
ผลบอล UCL สุดเดือด! เปแอสเช เฉือน บาเยิร์น 5-4 ดูไฮไลท์ถล่ม 9 ประตูที่นี่
เจาะลึกผลบอลและไฮไลท์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบรองฯ! เปแอสเช เปิดบ้านเฉือน บาเยิร์น 5-4 ในเกมประวัติศาสตร์ที่ยิงกันยับ 9 ประตู กุมความได้เปรียบก่อนบุกเยือนถิ่นเสือใต้นัดหน้า ห้ามพลาดบทวิเคราะห์ที่นี่
เกาะติดผลบอลและไฮไลท์ย้อนหลัง ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก(UCL) รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2026 ณ สนามพาร์ค เดส์ แพร็งซ์
กลายเป็นค่ำคืนที่แฟนบอลทั่วโลกต้องจดจำ เมื่อ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (เปแอสเช) เปิดบ้านเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ไปด้วยสกอร์มโหฬาร 5-4 ในเกมที่เต็มไปด้วยดราม่าและการทำประตูที่สวยงาม
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
เปแอสเช (4-3-3): ซาโฟนอฟ; ฮาคิมี่, มาร์กินโญส, ปาโช่, เมนเดส; เนเวส, ซาอีร์-เอมเมอรี่, วิตินญ่า; ดูเอ้, เดมเบเล่, ควารัตสเคเลีย.
บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1): นอยเออร์; สตานิชิช, อูปาเมกาโน่, ทาห์, เดวิส; คิมมิช, พาฟโลวิช; โอลิเซ่, มูเซียล่า, ลุยส์ ดีอาซ; เคน
ครึ่งแรก: การแลกหมัดสุดระทึกและจุดโทษปัญหา
เกมเริ่มต้นอย่างตื่นเต้นเพียง 17 นาที บาเยิร์น มิวนิค ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจุดโทษของ แฮร์รี่ เคน หลังจาก วิลเลียน ปาโช่ ไปทำฟาวล์ ลุยส์ ดีอาซ ในเขตโทษ
อย่างไรก็ตาม เจ้าถิ่นใช้เวลาไม่นานในการทวงคืน โดยในนาทีที่ 24 ควิชา ควารัตสเคเลีย โชว์ทักษะลากตัดเข้าในแล้วยิงหนีมือ มานูเอล นอยเออร์ เข้าไปอย่างเฉียบคมให้เปแอสเชเสมอ 1-1
ความคึกคะนองของเปแอสเชต่อเนื่องมาถึงนาทีที่ 33 เมื่อ ชูเอา เนเวส โหม่งลูกเตะมุมของ อุสมาน เดมเบเล่ พลิกนำเป็น 2-1
แต่ "เสือใต้" ยังคงอันตรายในจังหวะสวนกลับ และเป็น ไมเคิล โอลิเซ่ ที่ซัดไกลสุดสวยให้ทีมตีเสมอเป็น 2-2 ในนาทีที่ 41
ดราม่าเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก เมื่อผู้ตัดสินเช็ก VAR และให้จุดโทษแก่เปแอสเชจากจังหวะที่บอลไปโดนแขน อัลฟอนโซ่ เดวิส ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการตัดสินที่รุนแรงเกินไป อุสมาน เดมเบเล่ รับหน้าที่สังหารไม่พลาดให้เปแอสเชนำ 3-2 ก่อนจบครึ่งแรก
ครึ่งหลัง: เปแอสเชรัวห่าง ก่อนเสือใต้ฮึดสู้
เริ่มครึ่งหลังได้ไม่นาน เปแอสเชโชว์ความเฉียบคมรัว 2 ประตูรวดภายใน 2 นาที จากลูกยิงของ ควารัตสเคเลีย (นาที 56) และลูกยิงชนเสาเข้าไปของ เดมเบเล่ (นาที 58) ส่งให้เจ้าบ้านนำห่างถึง 5-2
บาเยิร์น มิวนิค แสดงสปิริตนักสู้ออกมาอย่างยอดเยี่ยม โดยไล่ตามมาเป็น 3-5 จากการโหม่งของ ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่ ในนาทีที่ 65
และตามบี้ติดเป็น 4-5 จากการหลุดเข้าไปยิงของ ลุยส์ ดีอาซ ในนาทีที่ 68 ซึ่ง VAR ยืนยันว่าไม่ล้ำหน้า
แม้ในช่วงท้ายเกม เปแอสเชจะมีโอกาสได้ประตูที่ 6 จาก เชนนี่ มายูลู แต่บอลไปชนคาน ทำให้จบเกมด้วยชัยชนะของเปแอสเช 5-4
สถิติและข้อมูลที่น่าสนใจ
สถิติประวัติศาสตร์: เปแอสเชสร้างสถิติยิงได้ 2 ประตูขึ้นไปในเกมรอบน็อคเอาท์ UCL ติดต่อกันเป็นนัดที่ 9 ซึ่งเป็นสถิติยาวนานที่สุดในรายการนี้
ฟอร์มส่วนตัว: ควิชา ควารัตสเคเลีย มีส่วนร่วมกับประตูใน UCL ถึง 20 ลูก (13 ประตู 7 แอสซิสต์) นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเปแอสเชเมื่อปี 2025
แฮร์รี่ เคน: ทำประตูที่ 54 ของฤดูกาลในทุกรายการ และยิงในรอบน็อคเอาท์ UCL ติดต่อกันเป็นนัดที่ 4
รูปเกม: บาเยิร์นครองบอลมากกว่าที่ 57.4% และมีค่า xG สูงกว่า (2.51 ต่อ 1.91) แต่เปแอสเชมีความเด็ดขาดกว่าในพื้นที่สุดท้าย
เสียงสะท้อนหลังเกม หลุยส์ เอ็นริเก้ (กุนซือเปแอสเช) "นี่คือแมตช์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดเท่าที่ผมเคยคุมทีมมาตลอด 15 ปี ผมภูมิใจในชัยชนะแม้จะไม่พอใจที่เสียถึง 4 ประตู"
วินเซนต์ กอมปานี (กุนซือมิวนิค) "เราแสดงให้เห็นถึงความอันตราย การยิงได้ 4 ลูกในการเป็นทีมเยือนทำให้เราเชื่อมั่นว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ที่ อัลลิอันซ์ อารีน่า"
คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ (นักวิจารณ์): ชื่นชมควารัตสเคเลียว่าเป็น "นักเตะที่ดีที่สุดในโลก" และมองว่าเขามีความฉลาดในการเล่นคล้ายกับ เวย์น รูนีย์
โปรแกรมนัดถัดไป ทั้งสองทีมจะกลับมาพบกันในนัดที่สองที่สนามอัลลิอันซ์ อารีน่า ประเทศเยอรมนี ในคืนวันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2026 เพื่อตัดสินหาผู้ที่จะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศที่บูดาเปสต์ต่อไป







