
ศธ. ชง 6 มาตรการโรงเรียนปลอดภัยเข้า ครม. ดันวาระแห่งชาติคุมเข้มอาวุธ
จับตาประชุม ครม. วันนี้ "ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ." เสนอ 6 มาตรการความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ ยกระดับเป็นวาระสำคัญ ปูทางร่าง พ.ร.บ. คุมเข้มอาวุธ ป้องกันซ้ำรอยโศกนาฏกรรมนนทบุรี
KEY
POINTS
- กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ 6 มาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ
- มาตรการเร่งด่วนคือการตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายอย่างเข้มงวดก่อนเข้าสถานศึกษา และส่งทีมนักจิตวิทยาดูแลเยียวยาจิตใจ
- เตรียมจัดตั้ง "ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และรักษาความปลอดภัย" ในทุกโรงเรียนทั่วประเทศเพื่อดูแลสวัสดิภาพอย่างเป็นระบบ
- มีแผนผลักดันร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปลอดภัยและการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นกฎหมายแม่บทในการวางมาตรฐานระยะยาว
ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม วาระที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือการที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมเสนอแนวทางป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษาให้เป็นรูปธรรม หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ปกครองทั่วประเทศ
ยกระดับความปลอดภัย 5 กระทรวงหลักบูรณาการ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เตรียมนำเสนอ "6 มาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนแห่งชาติ" เพื่อให้ที่ประชุมเห็นชอบการทำงานเชิงรุก โดยหัวใจสำคัญคือการยกระดับเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องบูรณาการร่วมกันของ 5 กระทรวงหลักที่เกี่ยวข้อง มาตรการนี้เกิดขึ้นภายหลังโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมถึง 9 ราย
นอกจากนี้ ศธ. ยังเตรียมเสนอให้มีการจัดตั้ง "ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และรักษาความปลอดภัย" ในทุกสถานศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลสวัสดิภาพของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ
มาตรการเร่งด่วน: ปูพรมตรวจอาวุธ-สแกนสุขภาพจิต
สำหรับมาตรการที่ ศธ. กำชับให้ดำเนินการทันทีประกอบด้วย 2 ประเด็นสำคัญ คือ การตรวจค้นและคัดกรองสิ่งผิดกฎหมาย อาวุธ และวัตถุอันตรายอย่างเข้มงวด ก่อนเข้าพื้นที่สถานศึกษา และการส่งทีมนักจิตวิทยาเข้าไปดูแลเยียวยาสภาพจิตใจของนักเรียนและครูอย่างทั่วถึง
ในส่วนของโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ที่มีกำหนดเปิดเรียนในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ จะมีการตั้ง "ห้องพักใจ" พร้อมระดมนักจิตวิทยาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทีม MCATT จากกรมสุขภาพจิต เข้าประเมินสภาพจิตใจของกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่องในช่วง 1 เดือน 3 เดือน และ 6 เดือน เพื่อป้องกันภาวะเครียดสะสมหลังเหตุการณ์วิกฤต
ดันกฎหมายแม่บท-คุมสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ในระยะยาว รัฐบาลเตรียมผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปลอดภัยและการใช้เครื่องมือสื่อสารหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนนักศึกษาในสถานศึกษา ซึ่งจะเป็นกฎหมายแม่บทในการวางมาตรฐานความปลอดภัยที่ยั่งยืน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย เพื่อเร่งนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป







