thansettakij
thansettakij
อาร์เอ็กซ์ ไบเทค จัดใหญ่ ‘COSMEX 2026’ ครบ จบทุกเทรนด์ความงามอาเซียน

อาร์เอ็กซ์ ไบเทค จัดใหญ่ ‘COSMEX 2026’ ครบ จบทุกเทรนด์ความงามอาเซียน

09 ต.ค. 69 | 05:30 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ต.ค. 69 | 05:32 น.

อาร์เอ็กซ์ ไบเทค จัดใหญ่ ‘COSMEX 2026’ รวมครบทุกเทรนด์ความงามอาเซียน เครื่องสำอาง เสริมอาหาร OEM/ODM ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป อุปกรณ์ความงาม สินค้าฮาลาล จากกว่า 300 แบรนด์ 20 ประเทศ

KEY

POINTS

  • งาน COSMEX 2026 เป็นเวทีสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจความงามครบวงจรในอาเซียน รวบรวมผู้ผลิต OEM/ODM และแบรนด์ชั้นนำกว่า 300 แบรนด์จาก 20 ประเทศ
  • ชูไฮไลท์โซน T-Beauty ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและน้ำหอมไทย พร้อมโซนเครื่องสำอางฮาลาล เพื่อผลักดันความงามแบบไทยสู่ตลาดโลก
  • เปิดโอกาสเจรจาธุรกิจกับผู้ร่วมงานกว่า 25,000 ราย พร้อมอัปเดตเทรนด์ผ่านสัมมนาและเวิร์กชอปจากผู้เชี่ยวชาญ

งาน “COSMEX 2026” ถือเป็นงานสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบครันที่สุดในอาเซียน เวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการเจ้าของแบรนด์ความงามขนาดใหญ่และ SME, ผู้รับผลิต OEM, ผู้จัดจำหน่าย, ผู้ค้าส่ง, ผู้ค้าปลีก, ผู้นำเข้า, ผู้ส่งออก, Private Label, คลินิกความงาม, สปา, โรงแรม หรือสายการบิน ที่นำเสนอทั้งนวัตกรรมและโอกาสทางธุรกิจ

รวม 300 แบรนด์จาก 20 ประเทศ

นางวราภรณ์ ธรรมจรีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์เอ็กซ์ ไบเทค (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมความงามของไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจาก Beauty Market ไปสู่ Beauty and Wellness Economy อย่างชัดเจน ความงามไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาพลักษณ์ภายนอก แต่รวมถึงสุขภาพ การดูแลเชิงป้องกัน และคุณภาพชีวิตโดยรวม สำหรับตลาดเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทยในปี 2568 มีมูลค่ารวม 3.12 แสนล้านบาท

วราภรณ์ ธรรมจรีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์เอ็กซ์ ไบเทค (ประเทศไทย) จำกัด

ขณะที่ปี 2569 สมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทยคาดว่าตลาดเครื่องสำอางไทยจะเติบโตต่อเนื่องประมาณ 7.4% โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 2.9 - 3 แสนล้านบาท ด้านการส่งออกของสินค้าเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว จากรายงานของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มีมูลค่าในปี 2568 อยู่ที่ 3.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 117,480 ล้านบาท

การจัดงาน “COSMEX 2026” เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Shaping the Future of Beauty Businesses – รังสรรค์สร้างอนาคตธุรกิจความงาม” รวมผู้รับผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือ OEM/ODM บรรจุภัณฑ์ การพิมพ์ฉลาก เทคโนโลยีการผลิต ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป อุปกรณ์ความงาม สินค้าฮาลาล จากกว่า 300 แบรนด์ 20 ประเทศ 2 พาวิลเลี่ยนจากเกาหลีใต้และจีน เปิดโอกาสเจรจาธุรกิจให้ผู้ร่วมงานกว่า 25,000 ราย พร้อมดัน T-Beauty สู่ตลาดโลก

“ประเทศไทยมีจุดแข็งที่โดดเด่นทั้งด้านสมุนไพร ภูมิปัญญา Wellness ความเชี่ยวชาญของผู้ผลิต OEM/ODM และความยืดหยุ่นในการพัฒนาสูตร เมื่อนำมาผสานกับงานวิจัย มาตรฐานการผลิตสากล และเรื่องราวของแบรนด์ จะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดัน T-Beauty เข้าสู่ตลาดต่างประเทศ”

งาน COSMEX 2026 เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Shaping the Future of Beauty Businesses – รังสรรค์สร้างอนาคตธุรกิจความงาม”

ไฮไลท์งาน COSMEX  2026

T-Beauty แบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่

  • DTAM Zone โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เป็นโซนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสมุนไพรไทย นำเสนอภูมิปัญญา เรื่องราว และนวัตกรรมไทยให้ผู้ที่ต้องการหาสินค้าใหม่ไปจำหน่าย ผู้นำเข้า-ส่งออก ผู้จัดจำหน่าย เจ้าของสปาและเวลเนส ได้เชื่อมต่อกับเจ้าของผลิตภัณฑ์
  • DIPROM Pavilion รวมพลังผู้ประกอบการโดยการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม “ดีพร้อม” กระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินงานโดยสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) นำผู้ประกอบการมาแสดงผลิตภัณฑ์ให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศและผู้ส่งออกไทยได้ค้นพบโอกาสทางธุรกิจใหม่
  • Fragrance Zone นำเสนอโดย Thailand Fragrance Group จัดแสดงผลิตภัณฑ์น้ำหอมไทยแบรนด์ดัง อาทิ Journal, Artisan Valley และโรงงานที่ผลิตน้ำหอมชื่อดัง Madame Fin

กลับมาอีกครั้งกับ COSMEX Halal Cosmetics โดยความร่วมมือกับสถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้ผู้สนใจค้นพบผลิตภัณฑ์และพันธมิตรทางธุรกิจสำหรับพัฒนาเครื่องสำอางที่ตอบโจทย์มาตรฐานฮาลาล เพิ่มศักยภาพในการก้าวเข้าสู่ตลาดใหม่

COSMEX เป็นงานเดียวที่ Global Cosmetics Cluster (GCC) โดยการสนับสนุนของสมาคมการค้าคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย (Thai Cosmetic Cluster – TCOS) และสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) เลือกให้เป็นงานสำคัญประจำปีที่สมาชิก 24 องค์กรจาก 18 ประเทศได้มานัดพบกัน

งาน COSMEX 2026 ภายใต้แนวคิด “Shaping the Future of Beauty Businesses – รังสรรค์สร้างอนาคตธุรกิจความงาม”

ชูนวัตกรรมความงามและสุขภาพ

เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงาน COSMEX ได้พบปะกับสมาชิก GCC เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองด้านตลาดผ่านงานสัมมนา ซึ่งในปีนี้ GCC ได้เชิญวิทยากรจากสเปน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และไทย มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านความงามจากประเทศต่างๆ พร้อมสร้างความสัมพันธ์กับผู้ประกอบการและพันธมิตรจากอาเซียนและนานาประเทศ

ภายในงานมีนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์เด่นจากผู้ผลิตชั้นนำที่มาร่วมตอกย้ำเทรนด์ใหม่ความงามและสุขภาพ ได้แก่

  • S&J International นำเสนอ Natural UV Booster สารสกัดกุหลาบออร์แกนิกไทย เจ้าของ 3 รางวัลระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น
  • International Laboratories (ILC) นวัตกรรม Hair Treatment ทรีตเมนต์เนื้อน้ำที่เปลี่ยนเป็นครีม
  • RM Biotech (ไต้หวัน) นวัตกรรมสังเคราะห์เปปไทด์และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพขั้นสูงสำหรับสกินแคร์และเวชศาสตร์ความงาม
  • WONBIO (เกาหลีใต้) เปิดตัว GLINITY สกินบูสเตอร์สำหรับทำ Microneedle Home-care
  • HACK LAB นำเสนอเวชสำอางระดับโลก ISDIN จากสเปน และ Cure code จากเกาหลีใต้ ที่ใช้นวัตกรรม NEUROMIDE®
  • Guangzhou Ailusi Machinery & PRIMIX (โดย TSK Engineering) นวัตกรรมเครื่องจักรผสมสุญญากาศและไลน์การผลิตมาตรฐาน GMP

อัปเดตเทรนด์-โอกาสธุรกิจใหม่

นอกจากส่วนแสดงแล้ว ยังมีงานสัมมนา “COSMEX The Secret Chat” เปิดเวทีให้ผู้ร่วมงานได้อัปเดตเทรนด์ และพบโอกาสทางธุรกิจใหม่ผ่าน 12 สัมมนา และ 2 เวิร์กชอป โดย 25 วิทยากร โดยจะพูดคุยเรื่องโอกาสของ T-Beauty ในตลาดโลก, ทิศทางตลาดความงามโลก, กฎหมายสำหรับธุรกิจความงาม, โอกาสของวัตถุดิบและสารสกัดไทยในตลาดโลก, เทรนด์กลิ่นโลก

ทิศทางเครื่องสำอางฮาลาลในตลาดโลก, การสร้างอนาคตของแบรนด์ Beauty และ Wellness, ส่วนผสมยุคใหม่ พร้อมงานเสวนาเรื่องการสร้างแบรนด์ซึ่งผู้ก่อตั้งแบรนด์ KARMAKAMET และแบรนด์ WhiteLab มาร่วมเสวนา อีกทั้งยังมีเวิร์กชอปการผลิต Body Oil และเวิร์กชอปการปรุงกลิ่นหอมโดยนักปรุงกลิ่นจากแบรนด์ Artisan Valley

“ภายในงานยังมีบริการจับคู่ทางธุรกิจฟรี รวมถึงแคมเปญพิเศษ ‘Shaping Your Future’ ลุ้นรับทุนสนับสนุนการสร้างแบรนด์อาหารเสริมครบวงจรฟรีนอกจากนี้ งาน COSMEX ยังจัดร่วมกับงาน in-cosmetics Asia งานแสดงส่วนผสมผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายชั้นนำของเอเชียแปซิฟิก ทำให้ผู้ร่วมงานมีโอกาสได้พบกับซัพพลายเออร์รวมกว่า 700 รายในพื้นที่เดียวกัน โดยคาดว่าปีนี้จะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 25,000 ราย” นางวราภรณ์กล่าวสรุป