thansettakij
thansettakij
วัดฝีมือ“พีระพันธุ์” แก้กฎหมาย ปรับโครงสร้างราคานํ้ามันใหม่

วัดฝีมือ“พีระพันธุ์” แก้กฎหมาย ปรับโครงสร้างราคานํ้ามันใหม่

02 ส.ค. 67 | 09:48 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ส.ค. 67 | 10:03 น.

ระยะอันใกล้นี้ อาจจะได้รับข่าวดี ถึงการแก้ไขปัญหาราคานํ้ามันขายปลีกในบ้านเราที่มีราคาแพง เพราะล่าสุดนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมายืนยันแล้วว่า จะเร่งปรับโครงสร้างราคานํ้ามันขายปลีกในประเทศใหม่

ทั้งนี้จะเข้าไปแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นกลไกในการรักษาเสถียรภาพของระดับราคานํ้ามันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และป้องกันภาวะการขาดแคลนนํ้ามันเชื้อเพลิง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรื และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

เนื่องจากปัจจุบัน พ.ร.บ.กองทุนนํ้ามันดังกล่าว กระทรวงพลังงานไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการโครงสร้างราคานํ้ามันได้อย่างเต็มที่ จากเดิมที่เคยมีอำนาจใช้กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมเพดานภาษีนํ้ามัน และการใช้เงินกองทุนนํ้ามันฯ สำหรับดูแลราคานํ้ามันในประเทศโดยคำนึงถึงผลกระทบของประชาชนเป็นหลักและการเงินการคลังของประเทศควบคู่กันไป

แต่ภายหลังอำนาจในการควบคุมเพดานภาษีนํ้ามันถูกยกเลิกออกไป ส่งผลให้ไม่สามารถแก้ไขการเก็บรายได้จากนํ้ามันเชื้อเพลิงที่ซับซ้อน ทั้งภาษีสรรพสามิต ภาษีท้องถิ่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินเก็บเข้ากองทุนนํ้ามัน และเงินเก็บเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ส่งผลให้โครงสร้างนํ้ามันปรับสูงขึ้น ว่าประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง ๆ ที่เนื้อนํ้ามันราคาต้นทุนอยู่ในระดับ 20-21 บาทต่อลิตรเท่านั้น

ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาราคาแพงของรัฐบาล จึงมักใช้วิธีการเดิม ๆ มาตลอด โดยใช้กลไกกองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิงเข้ามาแบกรับภาระหนี้สินจากการประกาศตรึงราคานํ้ามัน และเมื่อไหร่ที่ภาระหนี้สินสูงเกินกำลังของกองทุนนํ้ามัน ก็จะนำกลไกทางภาษีเข้ามาช่วยเสริม ด้วยการลดอัตราภาษีสรรพสามิตนํ้ามันลง ซึ่งทุก ๆ ครั้งที่มีการใช้กลไกทางภาษี ก็ทำให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐขาดหายไปใน 1-2 หมื่นล้านบาท

ดังนั้น กฎหมายฉบับใหม่นี้ จะเป็นการดึงอำนาจด้านการควบคุมเพดาน ภาษีนํ้ามันกลับคืนมา โดยจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ใหม่ด้วย เพื่อเพดานภาษีนํ้ามันมีการปรับขึ้นและลงได้ตามสถานการณ์ที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้กระทรวงพลังงานมีอำนาจตัดสินใจสั่งการ มีกลไกที่หลากหลายในการรับมือสถานการณ์ราคานํ้ามันโลก เช่น สามารถอุดหนุนราคา แทรกแซงปริมาณ สามารถหยุดการขึ้นราคานํ้ามันตามอำเภอใจ และสามารถเก็บภาษีสรรพสามิตนํ้ามันแทนกระทรวงการคลัง เพื่อนำมาใช้บริหารจัดการราคานํ้ามันในช่วงที่ผันผวน แทนการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนนํ้ามัน

นอกจากนี้ ร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนนํ้ามันฯ ยังเป็นการรองรับยกเลิกการอุดหนุนเชื้อเพลิงชีวภาพในอนาคต จากกองทุนนํ้ามันฯ ด้วย เนื่องจากการนำเอทานอลและไบโอดีเซล มาผสมในเนื้อนํ้ามัน ส่งผลให้ราคานํ้ามันโดยรวมแพงขึ้นกว่าประเทศอื่น จำเป็นต้องพิจารณาในส่วนนี้ประกอบในการแก้ปัญหาราคานํ้ามันในประเทศด้วย

ทั้งนี้ การจัดทำร่างกฎหมายบริหารจัดการโครงสร้างราคานํ้ามันดังกล่าว ได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏร เพื่อขอเสียงสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎร และหากได้รับความเห็นชอบ คาดว่าจะสามารถบังคับใช้ได้ในช่วงต้นปีหน้า 2568

ส่วนจะได้เห็นการแก้ไขราคานํ้ามันสำเร็จขายปลีกในประเทศ ให้มีราคาถูกเป็นไปอย่างยั่งยืนนั้น คงต้องคอยดูต่อไปว่ารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดีกรีนักกฎหมาย จะสามารถผลักดันให้เป็นจริงดังคำกล่าวอ้างไว้หรือไม่ เพราะอย่างน้อยก็เป็นการลบคำสบประมาทกันเสียทีว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไม่จำเป็นต้องมาจากวงการอุตสาหกรรมพลังงานเสมอไป