thansettakij
thansettakij
กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยกเครื่องศูนย์กระจายสินค้า 125 แห่ง ดึง 10 ล้านสมาชิกเป็นลูกค้า ขยายตลาดทั่วไทย

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยกเครื่องศูนย์กระจายสินค้า 125 แห่ง ดึง 10 ล้านสมาชิกเป็นลูกค้า ขยายตลาดทั่วไทย

04 ก.ย. 69 | 07:49 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.ย. 69 | 07:49 น.

กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งยกระดับศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC) 125 แห่งทั่วประเทศ เชื่อมผลผลิตข้ามภูมิภาค พร้อมดึงฐานสมาชิกสหกรณ์กว่า 10 ล้านคนเป็นตลาดใหม่ตั้งเป้ารายได้ผ่าน CDC โตไม่น้อยกว่า 10% ก่อนดันเป็นโครงการ Flagship ปี 2571 เชื่อมธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

KEY

POINTS

  • กรมส่งเสริมสหกรณ์ยกระดับศูนย์กระจายสินค้า (CDC) 125 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรสู่ตลาดทั่วไทย
  • ตั้งเป้าดึงสมาชิกสหกรณ์นอกภาคเกษตรกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศ ให้เป็นฐานลูกค้าขนาดใหญ่สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคของสหกรณ์
  • สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างภูมิภาคเพื่อแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดและขยายช่องทางจำหน่าย พร้อมตั้งเป้าให้รายได้เติบโตอย่างน้อย 10%

กรมส่งเสริมสหกรณ์เดินหน้ายกระดับ “ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์” หรือ Cooperative Distribution Center (CDC) เป็นกลไกสำคัญเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรและสหกรณ์สู่ตลาดทั่วประเทศ หลังปัจจุบันมีสหกรณ์ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ CDC แล้ว 125 แห่ง กระจายครบทุกจังหวัด เพิ่มขึ้นจาก 84 แห่ง ใน 56 จังหวัดเมื่อปี 2568 พร้อมวางเป้าหมายขยายเครือข่ายและผลักดันรายได้จากการเชื่อมโยงสินค้าเติบโตไม่น้อยกว่า 10% ขณะที่ปี 2571 เตรียมยกระดับ CDC เป็นโครงการเรือธง (Flagship) เชื่อมการผลิตตั้งแต่ ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์

นายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า แนวคิดการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ มีจุดเริ่มต้นจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2554 ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ ทั่วประเทศ กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงให้สหกรณ์จังหวัดจัดกิจกรรม “สินค้าถูกทั้งแผ่นดิน” ก่อนพัฒนาต่อยอด ในปี 2555 จัดตั้งเป็นศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ เพื่อยกระดับธุรกิจจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่าย สร้างช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์สินค้าคุณภาพของขบวนการสหกรณ์

ระยะแรกมีสหกรณ์เข้าร่วม 15 แห่ง ใน 14 จังหวัด ครอบคลุมทุกภาค โดยแบ่งรูปแบบศูนย์ CDC ตามบทบาทตัวกลางทางการตลาด 3 รูปแบบ ได้แก่ CDC แบบชุมนุมสหกรณ์ 4 แห่ง CDC แบบสหกรณ์ผู้ผลิต 8 แห่ง และ CDC แบบสหกรณ์ร้านค้า 3 แห่ง จากนั้นปี 2556 ได้ขยายผลไปทุกจังหวัด และมีสหกรณ์สมัครเข้าร่วมเพิ่มอีก 66 แห่ง ก่อนที่ปี 2557 จะมีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้ง 4 ภาค จัดงานคาราวาน CDC และสนับสนุนเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ สำหรับนำไปเป็นทุนในการจัดหาสินค้าและสร้างศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงสนับสนุนอุปกรณ์การตลาด รถยกโฟล์คลิฟท์ รถขนส่งสินค้า ส่งผลให้หลายสหกรณ์เริ่มให้ความสนใจและเพิ่มจำนวนศูนย์ CDC เป็น 116 แห่ง

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยกเครื่องศูนย์กระจายสินค้า 125 แห่ง ดึง 10 ล้านสมาชิกเป็นลูกค้า ขยายตลาดทั่วไทย

ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC) 125 แห่งทั่วไทย เชื่อมธุรกิจ 2,802 ล้านบาท

ปัจจุบันกรมฯ มีนโยบายให้ทุกจังหวัดมีศูนย์ CDC อย่างน้อย 1 แห่ง ทำหน้าที่เป็นจุดรวบรวม เชื่อมโยง และกระจายผลผลิตการเกษตร รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่ผลิตโดยขบวนการสหกรณ์และสมาชิก เพื่อเชื่อมผลผลิตจากแหล่งผลิตไปสู่ผู้บริโภค พร้อมช่วยรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร เพิ่มอำนาจต่อรองด้านราคา แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด และยกระดับคุณภาพสินค้าสหกรณ์ตามแนวทางตลาดนำการผลิต

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยกเครื่องศูนย์กระจายสินค้า 125 แห่ง ดึง 10 ล้านสมาชิกเป็นลูกค้า ขยายตลาดทั่วไทย

ปัจจุบันมี CDC จำนวน 125 แห่งทั่วประเทศ เพิ่มจาก 84 แห่งใน 56 จังหวัดเมื่อปี 2568 ขณะที่ข้อมูลปี 2568 ช่วงเดือนตุลาคม 2567- กันยายน 2568 พบว่ามีมูลค่าการเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตสินค้าและเครือข่ายการตลาดกว่า 2,802.677 ล้านบาท สะท้อนบทบาทของระบบสหกรณ์ในการรวบรวมและกระจายสินค้าให้กว้างขึ้น

สินค้าที่เชื่อมโยงผ่านศูนย์ CDC มีทั้งสินค้าเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ สินค้าโคเนื้อ ผลิตภัณฑ์นมโค  ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง รวมถึงสินค้าแปรรูป อาทิ กาแฟสำเร็จรูป ข้าวสาร อาหารแปรรูปและสินค้าประมงแปรรูป ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคที่สหกรณ์รวมกันจัดหาและปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ข้าว และอาหารสัตว์ โดยข้าวมีสัดส่วนการเชื่อมโยงสูงสุด 61.8% กาแฟ 14.3% อาหารสัตว์ 9% ปัจจัยการผลิต 4.7% สินค้าอุปโภคบริโภค 3.7% และอื่น ๆ 6.5%

สกต.นครพนม โมเดลข้าว ทำกำไร 11 ล้านบาท

หนึ่งในตัวอย่างของ CDC ที่มีความเข้มแข็ง คือ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. นครพนม จำกัด ซึ่งโดดเด่นด้านการรวบรวมข้าว โดยปีที่ผ่านมา มีมูลค่าธุรกิจรวมเกือบ 300 ล้านบาท  และทำกำไรได้ประมาณ 11 ล้านบาท

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยกเครื่องศูนย์กระจายสินค้า 125 แห่ง ดึง 10 ล้านสมาชิกเป็นลูกค้า ขยายตลาดทั่วไทย

จุดเด่นสำคัญคือการนำข้าวหอมมะลิของสหกรณ์ที่รวบรวมเข้าสู่กระบวนการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการเล่าเรื่อง หรือ Storytelling เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว และวิถีชีวิตของจังหวัดนครพนม เช่น การผลิตข้าวหอมมะลิแท้ชนิดพิเศษสำหรับให้นักท่องเที่ยวนำไปตักบาตร ซึ่งกลายเป็นต้นแบบให้สหกรณ์อื่นนำไปต่อยอด

ล่าสุด สกต.นครพนมยังพัฒนาแบรนด์ “ข้าวหอมพนมนาคา” เพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้กับข้าวหอมมะลิจังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นดินแดนริมแม่น้ำโขง และเตรียมเปิดพื้นที่เป็นศูนย์ CDC หลัก ในการจับคู่ธุรกิจกับเครือข่ายสหกรณ์จากจังหวัดอื่น ๆ โดยเฉพาะสหกรณ์ในภาคใต้และภาคตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวน้อย ขณะเดียวกันจะรับผลไม้จากภาคตะวันออกและภาคใต้เข้ามากระจายในจังหวัดนครพนมและพื้นที่ใกล้เคียงด้วย รวมถึงขยายตลาดข้าวผ่านเครือข่ายจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อจัดส่งไปภูเก็ตและพื้นที่ภาคใต้

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยกเครื่องศูนย์กระจายสินค้า 125 แห่ง ดึง 10 ล้านสมาชิกเป็นลูกค้า ขยายตลาดทั่วไทย

เร่งศูนย์ CDC เชื่อมสินค้าข้ามภาค แก้ผลผลิตล้นตลาด

นายณฤทธิ์กล่าวว่า ปี 2569 กรมฯ เดินหน้านโยบายเชิงรุกเพื่อฟื้นฟูและยกระดับศูนย์ CDC หลังจากที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยเป้าหมายไม่ได้จำกัดเพียงการระบายผลผลิตช่วงที่เกิดภาวะล้นตลาด แต่ต้องการสร้างระบบแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างสหกรณ์แต่ละภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

“กลไกสำคัญคือการร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อเร่งกระจายสินค้าที่ล้นตลาดออกจากพื้นที่ ขณะเดียวกันจะใช้ความแตกต่างด้านผลผลิตของแต่ละภูมิภาคมาเชื่อมโยงกัน เช่น จังหวัดนครพนมและสกลนคร มีจุดเด่นด้านข้าว ขณะที่ภาคใต้และภาคตะวันออกมีผลไม้คุณภาพดี เพื่อให้สินค้าสหกรณ์ที่มีคุณภาพสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ตลอดฤดูกาล สร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร และเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค” รองอธิบดีฯ กล่าว

ปี 2569 กรมฯ ตั้งเป้าศูนย์ CDC ระดับจังหวัดอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง ทำหน้าที่ทั้งรวบรวมผลผลิตจากสหกรณ์ผู้ผลิต กลุ่มเกษตรกร และแปลงใหญ่ เพื่อกระจายต่อไปยังศูนย์ CDC เครือข่าย และทำหน้าที่ประสานสหกรณ์ทั้งภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร รวมถึงสถานประกอบการ หน่วยงานทั้งภาครัฐและบริษัทเอกชน ในการร่วมมือกันขยายช่องทางจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกรทั่วประเทศ

ขณะที่ปี 2570 จะยกระดับศูนย์ CDC ระดับจังหวัดที่มีศักยภาพสูง หรือศูนย์ CDC ของชุมนุมสหกรณ์ระดับประเทศ ให้เป็น CDC ระดับภาค ทำหน้าที่บริหารคำสั่งซื้อของเครือข่าย จัดการด้านโลจิสติกส์ และสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ สำหรับนำไปดำเนินธุรกิจของศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ รวมถึงการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ศูนย์ CDC เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยกเครื่องศูนย์กระจายสินค้า 125 แห่ง ดึง 10 ล้านสมาชิกเป็นลูกค้า ขยายตลาดทั่วไทย

ดึงสหกรณ์นอกภาคเกษตรร่วมกระจายสินค้า มุ่งเป้าสมาชิกสหกรณ์ 10 ล้านครอบครัว                

อีกกลไกสำคัญคือการสร้างเครือข่ายตลาด โดยกรมฯ เตรียมเชื่อมโยงกับสหกรณ์นอกภาคเกษตร ทั้งสหกรณ์ภาคออมทรัพย์ สหกรณ์ร้านค้าและบริการ ซึ่งมีฐานสมาชิกผู้บริโภครวมกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อเป็นตลาดขนาดใหญ่ นอกเหนือจากการทำงานร่วมกับชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยที่เป็นแกนกลางในการรวบรวมสินค้าการเกษตรจากเครือข่ายสหกรณ์ผู้ผลิตทั่วประเทศ

สำหรับปี 2569 - 2570 กรมฯ ตั้งเป้าให้รายได้ผ่านศูนย์ CDC เติบโตอย่างน้อย 10% พร้อมจัดประชุมเจ้าของและผู้แทน CDC เพื่อสร้างความสัมพันธ์และทำ Product Matching เชื่อมโยงสินค้าเกษตรระหว่างพื้นที่ โดยเฉพาะการขยายตลาดข้าวของนครพนมไปยังภาคใต้ เพื่อเพิ่มยอดจำหน่ายข้าวสารของสหกรณ์ในจังหวัดนครพนม จากฐานเดิมประมาณ 39 ล้านบาท

ชง CDC เป็น Flagship ปี 2571 เกลี่ยงบปี 2570

ด้านงบประมาณ นายณฤทธิ์ ระบุว่า เนื่องจากระบบงบประมาณปกติต้องขอตั้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ปี กรมฯ จึงเตรียมปรับเกลี่ยงบประมาณปี 2570 จากโครงการที่ยังไม่มีการดำเนินงานมาสนับสนุนศูนย์ CDC โดยเน้นการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้เพื่อกระตุ้นความต้องการสั่งซื้อสินค้า

ส่วนปี 2571 เตรียมผลักดัน CDC เป็นโครงการระดับ Flagship โดยรองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานพิจารณาโครงสร้างงบประมาณ เน้นสนับสนุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำที่ผลักดันมาตรฐานการผลิต เช่น GAP เกษตรอินทรีย์ และ GI กลางน้ำที่พัฒนาการรวบรวมและแปรรูป และปลายน้ำที่มุ่งเพิ่มช่องทางกระจายสินค้า การโฆษณา และประชาสัมพันธ์

พร้อมกันนี้ กรมฯ มีแผนสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์การตลาด เช่น ห้องเย็น และการปรับปรุงโรงคัดบรรจุผลผลิต เพื่อเพิ่มศักยภาพของศูนย์ CDC ตามความจำเป็นของแต่ละพื้นที่

ปั้น “Co-op Easy” เชื่อมข้อมูล-ตลาดออนไลน์

ด้านเทคโนโลยี กรมฯ พัฒนาแพลตฟอร์ม “Co-op Easy Shop” เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวม แสดงข้อมูล และเป็นช่องทางในการซื้อขายสินค้าของสหกรณ์ เชื่อมโยงทั้งตลาดออนไลน์และออฟไลน์  พร้อมประสานผู้ซื้อรายใหญ่ เช่น ห้างค้าปลีกและโมเดิร์นเทรด ให้สามารถสั่งซื้อผลผลิตจากสหกรณ์โดยตรง

สำหรับเฟสแรก แอปพลิเคชั่นพัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศของกรมฯ โดยไม่ใช้งบประมาณจ้างเหมาภายนอก และเตรียมเดินหน้าประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย ส่วนเฟส 2 จะเสนอปรับงบประมาณปี 2570 เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูล ปฏิทินผลผลิตทางการเกษตร และเชื่อมข้อมูลกับสหกรณ์ ทั่วประเทศผ่านระบบออนไลน์

ระยะยาว กรมฯ เตรียมจัดหาทีมโปรแกรมเมอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาพัฒนาและดูแลระบบเครือข่ายออนไลน์ของศูนย์ CDC ทั้งหมด เพื่อให้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นโครงสร้างสำคัญในการเชื่อมโยงสินค้า ตลาด และสหกรณ์ทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางการปรับบทบาทศูนย์ CDC จากเดิมที่เน้นเป็นจุดรวบรวมและกระจายสินค้า ไปสู่การเป็น “โครงข่ายธุรกิจสหกรณ์” ที่เชื่อมผู้ผลิต ตลาด ผู้บริโภค และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือช่วยรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด เพิ่มช่องทางการตลาด เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ์ในระยะยาว