
บอลไทยวันนี้ อินโดนีเซีย พบ ทีมชาติไทย นัดชิง FIFA ASEAN CUP 2026
โปรแกรมถ่ายทอดสดบอลไทยวันนี้ 5 ต.ค.69 'อินโดนีเซีย พบ ทีมชาติไทย' นัดชิงชนะเลิศ FIFA ASEAN CUP 2026 เช็กตารางแข่ง ลิงค์ดูบอลสด ความพร้อมแข้งช้างศึกที่นี่
โปรแกรมบอลไทยวันนี้ 5 ตุลาคม 2569 ทีมชาติไทยชุดใหญ่ ภายใต้การคุมทีมของ"แอนโธนี ฮัดสัน" หัวหน้าผู้ฝึกสอน เตรียมลงสนามพบกับ อินโดนีเซีย ในการแข่งขัน FIFA ASEAN CUP 2026 นัดชิงชนะเลิศ สำหรับแข้งช้างศึก ผ่านเข้าสู่นัดชิงด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม B ส่วนอินโดนีเซีย เจ้าภาพผ่านเข้ารอบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม A แฟนบอลสามารถติดตามตารางแข่ง เช็กความพร้อมนักเตะ และอัปเดตการแข่งขันได้ที่นี่
โปรแกรมการแข่งขันของทีมชาติไทย ในรายการ FIFA ASEAN CUP 2026 นัดชิงชนะเลิศ
- วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569
- อินโดนีเซีย พบ ไทย
- เวลา 20.00 น.
- สนาม เกโลรา บุง การ์โน, กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย
- แฟนบอลไทย สามารถดูบอลสด ดูบอลไทย ผ่านเว็บไซต์ หรือ แอปพลิเคชัน DAZN (เข้าไปล็อกอินลงทะเบียนก่อน)
สรุปผลงานทีมชาติไทย VS อินโดนีเซีย ก่อนดวลนัดชิง FIFA ASEAN CUP 2026
- ทีมชาติไทย อันดับ 93 ของโลก ผลงานในรอบแบ่งกลุ่ม แข่ง 3 ชนะ 2 แพ้ 1 โดยผลงานนัดล่าสุดพ่ายให้กับฟิลิปปินส์ไป 1-2
- ส่วนอินโดนีเซีย อันดับ 117 ของโลก ผลงานในรอบแบ่งกลุ่ม แข่ง 3 ชนะ 2 เสมอ 1 โดยผลงานนัดล่าสุดถล่ม บังกลาเทศ 9-2
- ทั้งสองทีมเจอกันครั้งล่าสุด ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2022 รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งผลจบลงด้วยการเสมอกันไป 1-1
"ฮัดสัน" ลั่น ช้างศึก พร้อมชนอินโดฯในนัดชิง FIFA ASEAN CUP 2026
"แอนโธนี ฮัดสัน" หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทย เปิดเผยว่า "ผมคิดว่าเราจะได้เห็นเกมที่น่าตื่นเต้นและสนุกเร้าใจอย่างแน่นอนทั้งสองทีมต่างเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมและบรรยากาศในสนามก็น่าทึ่งมาก เราเคยเห็นเกมการแข่งขันและสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทของแฟนบอลที่มีต่อทีมชาติชุดนี้ ซึ่งพวกเราเองก็ตื่นเต้นมากที่จะได้ลงเล่นท่ามกลางกองเชียร์กลุ่มนี้ ส่วนเรื่องสไตล์การเล่นของอินโดนีเซียนั้น เราทราบดีว่าพวกเขาเป็นทีมที่เน้นพละกำลัง เล่นเกมรุก และเน้นการขึ้นเกมที่รวดเร็วและตรงไปตรงมา ผมเชื่อว่ามันจะเป็นเกมที่น่าตื่นเต้นมาก"
"ผมคิดว่าเราเป็นทีมแรกในรายการนี้ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นโชคดีของเราที่ทำได้ในกลุ่มที่มีการแข่งขันสูงมาก เราต้องเจอกับเวียดนามซึ่งเป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ และเป็นทีมที่เราไม่สามารถเอาชนะได้เลยตลอดเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา นั่นจึงถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับเรา การที่ผ่านเข้ารอบชิงฯ ได้ตั้งแต่หลังจบเกมที่สอง ทำให้เรามีโอกาสปรับเปลี่ยนผู้เล่นในทีมได้มากพอสมควร"
หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า "ผมเคยบอกกับลูกทีมไว้ตั้งแต่ต้นทัวร์นาเมนต์แล้ว เพราะผมเชื่อและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก รายการนี้อาจจะไม่ได้ยาวนานเหมือนครั้งก่อน แต่เมื่อต้องมาเก็บตัวหรือแข่งขันกันเป็นเวลานาน ผมมองว่าสิ่งสำคัญคือการพยายามให้ทุกคนได้ลงสนาม มีส่วนร่วม และรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของทีมจริงๆ ซึ่งผมก็ได้ย้ำเรื่องนี้กับนักเตะไป ผมต้องการให้ทุกคนได้ลงเล่น และโชคดีที่เราทำแบบนั้นได้หลังจากจบเกมที่สอง ผู้รักษาประตูทั้ง 3 คนได้ลงสนาม รวมถึงผู้เล่นตำแหน่งอื่นๆ ด้วย ผมจึงพอใจมากที่เราอยู่ในสถานะที่สามารถทำเช่นนั้นได้หลังจากผ่านไปสองเกม"
"แน่นอนว่าผมตระหนักถึงความเสี่ยงในการลงเล่นเกมนี้ ด้วยเวลาฝึกซ้อมที่มีเพียงแค่ครั้งเดียวและการปรับเปลี่ยนผู้เล่นจำนวนมาก ความเสี่ยงที่ตามมาคือฟอร์มการเล่นอาจจะตกลงไป แต่ผมต้องทำในสิ่งที่ผมเห็นว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับรอบชิงชนะเลิศ ผมจึงยอมรับความเสี่ยงนั้นได้ เพราะผมต้องการให้ทีมเข้าสู่รอบชิงฯ โดยมีนักเตะสัก 7-9 คนที่ไม่ได้ลงเล่นติดต่อกันมา 3 นัดก่อนจะมาลงเล่นในเกมที่ 4 สรุปแล้วภารกิจของเราก็ลุล่วงไปด้วยดี แม้จะไม่มีใครพอใจกับผลการแข่งขัน แต่เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจของเรานั้นชัดเจนมาก และหากต้องทำแบบเดิมอีกครั้ง ผมก็จะตัดสินใจแบบเดิม"
"ชนาธิป" ชี้ชัยชนะเหนืออินโดฯ ช่วยเพิ่มความมั่นใจก่อนลุยเอเชียนคัพ
"ชนาธิป สรงกระสินธ์" กล่าวว่า "ความสำคัญของฟุตบอลอาเซียน ครั้งนี้เป็นฟุตบอล ฟีฟ่า อาเซียนครั้งแรก ความรู้สึกของผมคือทุกทีม เอาชุดที่ดีที่สุดของจริงมาแข่ง แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ฟีฟ่ารับรอง คือความรู้สึกของผม แล้วก็ทีมงานสตาฟโค้ช หรือเพื่อนร่วมทีม เราอยากจะสร้างประวัติศาสตร์มากกว่า นั่นคือสิ่งสำคัญ
"ถ้าเราชนะ เดี๋ยวเราก็ต้องไปเจอเขาที่เอเชียนคัพ มันก็จะเพิ่มความมั่นใจให้พวกเรา แน่นอนว่าผมเชื่อว่า น้องๆ ทุกคน ก็ค่อนข้างมีความมั่นใจที่อยากจะได้รับชัยชนะในครั้งนี้ เพื่อต่อยอดความมั่นใจของตัวพวกเราเอง ตัวแฟนบอลไทย ตัวโค้ช ตัวนักฟุตบอลคนอื่นๆ ที่อาจจะรีไทร์ไปแล้วอยากจะเข้ามาเพิ่มศักยภาพทีมชุดนี้ด้วย”
ชนาธิป กล่าวเพิ่มเติมว่า "การเจออินโดนีเซียล่าสุด น่าจะเกือบ 3-4 ปีที่แล้ว แน่นอนว่าตอนนั้น ถามว่าเปลี่ยนไปเยอะไหม ตอนนี้ทุกชาติในอาเซียนก็พัฒนาขึ้นมามาก แล้วตัวนักฟุตบอลเอง ตอนนี้ก็มีทั้งลูกครึ่งเยอะ และพวกเขาก็อยู่ในลีกที่ระดับสูงมาก แน่นอนว่าพวกเขาก็มีความแข็งแรงของร่างกาย มีทักษะสกิลที่ค่อนข้างดีมากๆ ก็รู้สึกดีใจที่จะมีโอกาสได้เจอพวกเขา หลังจากพวกเรารอคอยมาสักพักกว่าจะได้เจอเขาอีกครั้งหนึ่ง”
ที่มาข้อมูล-ภาพ
- FA Thailand





