
รฟม.-BEM ประกาศยกเลิกใช้บัตรโดยสาร MRT ดันบัตรเดบิต-เครดิต รับตั๋วร่วม
รฟม.-BEM ขีดเส้น 1 มิ.ย.นี้ เลิกใช้บัตรโดยสาร MRT สายสีน้ำเงิน-สายสีม่วง หนุนระบบตั๋วร่วม จ่อเลิกใช้เหรียญโดยสาร ม.ค.70
KEY
POINTS
- รฟม. และ BEM ประกาศยกเลิกการใช้บัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ในรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสีม่วง ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
- ปรับเปลี่ยนระบบไปใช้การชำระเงินแบบ EMV Contactless ผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต เพื่อผลักดันนโยบายตั๋วร่วมของภาครัฐ
- จะยุติการเติมเงินในบัตรโดยสาร MRT/MRT Plus ทุกช่องทางตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 โดยผู้ใช้บัตรเดิมสามารถขอคืนเงินคงเหลือในบัตรได้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ร่วมแถลงข่าว การเดินทางแบบไร้รอยต่อกับ MRT ด้วย EMV บัตรใบเดียวที่ตอบโจทย์ได้ครบครัน ทั้งด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสากลและด้านความสะดวกสบาย ให้ผู้ถือบัตรมาตรฐาน EMV Contactless ใช้เดินทางได้ในระบบรถไฟฟ้ามหานคร หรือ รถไฟฟ้า MRT ทั้ง 4 สาย ในการกำกับของ รฟม. ได้ทันที
ทั้งนี้ BEM บริษัท ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) ยังเดินหน้าขานรับนโยบายตั๋วร่วมของภาครัฐ
ขณะเดียวกันได้ตั้งเป้าหมายยกระดับระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (AFC Migration Plan) ไปสู่ระบบ Account Based Ticketing (ABT) ที่สามารถรองรับรูปแบบการชำระเงินประเภท Open-Loop System ด้วยบัตรมาตรฐาน EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
ทั้งนี้เพื่อร่วมส่งเสริมและจูงใจผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าเลือกถือบัตรมาตรฐาน EMV Contactless เพียงใบเดียวในการเดินทางแบบไร้รอยต่อ
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลและกระทรวงคมนาคม มีความพยายามในการผลักดันนโยบายตั๋วร่วม มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนด้านความสะดวกสบายในการชำระค่าโดยสารและด้านการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ทั้งนี้ในอนาคตประชาชนจะสามารถใช้บัตรใบเดียวเดินทางเชื่อมต่อได้ทุกระบบขนส่งสาธารณะ อาทิ รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือ บขส.ฯลฯ ลดความยุ่งยากและความซ้ำซ้อนในการชำระค่าโดยสาร สอดรับกับกฎหมายระบบตั๋วร่วม
อย่างไรก็ดีการดำเนินการต่อจากนี้จะเป็นเรื่องของการออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องต่างๆ การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม และหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลโครงการบริการขนส่งสาธารณะต่างๆ
ขณะเดียวกันต้องเร่งดำเนินการเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทานกับเอกชนให้สอดคล้องกับการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม (Common Fare) มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันคือ การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน
“เราตั้งใจที่จะผลักดันให้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless เป็นคำตอบที่ดีที่สุดของระบบตั๋วร่วม ทั้งต่อประชาชนชาวไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีบัตรเครดิต VISA / MasterCard / UnionPay อยู่แล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ก็สามารถเข้าถึงบริการรถไฟฟ้า MRT ได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น” นายพิพัฒน์ กล่าว
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม รฟม. ย่อมมีบทบาทและหน้าที่ในการร่วมขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงคมนาคมไปสู่รูปธรรม
ทั้งนี้นโยบายตั๋วร่วม ซึ่งเป็นนโยบายที่มีประโยชน์อย่างแท้จริงและเป็นความคาดหวังของภาคประชาชนผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะในการเดินทางมาโดยตลอด
ที่ผ่านมาจากจุดตั้งต้นในปี 2565 จนถึงปัจจุบัน รฟม. ได้ติดตามประเมินข้อมูลสถิติ พบว่า ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT มีความเชื่อมั่นและเลือกใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีอย่างมาก
อย่างไรก็ดีรฟม. จึงหารือร่วมกับ BEM ที่จะเดินหน้าตามแผนการยกระดับระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (AFC Migration Plan) ไปสู่ระบบ Account Based Ticketing (ABT) เพื่อรองรับบัตรมาตรฐาน EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
นายอนวัช สุวรรณฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ BEM ในฐานะผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง กล่าวว่า ภายใต้วิสัยทัศน์การพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมยกระดับการเดินทาง เข้าสู่การชำระเงินแบบไร้รอยต่อ (Seamless Payment)
ทั้งนี้ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา BEM ได้เดินหน้าพัฒนาระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับ EMV Contactless ซึ่งเป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน และมีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่มีมาตรฐานสากล
เช่นเดียวกับหัวเมืองใหญ่ทั่วโลก ด้านผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง จะใช้บัตรโดยสารแบบเติมเงิน MRT และ MRT Plus ได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 และตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 จะเปลี่ยนเป็นการใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless ต่างๆ อาทิ บัตรแมงมุม EMV บัตรเครดิต EMV บัตรเดบิต EMV ฯลฯ อย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งนี้เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อการเดินทางของคนเมือง (Connectivity Hub) พร้อมให้การสนับสนุนระบบตั๋วร่วมของภาครัฐในอนาคต
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการเปลี่ยนบัตรโดยสารระบบเดิม เป็นบัตร EMV Contactless เพื่อใช้เดินทางและชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ดังนี้
- วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ยุติการให้บริการเติมเงินเข้าบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็นห้องออกบัตรโดยสาร และช่องทางเติมเงินอัตโนมัติแบบออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ กรุงไทยเน็กซ์ และ ช้อปปี้
- วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ยุติการรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรโดยสาร MRT/MRT Plus ในระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ทุกสถานี ผู้โดยสารจะไม่สามารถใช้บัตรดังกล่าวแตะผ่านประตูอัตโนมัติได้
อย่างไรก็ดี BEM จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารในการขอคืนมูลค่าคงเหลือในบัตร (Refund) ที่ห้องออกบัตรโดยสารทุกสถานี โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการออกบัตรแมงมุม EMV ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 – 31 ธันวาคม 2569 แต่ยังสามารถทำการขอคืนบัตร (Refund) ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
นอกจากนี้ รฟม. และ BEM ขอแนะนำแนวทางการดำเนินการของผู้ใช้บริการที่จะช่วยลดขั้นตอนการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ชีวิตประจำวันของทุกคนสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น ได้แก่
1.บัตรเครดิต Visa และ Mastercard ของทุกธนาคารที่มีสัญลักษณ์ EMV Contactless โดยไม่ต้องเปิดบัตรใหม่ ซึ่งสามารถใช้เดินทางได้ทันที นอกจากนี้ยังมี บัตรเดบิตของธนาคาร ยูโอบี ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ส่วนบัตรยูเนี่ยนเพย์ (UnionPay) ได้แก่ บัตรเครดิต อิออน-ยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม, บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ, บัตรเครดิต ยูเนี่ยนเพย์ กสิกรไทย, บัตรเงินด่วน เอ็กเพรส แคช ยูเนี่ยนเพย์ กสิกรไทย, บัตรเครดิต เคทีซี ยูเนี่ยนเพย์ และบัตรกดเงินสด เคทีซี พราว ยูเนี่ยนเพย์, บัตรเครดิตไอซีบีซี (ไทย) ยูเนี่ยนเพย์
ส่วนบัตรพรีเพด ของ BigPay, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงเทพ
2.นักเรียนและผู้สูงอายุเพื่อให้ได้รับสิทธิ์ส่วนลดเหมือนเดิม ด้วยการเปลี่ยนบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus เป็นบัตรแมงมุม EMV (Mangmoom EMV Card) บัตรเดียวที่เชื่อมต่อทุกการเดินทางข้ามระบบระหว่าง MRT สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง ตลอดจนระบบขนส่งอื่นๆ ได้ในอนาคต
ทั้งนี้ผู้โดยสารสามารถขอเปลี่ยนจากบัตร MRT/MRT Plus เป็น บัตรแมงมุม EMV ได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ขณะเดียวกัน รฟม. ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกบัตรแมงมุม EMV ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2569 เพียงแสดงบัตร MRT/MRT Plus พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน พนักงานจะออกบัตรแมงมุม EMV ใบใหม่ให้
นอกจากนี้ผู้โดยสารต้องชำระเงินเพิ่มเพื่อใช้เป็นมูลค่าเดินทางเริ่มต้น 100 บาท สำหรับเงินคงเหลือจากบัตรใบเดิมผู้โดยสารจะได้รับคืนเป็นเงินสด
อย่างไรก็ดีจำกัดสิทธิ์ 1 คนต่อบัตรแมงมุม EMV 1 ใบ เท่านั้น และหลังจากได้รับบัตรแล้วขอให้ผู้โดยสารเดินทางอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อให้บัตรได้ activate กับประตูอัตโนมัติ (AFC Gate) ก่อน แล้วจึงลงทะเบียน คลิก






