
ไออาร์พีซีผนึกเบเยอร์ ปั้น “ไอบีไอซี” บุกธุรกิจสีโครงสร้างเหล็ก ดันไทยสู่มาตรฐานสากล
ไออาร์พีซี ผนึก เบเยอร์ ตั้งบริษัทร่วมทุน “ไอบีไอซี” พัฒนาสีและสารเคลือบโครงสร้างเหล็กสำหรับอุตสาหกรรมหนักและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ตั้งเป้าชิงตลาดภูมิภาคมูลค่ากว่า 26,000 ล้านบาท ลดการนำเข้า พร้อมขยายสู่ตลาดอาเซียนภายใน 2 ปี รองรับเมกะโปรเจ็กต์และเป้าหมาย Net Zero
KEY
POINTS
- ไออาร์พีซี ร่วมทุนกับ เบเยอร์ จัดตั้งบริษัทใหม่ "ไอบีไอซี" (IBIC) เพื่อผลิตและจำหน่ายสีสำหรับโครงสร้างเหล็กในอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
- มุ่งเจาะตลาดในประเทศและภูมิภาคอาเซียนซึ่งมีมูลค่ากว่า 26,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อทดแทนการนำเข้าและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมสีของไทย
- ชูจุดแข็งด้านนวัตกรรมวัสดุ PTFE ของไออาร์พีซี ที่มีคุณสมบัติทนทานสูง ช่วยยืดอายุการใช้งานโครงสร้างเหล็กและลดต้นทุนการบำรุงรักษา
- มีแผนเริ่มดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ในปี 2569 และขยายสู่ตลาดอาเซียนภายใน 2 ปี เพื่อรองรับการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานและเป้าหมาย Net Zero
ไออาร์พีซี ร่วมกับ เบเยอร์ ประกาศจัดตั้ง บริษัท ไอบีไอซี จำกัด (ไอบีไอซี) เพื่อพัฒนา ผลิต จำหน่ายสีและสารเคลือบโครงสร้างเหล็ก สำหรับภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ได้แก่ โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมี ท่าเรือ สนามบิน สะพาน ตอบโจทย์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าและยั่งยืน
นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)(ไออาร์พีซี) กล่าวว่า “การจัดตั้ง บริษัท ไอบีไอซี จำกัด เป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดศักยภาพด้านนวัตกรรมวัสดุขั้นสูงของไออาร์พีซี สู่ธุรกิจปลายน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ช่วยทดแทนการนำเข้า และสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ในตลาดอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานในประเทศและภูมิภาคอาเซียน”
การจัดตั้ง ไอบีไอซี เป็นความร่วมมือระหว่างไออาร์พีซีและเบเยอร์ ในสัดส่วน 45 : 55 เพื่อดำเนินธุรกิจสีและสารเคลือบอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าตลาดในระดับภูมิภาคกว่า 26,000 ล้านบาทต่อปี โดยมีแผนเริ่มดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ในปี 2569 และขยายสู่ตลาดอาเซียนภายใน 2 ปี เพื่อรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความทนทานสูง และสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
“ความร่วมมือครั้งนี้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการสร้าง New S-Curve ทางธุรกิจของไออาร์พีซี ภายใต้แนวคิด Step Up & Beyond ผ่านการต่อยอดจากธุรกิจเดิมสู่โอกาสใหม่ ด้วยการลงทุนในธุรกิจที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก โดยร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มผลตอบแทนต่อเงินลงทุนในระยะยาว ควบคู่กับการผสานมิติด้านความยั่งยืน ตามเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593” นายเทอดเกียรติ กล่าว
ไอบีไอซี ยังเป็นการผสานจุดแข็งของไออาร์พีซีด้านการวิจัยและพัฒนาวัสดุ Polytetrafluoroethylene (PTFE) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นด้านความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่รุนแรง ช่วยยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างเหล็ก ลดความถี่ในการซ่อมบำรุง และเพิ่มความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ตลอดอายุการใช้งาน
ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบเยอร์ จำกัด กล่าวว่า “เบเยอร์มุ่งสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว ด้วยประสบการณ์กว่า 65 ปี เราเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ด้านประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยระบบเคลือบประสิทธิภาพความคงทนสูงที่ช่วยลดต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน และตอบโจทย์ทิศทาง Green Infrastructure และเป้าหมาย Net Zero ของภาคอุตสาหกรรม ความร่วมมือกับไออาร์พีซีในการจัดตั้ง บริษัท ไอบีไอซี จำกัด คือก้าวสำคัญที่ยกระดับอุตสาหกรรมสีไทย จากผู้ผลิตสินค้า สู่ผู้พัฒนาโซลูชันครบวงจรสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมหนัก ที่ไม่ได้มุ่งแค่ความทนทาน แต่พัฒนาระบบสีเคลือบประสิทธิภาพสูงและคงทนในระยะยาว ช่วยบริหาร Lifecycle Cost ได้อย่างชัดเจน พร้อมยกระดับการปกป้องโครงสร้างเหล็กในทุกสภาวะ”
ผลิตภัณฑ์ของไอบีไอซี ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว
การจัดตั้งไอบีไอซี ยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของ Supply Chain ภายในประเทศ
ลดการพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์เฉพาะทางจากต่างประเทศ และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมสีและสารเคลือบของไทยให้ทัดเทียมระดับสากล โดยมีแผนขยายตลาดจากประเทศไทยสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และต่อยอดสู่ตลาดอาเซียนในอนาคต











