นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.ได้จัดทำแนวทางเพื่อเป็นข้อเสนอให้กับภาครัฐที่เกี่ยวข้องที่สำคัญ 2 แนวทางหลักเกี่ยวกับการดูแลราคาพลังงาน ได้แก่ 1.เร่งแก้ไขระยะเร่งด่วนเพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(Ft)เพื่อให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปี 2567 ไม่เกิน 3.60 บาท/หน่วย และ 2.การแก้ไขปัญหาระยะกลางและยาว เพื่อค่าไฟฟ้าเฉลี่ยไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
ทั้งนี้ แนวทางระยะเร่งด่วนนั้นประกอบด้วย 5 แนวทางสำคัญ ประกอบด้วย
- การขับเคลื่อนเชิงรุก ที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ต้องวางแนวทางบริหารเชิงรุกโดยยึดประโยชน์ ค่าครองชีพของภาคประชาชน และ ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ฯลฯ ขณะที่กกพ. การพิจารณาค่า Ft ขาดการปรับปรุงข้อมูลค่าพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป การเปิดรับฟังความเห็นเนื้อหาเข้าใจยาก ขาดการมีส่วนร่วม จึงต้องพิจารณมให้เกิดความถูกต้อง เปิดเผยและตรวจสอบได้ เป็นต้น
- ปรับโครงสร้างก๊าซธรรมชาติ(NG)เพื่อลดมาร์จิน ของผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก(SPP / ลดค่าผ่านท่อก๊าซฯให้เป็นธรรม และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดหาทั้งNG และLNG(ก๊าซธรรมชาติเหลว) ทบทวนค่าผ่านท่อโดยเฉพาะท่อที่คุ้มทุนแล้ว กำหนดราคาขายก๊าซผู้ผลิตไฟฟ้าทุกประเภท (IPP SPP IPS) ให้เป็นราคาเดียวกันกับ IPP นำเข้า LNG จากประเทศที่มีราคาถูกและเพิ่มการนำเข้า NG จากพม่าให้มากที่สุด เป็นต้น
ส่วนแนวทางแก้ไขระยะกลางและยาวเพื่อค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ประกอบด้วย 2 แนวทางหลักได้แก่
- เร่งเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา (OCA) โดยยึดหลักความมั่นคงทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับความมั่นคงเรื่องเขตแดน
- เร่งเปิดระบบตลาดเสรีทั้งไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติและลดผูกขาดใด ๆสำหรับการเปิดตลาดเสรีรัฐ ต้องมีระบบ Smart Grid & Smart Meter โดยเปิดให้มีการขายไฟฟ้าแบบระหว่างบุคคล( P2P) และ Net Metering เปิดให้มีการใช้โครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯ ให้บุคคลที่สาม (TPA) ในอัตรา Wheeling Charge ที่เหมาะสมและเป็นธรรม และTPAท่อส่งปัจจุบันเหมาะกับผู้ใช้รายใหญ่ทำให้ผู้ใช้รายย่อยขาดโอกาส ฯลฯ