วจึงทำให้เกิดพายุฤดูร้อนที่มีความรุนแรง

เกาะติด ‘พายุฤดูร้อน’ ฉบับที่ 7 ไทยตอนบนอ่วม! กรมอุตุฯ ย้ำระวังฝนถล่ม-ลูกเห็บตกถึง 20 เม.ย. นี้

เกาะติด ‘พายุฤดูร้อน’ ฉบับที่ 7 ไทยตอนบนอ่วม! กรมอุตุฯ ย้ำระวังฝนถล่ม-ลูกเห็บตกถึง 20 เม.ย. นี้

เกาะติด ‘พายุฤดูร้อน’ ฉบับที่ 7 ไทยตอนบนอ่วม! กรมอุตุฯ ย้ำระวังฝนถล่ม-ลูกเห็บตกถึง 20 เม.ย. นี้

พื้นที่เฝ้าระวังและลำดับผลกระทบ

ประกาศระบุว่าพายุจะเริ่มสร้างความเสียหายจากพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นจะขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่นๆ ดังนี้:

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคตะวันออก: พื้นที่แรกที่ได้รับผลกระทบ

ภาคกลาง: รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคเหนือ: จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป

มาตรการรับมือและข้อควรระวัง

ด้วยลักษณะของพายุที่มีทั้งฝุ่นฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก รวมถึงความเสี่ยงจากฟ้าผ่า กรมอุตุฯ จึงขอให้ภาคส่วนต่างๆ ปฏิบัติดังนี้:

ความปลอดภัยส่วนบุคคล: หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

ภาคการเกษตร: เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและเสริมความแข็งแรงให้โรงเรือนหรือไม้ผล เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดกับผลผลิตและสัตว์เลี้ยง

การดูแลสุขภาพ: ระวังอาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ประชาชนสามารถติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดผ่านทางเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือสายด่วน 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.

ที่มาข้อมูล: ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ลงวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น. ลงนามโดย นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา.