
MEA เตือนละเมิดใช้ไฟฟ้า ผิดฐานลักทรัพย์ เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
MEA เตือนภัยละเมิดใช้ไฟฟ้า-ดัดแปลงมิเตอร์ ผิดกฎหมายลักทรัพย์ เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต พร้อมแนะเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟให้ตรงปัจจุบัน
KEY
POINTS
- กฟน. เตือนการดัดแปลงอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น การต่อไฟตรงไม่ผ่านมิเตอร์ หรือแก้ไขมิเตอร์ ถือเป็นความผิดตามกฎหมายฐานลักทรัพย์
- การลักลอบใช้ไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อความเสถียรของระบบจำหน่ายไฟฟ้า และมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร
- การกระทำดังกล่าวเป็นอันตรายร้ายแรง อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้
- ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหากพบเห็นการลักลอบใช้ไฟฟ้าหรือพฤติกรรมต้องสงสัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
MEA หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เตือนการดัดแปลงอุปกรณ์ไฟฟ้า ชี้มีความผิดตามกฎหมายฐานลักทรัพย์ เช่น การต่อไฟตรงโดยไม่ผ่านมิเตอร์ การดัดแปลงมิเตอร์ไฟฟ้า หรือการแก้ไขอุปกรณ์เพื่อให้หน่วยการใช้ไฟฟ้าลดลง
การกระทำเหล่านี้นอกจากจะเข้าข่ายการลักทรัพย์ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความเสถียรภาพของระบบจำหน่ายไฟฟ้า และเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
MEA จึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันดูแลทรัพย์สินของตนเองและส่วนรวม หากพบเห็นการลักลอบใช้ไฟฟ้า การดัดแปลงอุปกรณ์ไฟฟ้า พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย หรือกรณีที่ตรวจพบว่ามีค่าไฟฟ้าผิดปกติและมีพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ขอให้แจ้ง MEA เข้าดำเนินการตรวจสอบทันที เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหาย
ทั้งนี้ ก่อนอนุญาตให้บุคคลใดเข้าตรวจสอบมิเตอร์ ขอให้ประชาชนตรวจสอบบัตรประจำตัวพนักงานหรือหนังสือมอบหมายจาก MEA ทุกครั้งเพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง
นอกจากนี้ MEA ขอแนะนำให้เจ้าของบ้านหรืออาคารดำเนินการเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้าให้ตรงกับชื่อเจ้าของปัจจุบัน เพื่อความถูกต้องของข้อมูล สิทธิประโยชน์ในการติดต่อรับบริการ และการแจ้งเหตุต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้ที่ https://meaeservice.mea.or.th/ หรือที่ MEA ทั้ง 18 เขต







