thansettakij
thansettakij
สุชาติ ดันประเด็นสิ่งแวดล้อมข้ามแดนสู่เวที HLC ไทย–เมียนมา ครั้งที่ 9

สุชาติ ดันประเด็นสิ่งแวดล้อมข้ามแดนสู่เวที HLC ไทย–เมียนมา ครั้งที่ 9

08 ก.ค. 69 | 09:28 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.ค. 69 | 09:57 น.

รมว.สุชาติ ดันประเด็นสิ่งแวดล้อมข้ามแดนสู่เวที HLC ไทย–เมียนมา ครั้งที่ 9 เชื่อมโยงข้อมูลคุณภาพน้ำ–อากาศ เร่งแก้ปัญหาโลหะหนัก ไฟป่า และหมอกควันข้ามแดน

KEY

POINTS

  • ไทยเตรียมผลักดันความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมข้ามแดนกับเมียนมา ในการประชุมคณะกรรมการระดับสูง (HLC) ไทย–เมียนมา ครั้งที่ 9
  • ประเด็นสำคัญคือการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามแดน โดยจะต่อยอดความร่วมมือ War Room และขยายความช่วยเหลือไปยังรัฐคะยา
  • อีกประเด็นหลักคือการจัดการปัญหาสารโลหะหนักในแม่น้ำข้ามพรมแดน ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลคุณภาพน้ำและสนับสนุนการติดตั้งสถานีตรวจวัด

 

 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ประเทศไทยเตรียมผลักดันความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมข้ามแดนเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการระดับสูง (High Level Committee: HLC) ไทย–เมียนมา ครั้งที่ 9 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20 สิงหาคม 2569

โดยมอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับกรมกิจการชายแดนทหาร (ชด.) นำเสนอประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาสารโลหะหนักในแม่น้ำข้ามพรมแดน และการป้องกันไฟป่าและหมอกควันข้ามแดน เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

 

นายสุชาติ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามแดนที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษและกรมกิจการชายแดนทหารได้ร่วมกันจัดตั้ง War Room และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการไฟป่าและหมอกควันให้กับหน่วยงานของเมียนมา โดยได้ติดตั้งแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ เมืองท่าขี้เหล็ก เมืองเชียงตุง และเมืองตองยี ซึ่งได้รับความสนใจและความร่วมมือจากฝ่ายเมียนมาเป็นอย่างดี พร้อมทั้งมีข้อเสนอขยายความร่วมมือไปยังรัฐคะยา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและอยู่ใกล้ชายแดนไทย โดยฝ่ายไทยพร้อมสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องมือที่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง

 

รมว.สุชาติ ดันประเด็นสิ่งแวดล้อมข้ามแดนสู่เวที HLC ไทย–เมียนมา ครั้งที่ 9 เชื่อมโยงข้อมูลคุณภาพน้ำ–อากาศ เร่งแก้ปัญหาโลหะหนัก ไฟป่า และหมอกควันข้ามแดน

สำหรับการแก้ไขปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำข้ามพรมแดน รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยจะผลักดันการเชื่อมโยงข้อมูลคุณภาพน้ำควบคู่กับ War Room ด้านคุณภาพอากาศ

รวมทั้งสนับสนุนการติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำ ชุดทดสอบคุณภาพน้ำอย่างง่าย และการพัฒนาศักยภาพการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในพื้นที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน และจังหวัดลอยก่อ รัฐคะยา เพื่อร่วมกันติดตามสถานการณ์ในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี

"การเชื่อมโยงข้อมูลด้านคุณภาพน้ำและคุณภาพอากาศระหว่างไทยกับเมียนมาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน ลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันอย่างยั่งยืน" นายสุชาติ กล่าว