

KEY
POINTS
นายสุวิทย์ พฤกษ์วัฒนานนท์ กรรมการผู้จัดการ ดีพี เน็กซ์ (DP NEXT) บริษัทร่วมทุน (JV) ระหว่างบ้านปู เน็กซ์ และดูราเพาเวอร์ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการต่อยอดธุรกิจผลิตแบตเตอรี่สู่ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ แรพพิด มอเตอร์ส (Rapid Motors) ซึ่งมีเทคโนโลยีการแปลงยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine: ICE) เป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านภาคขนส่งไทย โดยกําลังศึกษาการพัฒนาธุรกิจแปลงสภาพยานยนต์เชิงพาณิชย์เป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV Conversion) สําหรับฟลีทรถ ขนส่งในประเทศไทย ซึ่งในระยะแรกมุ่งเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าฟลีทรถกระบะ โดยจะเป็นการช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคขนส่งไทย
จากแนวโน้มอุตสาหกรรมการดัดแปลงยานยนต์ ICE สู่ยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมาตรการสนับสนุนของภาครัฐและเป้าหมายการแปลงสภาพยานยนต์อย่างน้อย 40,000 คัน ภายในปี 2570 บริษัทจึงมองเห็นโอกาสขยายตลาด
โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องการใช้ฟลีทรถกระบะไฟฟ้าที่มีข้อจํากัดด้านต้นทุน ซึ่งบริษัทฯ เห็นโอกาสในการเสนอราคาแบตเตอรี่ที่เหมาะสมและแข่งขันได้
“ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการต่อยอดธุรกิจแบตเตอรี่ของบริษัทให้ เติบโต และสร้างคุณค่าต่ออุตสาหกรรมขนส่งไทยในระยะยาว”
นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจ ด้วยกลยุทธ์การพัฒนาโซลูชันแบตเตอรี่ที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านของ ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ทุกประเภท ครอบคลุมตั้งแต่รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า รถหัวลากภาคอุตสาหกรรม และเรือไฟฟ้า และมองหาโอกาสร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ไฟฟ้าและ ระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อต่อยอดและขยายธุรกิจแบตเตอรี่ในระยะยาว
นายรริส อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แรพพิด มอเตอร์ส กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีการแปลงสภาพ เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้า โดยให้ความสําคัญกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ในการใช้งานจริงเป็นสําคัญ เนื่องจากแบตเตอรี่เป็นหัวใจสําคัญของยานยนต์ไฟฟ้า จึงมองหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ลํ้าสมัย มีคุณภาพและความปลอดภัยสูง เหมาะสําหรับยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ต้องรองรับการ ใช้งานแบบ Heavy Duty
“ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเสริมศักยภาพโซลูชันการแปลงสภาพยานยนต์ ICE สู่ยานยนต์ ไฟฟ้าให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของลูกค้าฟลีทรถขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านสมรรถนะ ความคุ้มค่าในการลงทุน ระยะยาว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองบริษัทในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์”
สําหรับความร่วมมือในระยะแรก ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันศึกษาและพัฒนาการแปลงสภาพยานยนต์ ICE ให้เป็นยานยนต์ ไฟฟ้า โดยนําโซลูชันแบตเตอรี่ของ ดีพี เน็กซ์ ผสานเทคโนโลยีการแปลงสภาพของแรพพิด มอเตอร์ส เพื่อให้บริการกลุ่มลูกค้าฟลีทรถกระบะเชิงพาณิชย์ ตั้งเป้าหมายปริมาณการผลิต 1,500 คันต่อปี ซึ่งคาดว่าช่วยลดต้นทุนค่า เชื้อเพลิงได้ 60-80% และลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 15,000 ตันต่อปี เพื่อรองรับความต้องการของตลาดฟลีทรถขนส่งเชิงพาณิชย์ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถกระบะซึ่งมีอัตราการใช้ขนส่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับรถบัสและรถบรรทุก ขนาดใหญ่
ในระยะถัดไป ทั้งสองบริษัทจะมองหาโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือไปยังยานยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ ใน อนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง