
ดีอีจับมือ Google ดัน AI Passport 2.0 แจกฟรี Gemini Enterprise 5 แสนสิทธิ์
กระทรวงดีอีจับมือ Google ยกระดับ Thailand AI Passport สู่ AI Passport 2.0 แจกสิทธิ์ใช้งาน Gemini Enterprise ฟรี 5 แสนสิทธิ์ เริ่มกดรับสิทธิ์ 9 ต.ค. 2569
KEY
POINTS
- กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมมือกับ Google เปิดตัวโครงการ AI Passport 2.0
- แจกสิทธิ์ใช้งาน Gemini Enterprise ฟรีจำนวน 500,000 สิทธิ์ เพื่อส่งเสริมการนำ AI ไปใช้ทำงานจริง
- ผู้รับสิทธิ์ต้องเป็นผู้เรียนบนแพลตฟอร์ม AiPASS ที่สะสมคะแนนการเรียนครบ 1,000 คะแนน
- Gemini Enterprise เป็นแพลตฟอร์ม AI ที่ช่วยสร้างผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI Agent) เพื่อทำงานอัตโนมัติได้หลายขั้นตอน
9 ตุลาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงข่าวโครงการ TH-Al Passport (AiPASS 2.0) โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะ กรรมการดิจิทัลเพือเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมงาน
นายพชร กล่าวว่า โครงการกำลังยกระดับไปสู่ AI Passport 2.0 ซึ่งได้ร่วมมือกับ Google เปิดสิทธิ์ใช้งาน Gemini Enterprise โดยจะแจกสิทธิ์ใช้งานฟรีจํานวน 500,000 สิทธิ์ ให้แก่ผู้เรียนบนแพลตฟอร์ม AiPASS ที่สะสมคะแนนการเรียนครบ 1,000 คะแนน เริ่มกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2569
ขณะเดียวกัน สำหรับผู้เรียนที่มีคะแนนสะสมยังไม่ถึง 1,000 คะแนนสามารถสะสมได้ถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เพื่อให้คนไทยก้าวจากการเรียนรู้ AI สู่การใช้ Al ทํางานจริงได้อย่างทั่วถึง
"ความร่วมมือครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากเสียงสะท้อนของผู้ใช้งานที่ต้องการให้ Al ช่วยทํางานต่อเนื่อง จนเสร็จ สู่การร่วมมือครั้งสําคัญกับ Google นํา AiPASS x Gemini Enterprise ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Al Agents ของ Google ทที่ลงมือทํางานแทนได้อัตโนมัติ"
Gemini Enterprise คืออะไร
สำหรับ Gemini Enterprise เป็นแพลตฟอร์ม AI การทำงานที่ช่วยให้ผู้ใช้สร้าง AI Agent หรือผู้ช่วยอัจฉริยะ เพื่อวางแผนและดำเนินงานตามคำสั่งโดยอัตโนมัติ แตกต่างจาก Chatbot ทั่วไปที่เน้นการสนทนาและตอบคำถาม โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานธุรกิจ เช่น รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์เอกสาร จัดทำรายงาน และเตรียมใบเสนอราคา
สำหรับจุดเด่นของ Gemini Enterprise คือสามารถสร้าง AI Agent ทำงานอัตโนมัติ โดยให้ AI ช่วยในจัดการงานหลายขั้นตอน ตั้งแต่รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์เอกสาร ไปจนถึงจัดทำรายงาน โดยโครงการระบุว่าสามารถสร้าง AI Agent ได้วันละ 1 ตัว
ขณะเดียวจะมีเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน รองรับการทำงานร่วมกับ Google Drive, Gmail และ Google Sheets รวมถึง Microsoft Excel, Word, Outlook และ Canva ตามความสามารถของระบบเชื่อมต่อและสิทธิ์การใช้งาน
นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ NotebookLM วิเคราะห์ข้อมูลและสร้างได้สูงสุด 500 เล่ม และเชื่อมต่อแหล่งข้อมูลได้สูงสุด 300 แหล่ง ตามรายละเอียดที่นำเสนอในโครงการ ช่วยรวบรวม สรุป และวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสาร
อีกทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล รองรับมาตรการควบคุมสิทธิ์และปกป้องข้อมูลระดับองค์กร โดย Google ระบุว่าข้อมูลลูกค้าภายใต้เงื่อนไขบริการที่เกี่ยวข้องจะไม่ถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล AI ของ Google
Gemini Enterprise ต่างจาก Plus อย่างไร
ทั้งนี้ จุดแตกต่างสำคัญอยู่ที่รูปแบบการใช้งาน โดย Gemini Enterprise เน้นการสร้าง AI Agent เชื่อมต่อข้อมูลและแอปพลิเคชัน เพื่อทำงานหลายขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แพ็กเกจ Gemini สำหรับผู้ใช้ทั่วไปเน้นการสนทนา ค้นคว้า และสร้างเนื้อหา
โดยการเปิดสิทธิ์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา AI Pass 1.0 ที่เน้นการเรียนรู้และทดลองใช้โมเดล AI สู่ 2.0 ที่มุ่งให้ผู้ใช้นำ AI ไปประยุกต์ใช้จริง โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้เริ่มต้น ผู้ใช้งานระดับกลาง และนักพัฒนา เพื่อยกระดับทักษะ AI ของคนไทยตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการพัฒนาโซลูชันของตนเอง
ทั้งนี้ หลังเปิดให้บริการ Thailand AI Passport เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน มีประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนรับสิทธิ์แล้วกว่า 1.57 ล้านคน โดยพบผู้ใช้งานจริง (Active Users) อยู่ที่ประมาณ 7-8 แสนราย
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ได้ตั้งเป้าประเมินผลความสำเร็จของโครงการหลังจากดำเนินงานครบ 1 ไตรมาส หรือ 3 เดือน โดยคาดหวังว่าจะสามารถขยายผลและเพิ่มจำนวนผู้เข้าถึงสิทธิ์ได้ครอบคลุมเป้าหมาย 5 ล้านสิทธิ์ในอนาคต




