thansettakij
thansettakij
NEXTOPIA คว้ารางวัลที่ 1ระดับโลก MAPIC Awards 2026 สยามพิวรรธน์ตอกย้ำต้นแบบธุรกิจแห่งอนาคต

NEXTOPIA คว้ารางวัลที่ 1ระดับโลก MAPIC Awards 2026 สยามพิวรรธน์ตอกย้ำต้นแบบธุรกิจแห่งอนาคต

05 พ.ย. 69 | 11:00 น.
อัปเดตล่าสุด :05 พ.ย. 69 | 11:09 น.

NEXTOPIA คว้ารางวัลที่ 1 ของโลก จาก MAPIC Awards 2026 สยามพิวรรธน์ชูโมเดลธุรกิจความยั่งยืนที่เน้นคุณค่าร่วม สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการอสังหาริมทรัพย์โลก

กลุ่มสยามพิวรรธน์สร้างความภาคภูมิใจให้ประเทศไทย บนเวทีสากลอีกครั้ง เมื่อ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ณ สยามพารากอน ผงาดคว้ารางวัลที่ 1 ของโลก สาขา Best Refurbishment Project จากเวที MAPIC Awards 2026 ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลกด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกที่ยกย่องโครงการโดดเด่นในการพลิกโฉมพื้นที่ให้เกิดคุณค่าทางธุรกิจพร้อมกับยกระดับประสบการณ์ของผู้คน ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และบทบาท Game Changer ของกลุ่มสยามพิวรรธน์ในฐานะผู้บุกเบิกการสร้างสรรค์ต้นแบบธุรกิจแห่งอนาคต ที่ทำวิสัยทัศน์ให้เป็นความสำเร็จได้จริงและได้รับการยอมรับในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

NEXTOPIA คว้ารางวัลที่ 1ระดับโลก MAPIC Awards 2026 สยามพิวรรธน์ตอกย้ำต้นแบบธุรกิจแห่งอนาคต

รางวัล Best Refurbishment Project จากเวที MAPIC Awards 2026 เป็นรางวัลที่ยกย่องโครงการพื้นที่ค้าปลีกทุกรูปแบบ ที่สามารถพลิกโฉมการใช้พื้นที่เดิมได้อย่างมีนัยสำคัญ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานอย่างสูงสุด โดยคณะกรรมการผู้ตัดสินพิจารณาความโดดเด่นอย่างรอบด้าน ทั้งคุณภาพของการพัฒนา ความกลมกลืนกับบริบทแวดล้อม การสร้างประโยชน์สู่ชุมชน ศักยภาพในการดึงดูดผู้บริโภค ความหลากหลายของร้านค้า ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาโครงการ หน่วยงานท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

NEXTOPIA คว้ารางวัลที่ 1ระดับโลก MAPIC Awards 2026 สยามพิวรรธน์ตอกย้ำต้นแบบธุรกิจแห่งอนาคต

เบื้องหลังความสำเร็จระดับโลกของ NEXTOPIA ในครั้งนี้ เกิดจากการที่สยามพิวรรธน์ พลิกกระบวนทัศน์ที่มอง "ความยั่งยืน" ให้กลายเป็น "โมเดลธุรกิจที่สร้างคุณค่าร่วม" ภายใต้แนวคิด Together, we co-create for a better world ท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบันที่ธุรกิจต่างมองหาจุดสมดุลระหว่างการรักษาสิ่งแวดล้อมและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งต้นแบบธุรกิจนี้ได้เปิดให้บริการในสยามพารากอนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 และได้สร้างแรงกระเพื่อมจากประเทศไทยสู่ระดับสากล เมื่อโมเดล Co-Creation for Sustainable Lifestyle ของ NEXTOPIA ถูกนำไปนำเสนอในฐานะกรณีศึกษาบนเวที UN Global Compact Leaders Summit 2026 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบทพิสูจน์เชิงประจักษ์ว่า การผสานความยั่งยืนเข้ากับวิถีธุรกิจนั้นสามารถลงมือทำได้จริง วัดผลได้ และพร้อมสร้างการเติบโตไปพร้อมกันทุกภาคส่วน

ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์

ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ กล่าวว่า "สยามพิวรรธน์เป็นผู้นำแห่งวิสัยทัศน์ (Thought leader) ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ทุกโครงการของเราต้องสร้างธุรกิจใหม่ที่มอบคุณค่าและการสมประโยชน์ให้ ผู้คน และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสนับสนุนคู่ค้าและพันธมิตรให้ปรับตัวสู่เป้าหมายความยั่งยืนในมาตรฐานสากลไปสู่ Net Zero ของประเทศไทย ภายในปี 2050 เราจึงไม่รอช้าและใช้โอกาสนี้สร้างพื้นที่ทดลองให้เป็น Sandbox ของโมเดลธุรกิจที่นำความยั่งยืนมาเป็นแกนหลัก เชื่อมวิถีการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายเข้ากับการรักษ์โลกและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า พร้อมรวมพลังคู่ค้า พันธมิตร และลูกค้าร่วมเปลี่ยนความตระหนักรู้สู่การลงมือทำและเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะเราเชื่อว่า การสร้างโลกที่ดีขึ้น ควรเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ NEXTOPIA”

เพื่อให้แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจริง NEXTOPIA จึงถูกออกแบบให้เป็นระบบที่ช่วยให้ผู้คนเข้าใจและเข้าถึงความยั่งยืนในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งสร้างคุณค่าทางธุรกิจที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของ และได้ประโยชน์ร่วมกันในเรื่องต่างๆ ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนการดำเนินการด้านความยั่งยืน และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero แบบ fast track โดยก้าวเดินไปพร้อมกับการเติบโตทางธุรกิจ

NEXTOPIA คว้ารางวัลที่ 1ระดับโลก MAPIC Awards 2026 สยามพิวรรธน์ตอกย้ำต้นแบบธุรกิจแห่งอนาคต

สยามพิวรรธน์ใช้เวลา 2 ปีในการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้กลายเป็นพื้นที่จริงขนาดกว่า 15,000 ตารางเมตร ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยสวมบทบาทเป็นทั้ง "ผู้ลงทุน" และ "ผู้บูรณาการ" ที่คอยเชื่อมโยงศักยภาพและความเชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนโจทย์ด้านความยั่งยืนที่เคยซับซ้อนให้กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนสามารถมองเห็น สัมผัส และนำไปปรับใช้ได้จริง ทั้งในมิติของการใช้ชีวิตการบริโภค และการดำเนินธุรกิจ และมองเห็นพื้นที่นี้เป็นต้นแบบที่ผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกฝ่ายจะได้เรียนรู้และพัฒนาโมเดลความยั่งยืนนี้ให้เกิดความสำเร็จเป็นรูปธรรมได้อย่างต่อเนื่อง

การขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ทั้งหมดเริ่มต้นด้วยการผนึกกำลังผู้ร่วมอุดมการณ์ โดยรวบรวมพันธมิตรและองค์กรธุรกิจกว่า 50 ราย มาร่วมขับเคลื่อนในฐานะ "ผู้ร่วมก่อตั้ง" (The Founders) ซึ่งการรวมพลังในครั้งนี้ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างและสร้างผลลัพธ์ที่ทวีคูณยิ่งกว่าการลงมือทำเพียงลำพัง

NEXTOPIA คว้ารางวัลที่ 1ระดับโลก MAPIC Awards 2026 สยามพิวรรธน์ตอกย้ำต้นแบบธุรกิจแห่งอนาคต

ก่อนจะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งผ่าน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

  1. การรวมพลังของ Founders ในการทำโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ได้ออกแบบ Co-creation Model ที่เปิดโอกาสให้องค์กรที่เป็น founders ได้มีส่วนร่วมได้ตามศักยภาพและความเชี่ยวชาญของตน ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน น้ำ อากาศสะอาด การจัดการขยะ หรือวัสดุก่อสร้างอย่างยั่งยืน นวัตกรรมแห่งอนาคตเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องทดลอง แต่นำมาประยุกต์ใช้จริงในพื้นที่ค้าขายจริง ที่ผู้คนสามารถมองเห็น สัมผัส และใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน การร่วมสร้างสรรค์นี้ตั้งอยู่บนแนวคิดว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ที่ทำให้กลุ่มศิลปินได้เข้ามาทำงานศิลปะรีไซเคิลและผู้ด้อยโอกาสสามารถนำความคิดสร้างสรรค์และทักษะงานฝีมือมาต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และขยายโอกาสการจ้างงานไปสู่ชุมชนชนบท
    NEXTOPIA คว้ารางวัลที่ 1ระดับโลก MAPIC Awards 2026 สยามพิวรรธน์ตอกย้ำต้นแบบธุรกิจแห่งอนาคต
  2. การสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าถึงระบบรักษ์โลก (Retailers & Food Operators) NEXTOPIA มีโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนในการจัดการประหยัดพลังงาน การจัดการขยะอย่างเป็นระบบที่พร้อมใช้งานภายในพื้นที่ ช่วยให้ร้านค้าสามารถนำแนวคิด ESG มาทดลองใช้ในการดำเนินธุรกิจและการค้าขายได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยไม่ต้องมีต้นทุนในการสร้างระบบเอง และจะสามารถนำไปใช้ในสาขาอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยเฉพาะในโซน ECOTOPIA ซึ่งเปิดเวทีให้ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกกว่า 110,000 รายการจาก SMEs และชุมชนกว่า 300 แห่ง รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนจับจ่ายใช้สอยอย่างมีเป้าหมายที่จะสนับสนุนสินค้ารักษ์โลกและชุมชน (Spend with Purpose)
  3. การเปลี่ยนลูกค้าให้เป็นผู้ร่วมอุดมการณ์ (Customers & Community Builders) ยกระดับเป้าหมายจากการ "สร้างฐานลูกค้า" เป็นการ "สร้างผู้ร่วมอุดมการณ์ด้านความยั่งยืน” โดยเชิญชวนผู้มาเยือนทุกๆ วันให้กลายเป็น Co-creators ที่ช่วยกันสร้างสรรค์โลกที่ดีกว่า (Co-create for a Better Tomorrow) พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้กลุ่ม Founders, Co-Creators และเครือข่าย Friends of NEXTOPIA สามารถเข้ามาใช้จัดกิจกรรม แลกเปลี่ยนไอเดีย และสร้างความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม

NEXTOPIA คว้ารางวัลที่ 1ระดับโลก MAPIC Awards 2026 สยามพิวรรธน์ตอกย้ำต้นแบบธุรกิจแห่งอนาคต

ความสำเร็จของแนวคิดนี้ถูกพิสูจน์ให้เห็นภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี นอกจากรางวัลจาก MAPIC Awards แล้ว NEXTOPIA ยังเป็น Multi-tenant Retail Space แห่งแรกในไทยที่คว้ามาตรฐานระดับโลกอย่าง EDGE Advanced และ Fitwel ระดับ 2 ดาว พร้อมผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่โดดเด่น ทำให้ NEXTOPIA เป็นพื้นที่ค้าปลีกแรกในประเทศไทยที่ใช้ Renewable energy 100% ทั้งในส่วนของ Common area และผู้เช่าผ่านโครงการ Utility Green Tariff (UGT1) ของการไฟฟ้านครหลวง ทั้งการบรรลุเป้าหมาย Zero Waste to Landfill อย่างสมบูรณ์แบบ และการออกแบบให้สามารถลดการใช้พลังงานได้ 47% และลดการใช้น้ำ 35% ซึ่งเป็นค่าประเมินจากการจำลองช่วงออกแบบ (EDGE) เทียบกับอาคารอ้างอิง EDGE Base Case

นับตั้งแต่วันเปิด NEXTOPIA จนถึง 30 ก.ย. 69 ยังมีการนำขยะกว่า 227,137 กิโลกรัม เข้าสู่ระบบรีไซเคิล การอัปไซเคิล และการนำไปผลิตพลังงาน ซึ่งได้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 376,689 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยมีผู้มาเยือนแล้วกว่า 4.65 ล้านคน และเป็นศูนย์กลางการศึกษาดูงานขององค์กรกว่า 200 แห่ง สถาบันการศึกษากว่า 50 แห่ง และกิจกรรมกว่า 150 งาน

NEXTOPIA คว้ารางวัลที่ 1ระดับโลก MAPIC Awards 2026 สยามพิวรรธน์ตอกย้ำต้นแบบธุรกิจแห่งอนาคต

ในวันนี้ โมเดลธุรกิจ Sustainability Co-Creation ของ NEXTOPIA คือ Game Changer ที่ได้รับการยอมรับในด้านวิสัยทัศน์ความสำเร็จบนเวทีโลก ด้วยการพลิกโฉมพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งแรงบันดาลใจ ผสานความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ให้ความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่สนุก เข้าถึงง่าย เพื่อเริ่มต้นเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คน อย่างไรก็ดี สำหรับสยามพิวรรธน์ NEXTOPIA ยังคงเป็น Sandbox ที่ผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกภาคส่วนจะต้องเรียนรู้ ปรับปรุง แก้ไขและพัฒนาทุกแนวคิดให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายอย่างจริงจังและให้ผลดียิ่งๆ ขึ้นไป เพราะการสร้างโลกแห่งอนาคตที่ดีกว่าเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้และกระทำต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อใดที่สามารถกระทำได้สำเร็จในทุกๆ ด้านตามเจตนารมย์แล้ว สยามพิวรรธน์ก็จะใช้โมเดลนี้ขยายผลสู่ศูนย์การค้าในเครือทั้ง 6 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1.5 ล้านตารางเมตร รวมถึงโครงการในอนาคต เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ Net Zero และพร้อมมอบองค์ความรู้นี้สู่ผู้พัฒนาโครงการในประเทศต่าง ๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กว้างขวางในระดับโลกต่อไป