thansettakij
"EP" แย้ม โครงการ "วินด์ฟาร์มเวียดนาม" พร้อม COD มิ.ย. 66
energy

"EP" แย้ม โครงการ "วินด์ฟาร์มเวียดนาม" พร้อม COD มิ.ย. 66

บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) "EP" มั่นใจโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม "วินด์ฟาร์มเวียดนาม" 160 เมกะวัตต์ พร้อม COD ในเดือน มิ.ย. 66 ผลงานไตรมาสแรกปี 66 รายได้ไฟฟ้าพุ่ง 84.02%

นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) "EP" เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ทางกลุ่มภาคเอกชนไทยได้มีการประชุมร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลเวียดนามในเรื่องการเจรจาราคาค่าไฟฟ้า และการเสนอราคาชั่วคราว ซึ่งผลการเจรจาไปในทิศทางที่ดี

ทำให้เกิดการเร่งรัดให้มีการออกใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า (EGL) ให้เร็วที่สุดโดยไม่ต้องรอผลการเจรจาค่า FIT ใหม่ และให้เร่งรัดการจ่ายไฟฟ้าทันที สำหรับโครงการที่ได้รับ EGL แล้ว

โดยเสนอให้นักลงทุนรับค่าไฟฟ้าจากทาง EVN ในอัตรา 50% ของราคาสูงสุดที่ได้มีการประกาศไว้ ที่ 6.9 US cent และเมื่อได้ผลสรุปราคา FIT ทาง EVN ก็จะจ่ายคืนส่วนต่างทั้งหมดให้  ซึ่งจะทำให้โครงการของ EP ทั้ง 4 โครงการ สามารถเชื่อมต่อและจ่ายไฟฟ้าได้ทันที

โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม กำลังการผลิตรวม 160 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม ประกอบด้วย

  • โครงการในจังหวัด Gia Lai ขนาดกำลังผลิตรวม 100 เมกะวัตต์
  • โครงการในจังหวัด Huong Linh ขนาดกำลังผลิตรวม 60 เมกะวัตต์ 

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ทุกโครงการแล้ว มีความพร้อมที่จะสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ทันทีที่ได้รับการอนุมัติการเชื่อมต่อจากทาง EVN คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ (COD) ตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2566 เป็นต้นไป

"การที่ทางรองนายกฯเวียดนามได้มีข้อเสนอการจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราชั่วคราว เนื่องจากในช่วงเดือนกรกฎาคม ทางเวียดนามจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาก และกำลังผลิตที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ทำให้มีโอกาสขาดแคลนไฟฟ้าขึ้น จึงจะต้องเร่งสรุปให้มีการจ่ายไฟฟ้าสำหรับโรงไฟฟ้าที่สร้างเสร็จแล้วโดยเร็วที่สุด" นายยุทธ กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกปี 66 รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าอยู่ที่ 38.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.02% จากงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 20.93 ล้านบาท เนื่องจากมีรายได้จากการติดตั้ง "Solar rooftop" เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2566 บริษัทฯตั้งเป้าหมายรายได้รวมปีนี้จะเติบโตมากกว่า 50% โดยเฉพาะธุรกิจโรงไฟฟ้าคาดว่าจะมีการเติบโตรายได้เพิ่มขึ้น 2 เท่า เนื่องจากจะมีรายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ในพอร์ตลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ในส่วนของการขายโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมเมื่อปลายปี 2564 ซึ่งทางผู้ซื้อได้มีการหักเงินจากมูลค่าซื้อขายไว้บางส่วน อันเนื่องมาจากการที่บริษัท PPTC และ SSUT มีคดีเรียกร้องความเสียหายจากทางกลุ่มผู้รับเหมานั้น

ทางอนุญาโตตุลาการได้มีคำชี้ขาดออกมาให้ทาง PPTC และ SSUT ได้รับเงินชดเชยความเสียหาย จากทางกลุ่มผู้รับเหมา รวม 534.52 ล้านบาท ในขณะที่ค่างวดก่อสร้างค้างจ่ายที่ได้บันทึกบัญชีไว้แล้ว ทางอนุญาโตตุลาการ ก็มีคำชี้ขาดให้ทาง PPTC และ SSUT จ่ายคืนแก่กลุ่มผู้รับเหมาในจำนวนรวมที่ต่ำกว่าที่บันทึกบัญชีเอาไว้

โดยทาง PPTC และ SSUT ได้ยื่นคำร้องขอบังคับตามคำชี้ขาดไปแล้ว โดยทางกลุ่มผู้รับเหมาได้ใช้สิทธิในการฟ้องร้องเพิกถอนคำชี้ขาดดังกล่าวต่อศาลแพ่ง และเรื่องทั้งหมดกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ดังนั้นจึงมีโอกาสที่ทาง EP จะได้รับเงินที่หักสำรองไว้คืน พร้อมกับเงินส่วนเกินทั้งหมดที่ได้มาจากการเรียกร้องจากกลุ่มผู้รับเหมา และส่วนต่างของค่างวดที่ต้องจ่ายจริง ที่ต่ำกว่าที่ได้บันทึกบัญชีไว้ รวมทั้งสิ้นกว่า 800 ล้านบาทอีกด้วย