thansettakij
thansettakij
ส่องธุรกิจ "รถถัง จิตรเมืองนนท์" ทุน 1 ล้าน รายได้ 4.4 ล้าน ONE Championship ฟ้องข้ามประเทศ

ส่องธุรกิจ "รถถัง จิตรเมืองนนท์" ทุน 1 ล้าน รายได้ 4.4 ล้าน ONE Championship ฟ้องข้ามประเทศ

16 เม.ย. 69 | 04:39 น.
อัปเดตล่าสุด :16 เม.ย. 69 | 04:45 น.

เปิดงบการเงินบริษัท อาร์เอ. รถถัง อัยด้า แชนเนล รายได้พุ่ง 4.4 ล้านบาทในปี 2567 ก่อน ONE Championship ประกาศฟ้อง "รถถัง จิตรเมืองนนท์" ใน 3 ประเทศ ข้อหาผิดสัญญา-หมิ่นประมาท

กรณีพิพาทระหว่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ หรือ ทินกร ศรีสวัสดิ์ นักมวยไทยชั้นนำระดับโลก กับ ONE Championship กำลังพัฒนาเป็นคดีความข้ามพรมแดนที่ซับซ้อน และเริ่มฉายภาพให้เห็นถึงความเปราะบางในเชิงธุรกิจของนักกีฬาไทยที่ก้าวสู่เวทีระดับโลก

จุดปะทุ : จากแชมป์เวทีสู่คู่ความในศาล

ปัญหาเริ่มต้นในปี 2565 เมื่อรถถังลงนามในเอกสารภาษาอังกฤษโดยไม่ทราบเนื้อหาอย่างครบถ้วน เนื่องจากไม่สามารถอ่านภาษาอังกฤษได้ กระทั่งเดือนพฤศจิกายน 2568 จึงได้รับสำเนาสัญญาเป็นครั้งแรก และพบว่ามีเอกสารที่ใช้ชื่อของตนมากกว่า 30 ฉบับ โดยอ้างว่าลายเซ็นเหล่านั้นถูกปลอมแปลง ซึ่งคู่กรณียอมรับต่อหน้าทนายความว่าได้ลงนามแทนจริง

เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2569 รถถังประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่าสัญญาสิ้นสุดแล้วและพร้อมรับงานในฐานะ Free Agent ส่งผลให้ ONE Championship ประกาศฟ้องร้องใน 3 ประเทศพร้อมกัน ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ในข้อหาผิดสัญญาและหมิ่นประมาท

ฟ้อง 3 ประเทศ มีนัยทางกฎหมายและธุรกิจ

การเลือกยื่นฟ้องในหลายเขตอำนาจศาลสะท้อนให้เห็นถึงขนาดและความซับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจที่ ONE Championship ต้องการปกป้อง โดยคดีในสิงคโปร์มุ่งบังคับใช้สัญญาหลักและสิทธิ์ Matching Period 12 เดือน ที่กำหนดให้นักกีฬาห้ามชกกับองค์กรอื่นในช่วงเวลาดังกล่าว คดีในญี่ปุ่นเชื่อมโยงกับรายการ ONE Samurai 1 และสัญญาโฆษณาคู่ชกกับทาเครุ และคดีในไทยเป็นประเด็นหมิ่นประมาทจากการเปิดเผยเรื่องลายเซ็นปลอมต่อสาธารณะ

ธุรกิจส่วนตัวยังเล็ก รายได้เพิ่งเริ่มเติบโต

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยว่า บริษัท อาร์เอ. รถถัง อัยด้า แชนเนล จำกัด ซึ่งจดทะเบียนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้น 2 รายในสัดส่วนเท่ากันคือรถถังและกุลณัฐ ยูฮันเงาะ ฝ่ายละ 50% ประกอบธุรกิจเอเจนซี่โฆษณาและสื่อดิจิทัล

งบการเงินล่าสุดปี 2567 แบริษัทมีรายได้อยู่ที่ 4.4 ล้านบาท จากที่แทบไม่มีรายได้ในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ดี บริษัทมีกำไรสุทธิเพียง 17,990 บาท สะท้อนว่าต้นทุนดำเนินการยังคงสูงเมื่อเทียบกับรายได้ ขณะที่มูลค่าบริษัทตามบัญชีอยู่ที่ราว 259,028 บาท หรือประมาณ 26% ของทุนจดทะเบียนเท่านั้น

บทเรียนจากเวทีโลก ที่ต้องจ่ายด้วยอาชีพ

กรณีรถถังเป็นภาพสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่นักกีฬาไทยจำนวนมากเผชิญเมื่อก้าวสู่สัญญาระดับนานาชาติ ทั้งข้อจำกัดด้านภาษา การขาดที่ปรึกษากฎหมาย และวัฒนธรรมความไว้วางใจในแบบ "พี่น้อง" ที่ไม่อาจทดแทนข้อกำหนดทางกฎหมายได้

ขณะที่การเจรจาไกล่เกลี่ยยังดำเนินอยู่เบื้องหลัง ผลลัพธ์ของคดีนี้จะไม่เพียงกำหนดอนาคตของรถถังในฐานะนักกีฬา แต่ยังส่งผลต่อแนวทางการวางระบบสัญญาและการคุ้มครองนักกีฬาไทยในเวทีธุรกิจกีฬาระดับโลกต่อไป