thansettakij
thansettakij
กสิกรไทยยกระดับความยั่งยืน เพิ่มเป้าหมายการลงทุน 5 แสนล้าน ในปี 73

กสิกรไทยยกระดับความยั่งยืน เพิ่มเป้าหมายการลงทุน 5 แสนล้าน ในปี 73

02 ต.ค. 68 | 09:10 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ต.ค. 68 | 09:11 น.

กสิกรไทยเดินหน้า สู่ยุทธศาสตร์ความยั่งยืนใหม่ ภายใต้แนวคิด การจัดการแบบองค์รวม ผสานความยั่งยืนในทุกมิติ พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านการให้บริการโซลูชันสภาพภูมิอากาศ เพิ่มเป้าหมายการลงทุนเพื่อความยั่งยืนเป็น 4-5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573

KEY

POINTS

ธนาคารกสิกรไทยประกาศปรับยุทธศาสตร์ความยั่งยืนจากการใช้แนวทาง ESG (สิ่งแวดล้อม, สังคม, ธรรมาภิบาล) ไปสู่การจัดการประเด็นสำคัญแบบองค์รวม (Issue-based Strategy) ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงทุกมิติ 

ธนาคารตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มการให้สินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนเป็น 4-5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) และจะเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศที่ครอบคลุมที่สุด.

กสิกรไทยมุ่งมั่นต่อการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Transition) โดยมียอดสะสมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนกว่า 173,231 ล้านบาท ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2.74 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และตั้งเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2573

ธนาคารกสิกรไทยได้ประกาศยุทธศาสตร์ความยั่งยืนใหม่ โดยมุ่งเน้นการจัดการประเด็นสำคัญแบบองค์รวม (Issue-based Strategy) ที่เชื่อมโยงทุกมิติทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อยกระดับการทำงานด้านความยั่งยืนในทุกมิติอย่างครบถ้วน

การปรับยุทธศาสตร์ใหม่ครั้งนี้ มีเป้าหมายที่สำคัญคือ การตอบสนองต่อความท้าทายจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ รวมถึงการผลักดันการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ภายใต้การให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในทุกภาคส่วนของการดำเนินธุรกิจ

นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทยเปิดเผยว่า ธนาคารได้ทบทวนกลยุทธ์การทำงานด้านความยั่งยืน เพื่อช่วยให้ธนาคารสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและสังคมได้ชัดเจนขึ้น

นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย

จึงเปลี่ยนจากการดำเนินงานความยั่งยืนด้วยแกนสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG-based Strategy) ไปสู่ยุทธศาสตร์ความยั่งยืนบนแนวทางใหม่ที่เน้นการจัดการประเด็นสำคัญแบบองค์รวม เชื่อมโยงมุมมองทุกด้านที่เกี่ยวข้อง กำหนดความมุ่งหมายชูเป็นแกนกลางของการทำงาน (Issue-based Strategy)

ภายใต้แนวคิด Issue-based Strategy ซึ่งกำหนดเป็นความมุ่งหมายหลักใน 3 ประการ ได้แก่

1.การเป็นธนาคารที่ทุกคนเชื่อมั่น: การเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้ธนาคารกสิกรไทยกลายเป็นธนาคารที่ทุกคนมั่นใจ พร้อมให้การสนับสนุนในทุกสถานการณ์ โดยไม่เพียงแต่ให้บริการด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงการกำกับดูแลกิจการและการยึดมั่นในหลักจริยธรรม

2.การเสริมความยืดหยุ่นเพื่อก้าวสู่อนาคตร่วมกัน: การเสริมความยืดหยุ่นและความพร้อมในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคต ทั้งด้านเศรษฐกิจ, สังคม, และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้สามารถรับมือกับทุกความไม่แน่นอนและเติบโตอย่างยั่งยืน.

3.การสร้างการเติบโตที่ครอบคลุมและทั่วถึง: กสิกรไทยมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุมในทุกภาคส่วน โดยส่งเสริมให้ทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโอกาสทางการเงินได้อย่างทั่วถึง ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ครอบคลุม และส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

กสิกรไทยยกระดับความยั่งยืน เพิ่มเป้าหมายการลงทุน 5 แสนล้าน ในปี 73

การปรับกลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่เน้นการสร้างผลกระทบที่ดีต่อธุรกิจและสังคม แต่ยังตอบโจทย์การสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ที่จะส่งผลกระทบในระยะยาวสำหรับการเติบโตของธนาคารและประเทศ

ธนาคารกสิกรไทยได้ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มการให้สินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนเป็น 4-5 แสนล้านบาทภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) โดยยึดหลักการที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการลงทุนในธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม

จนถึงปัจจุบัน ธนาคารได้เริ่มดำเนินการในหลายด้านที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เช่น การปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจที่เน้นการใช้พลังงานทางเลือกและการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในธุรกิจที่มีนโยบายด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม, สังคม, และธรรมาภิบาล)

ปัจจุบัน KAsset ครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ใน ESG Fund และ SRI Fund ด้วยมูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การจัดการ (AUM) มากกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท

การตั้งเป้าหมายการลงทุนในความยั่งยืนในระดับนี้ ถือเป็นการยกระดับภารกิจของธนาคารในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่เพียงแต่สร้างผลกำไร แต่ยังคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอีกด้วย

ธนาคารกสิกรไทยได้ประกาศเจตนารมณ์ในการเดินหน้าไปสู่ Net Zero (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) มาตั้งแต่ปี 2564 โดยมีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของธนาคารเองให้ได้ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030)

ในปี 2567 ธนาคารคาดว่า จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 17.02% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2563 (ค.ศ. 2020) ผ่านการดำเนินโครงการต่างๆ เช่น การติดตั้งโซลาร์รูฟครบทุกอาคารหลักและสาขา, การใช้รถยนต์ไฟฟ้า, และการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน

กสิกรไทยยกระดับความยั่งยืน เพิ่มเป้าหมายการลงทุน 5 แสนล้าน ในปี 73

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของลูกค้าไปสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ โดยการปล่อยสินเชื่อและการลงทุนในธุรกิจที่มีการใช้พลังงานทดแทนและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการสนับสนุนโครงการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืนต่างๆ

โดยในปัจจุบันธนาคารได้ปล่อยสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 39,000 คัน และสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้าและกลุ่มน้ำมันและก๊าซ

ธนาคารยังมุ่งมั่นในการพัฒนา Beyond Banking Solutions เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับลูกค้า เช่น การพัฒนาเครื่องมือ KClimate 1.5 สำหรับการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก การจัดตั้ง Creative Climate Research Center ซึ่งเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้เกี่ยวกับการรับมือกับปัญหาโลกร้อน และการริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อสร้าง Carbon Ecosystem เช่น แพลตฟอร์มสำหรับการขอใบรับรองพลังงานทดแทน (RECs) และแพลตฟอร์ม Green Pass สำหรับธุรกิจที่ใช้พลังงานสะอาด.

การร่วมมือกับพันธมิตรจากภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคการเงินในโครงการ “เครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย” (Thai CBN) ถือเป็นการสร้างความร่วมมือที่สำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมีสมาชิกกว่า 34 องค์กรที่ร่วมกันผลักดันการใช้แนวปฏิบัติด้านสภาพภูมิอากาศที่สามารถนำไปใช้ได้จริง