
“BEM New Horizons” ปีที่ 3 จากห้องเรียนสู่สถานีรถไฟฟ้า
BEM เปิดโครงการ New Horizons ปี 3 พานักเรียน 31 คนจาก 3 โรงเรียนเรียนรู้งานรถไฟฟ้า MRT ก่อนฝึกงานจริง 10 สถานี รับรายได้ระหว่างเรียน พร้อมทุนการศึกษา สร้างโอกาสและประสบการณ์สู่อาชีพในอนาคต
KEY
POINTS
- BEM สานต่อโครงการ “BEM New Horizons” เป็นปีที่ 3 เพื่อมอบโอกาสให้นักเรียน 32 คน ได้สัมผัสประสบการณ์ทำงานจริงนอกห้องเรียน ณ สถานีรถไฟฟ้า
- โครงการมุ่งเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต เช่น การสื่อสาร การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และยังช่วยสร้างรายได้ระหว่างเรียนเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว
- นักเรียนที่เข้าร่วมได้พัฒนาความมั่นใจ ค้นพบศักยภาพของตนเอง และได้เรียนรู้การช่วยเหลือผู้โดยสาร ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าหาไม่ได้ในห้องเรียน
จากการสร้างโอกาสสู่การขยายโอกาสให้กว้างขึ้นกว่าเดิม BEM เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จส่งต่อโอกาสทางการศึกษา สานต่อโครงการ “BEM New Horizons” ปีที่ 3 ต้อนรับนักเรียน 32 คนจาก 3 โรงเรียน สัมผัสประสบการณ์การทำงานจริง เสริมสร้างทักษะนอกห้องเรียน และเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานในอนาคต พร้อมมุ่งหวังช่วยต่อยอดโอกาสทางการศึกษาและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวผ่านการสร้างรายได้ระหว่างเรียน
นายอัลวิน จี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM กล่าวว่า โครงการ BEM New Horizons ที่ BEM ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ยังคงยึดมั่นในเป้าหมายสำคัญในการสนับสนุนด้านการศึกษา ด้วยความเชื่อว่าการศึกษาที่ดีไม่ควรจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่ควรเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิต รวมไปถึงสร้างรายได้เสริมเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา BEM ได้เห็นพัฒนาการของนักเรียนหลายคนที่เติบโตขึ้นทั้งในด้านความคิด วินัย และความมั่นใจ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่มีคุณค่ามากกว่าตัวเลขใด ๆ สะท้อนให้เห็นถึงความยั่งยืนของโครงการในการพัฒนาเยาวชน รวมถึงเสียงตอบรับที่ดีจากนักเรียน ผู้ปกครองและโรงเรียน เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้โครงการดังกล่าวยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสและประสบการณ์การเรียนรู้เช่นนี้ต่อไป
เสียงจากน้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการต่างเป็นไปในทิศทางเดียวกันคือการได้รับประสบการณ์ชีวิต รู้สึกถึงการเติบโตขึ้นอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็น นางสาวรุ่งทิวา ไชยรัตน์ หรือ น้องเซียส จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้ากุนนที เปิดเผยว่า สิ่งที่ได้รับจากโครงการนี้มีมากกว่าที่คาดหวังไว้ ได้เรียนรู้การสื่อสารกับผู้คนที่หลากหลาย ฝึกการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และรู้จักที่จะสังเกตว่าผู้โดยสารคนไหนกำลังต้องการความช่วยเหลือ
ทุกครั้งที่สามารถช่วยให้ผู้โดยสารเดินทางได้อย่างราบรื่นจะรู้สึกภูมิใจและมีกำลังใจมาก อีกหนึ่งทักษะที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือการสื่อสารภาษาอังกฤษ เพราะการได้พูดคุยกับชาวต่างชาติอยู่เสมอ ทำให้มีความมั่นใจในการใช้ภาษามากขึ้น ประสบการณ์จากโครงการนี้จึงเป็นทั้งบทเรียนที่มีคุณค่าและความทรงจำที่ดีมาก
ส่วน นางสาวสรชา กังวะโล หรือ น้องน้ำชาจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้ากุนนที เล่าว่า โครงการนี้ทำให้รู้ว่าการก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเองเป็นสิ่งที่คุ้มค่า แม้ช่วงแรกจะไม่มีความมั่นใจเลย แต่พอได้ลงมือทำจริงทำให้ค้นพบว่าตัวเองสามารถทำได้มากกว่าที่คิด สิ่งที่ได้รับจากโครงการนี้ไม่ใช่แค่ประสบการณ์แต่คือการค้นพบศักยภาพของตัวเอง ผ่านการลงมือทำจริง ทำให้ได้พัฒนาทั้งการมีวินัย การบริหารเวลา ทักษะการสื่อสาร และการปรับตัวในสถานการณ์ต่าง ๆ โครงการนี้ยังมอบสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ซึ่งช่วยให้กล้าเรียนรู้และเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ มากขึ้น ถือเป็นหนึ่งปีที่มีคุณค่าและทำให้เติบโตขึ้นมาก
ด้านพี่ใหญ่ของโครงการที่อยู่ต่อเนื่องมาถึง 3 ปี นายธภัทร ทวีชัย หรือ น้องภัทร จากโรงเรียนวัดราชบพิธ เล่าถึงความรู้สึกว่า เข้าร่วมโครงการตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปีที่ 3 แล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นในหลายด้าน ทั้งการเข้าสังคม การบริหารเวลา และการมีวินัย สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือการได้ช่วยเหลือผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ ชาวต่างชาติ หรือผู้โดยสารกลุ่มพิเศษ ซึ่งทำให้เข้าใจความต้องการของผู้อื่นมากขึ้น
โครงการนี้ไม่ได้มอบเพียงประสบการณ์การทำงาน แต่ยังหล่อหลอมให้ได้เติบโตทั้งในฐานะผู้ให้และการเป็นคนที่พร้อมช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากในห้องเรียนจริงๆ
ขณะเดียวกัน คุณครูธีรเดช สิงห์อินทร์ จากโรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย เล่าในฐานะที่พาเด็ก ๆ เข้าร่วมโครงการเป็นปีแรกว่า รู้สึกยินดีมากที่นักเรียนของโรงเรียนได้รับโอกาสนี้ เพราะโครงการนี้จะเป็นพื้นที่ให้พวกเขาได้ค้นหาตัวเอง ความถนัด และความสามารถของตนเองผ่านการลงมือปฏิบัติจริง นักเรียนจะได้นำความรู้จากห้องเรียนอย่างทักษะด้านภาษาจีนมาประยุกต์ใช้ในการสื่อสารกับผู้โดยสาร พร้อมทั้งฝึกความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการมีจิตบริการ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่นำไปต่อยอดได้ทั้งในการศึกษา การทำงาน และการใช้ชีวิตในอนาคต อีกทั้งนักเรียนที่ได้เข้าร่วมโครงการยังได้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่งด้วย
สำหรับเยาวชนของโครงการ BEM New Horizons ทั้ง 32 คน จะได้เข้ารับการอบรมก่อนปฏิบัติหน้าที่ และลงพื้นที่สถานี 10 แห่ง ได้แก่ สถานีวัดมังกร, สามย่าน, สีลม, ลุมพินี,สุขุมวิท,เพชรบุรี, พระราม 9, สวนจตุจักร, ลาดพร้าว และเตาปูน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป สามารถติดตามเรื่องราวดีๆ ของโครงการได้ทาง Facebook : BEM Bangkok Expressway and Metro







