

นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า จากแผนงานเดินหน้าสู่ Net Zero ในปี ค.ศ.2050 ครอบคลุม 4 ด้านหลักคือ บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ดูแลและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน จัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ล่าสุด เนสท์เล่ได้นำรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า 100% (EV Truck) เสริมทัพการขนส่งสินค้าด้วยพลังงานสะอาดในระบบโลจิสติกส์ของเนสท์เล่ ใช้สำหรับการจัดส่งผลิตภัณฑ์คุณภาพของเนสท์เล่ โดยนำร่อง 2 คันในปี 2023 วิ่งเส้นทางระหว่างโรงงานผลิต ศูนย์กระจายสินค้า ไปจนถึงร้านค้าพันธมิตร ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ประมาณ 230 ตันต่อปี
เนสท์เล่มีแผนงาน Net Zero ที่ดําเนินโครงการไปแล้วหลายโครงการ เช่น การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต การเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซลาร์เซลล์ การใช้รถพลังงานไฟฟ้าในการขนส่ง
ผลิตภัณฑ์คิทแคทแบบควบคุมอุณหภูมิ รวมถึงการใช้รถสามล้อไฟฟ้าขายไอศกรีมเนสท์เล่ และการใช้พลังงานทดแทนแบบเจาะจงแหล่งที่มา (Utility Green Tariff) สำหรับกลุ่มธุรกิจเนสท์เล่ ไอศกรีม ซึ่งนับเป็นรายแรกของอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ในไทย
การใช้รถบรรทุกขนส่งที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ในครั้งนี้ ช่วยสนับสนุนกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนสิ่งดีๆ เพื่อโลก เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์และการดําเนินงานของเนสท์เล่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตและการขนส่งสินค้า และสอดคล้องกับการเดินหน้าสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ในปี 2050